หน้าแรก การเมือง ‘ศรัณย์วุฒิ’ ...

‘ศรัณย์วุฒิ’ จัดหนัก ‘ประยุทธ์-วิษณุ-ดอน’ จบศึกซักฟอกต้องมีคนติดคุก จัดเน้นๆ ปมฟิลลิปมอร์ริส-เอื้อเจ้าสัวฮุบที่ดินยาสูบ

27.02.20 | 17:33 น.

เมื่อเวลา 10.40 น.วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศประชุมสภาผู้เเทนราษฎรเพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล เป็นวันที่ 4 มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภา คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย ได้ลุกขึ้นอภิปรายรัฐมนตรี 3 คน คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เริ่มต้นด้วยประเด็นการช่วยเหลือ คดีของบริษัท ฟิลลิปมอร์ริส นำเข้าบุหรี่หลีกเลี่ยงภาษีศุลกากร และสำแดงเท็จ

นายศรัณย์วุฒิ กล่าวว่า หลังถูกแฉ ทั้ง 3 คนต้องชิงลาออก ถูกประชาชนขับไล่แน่นอน ตนจะดำเนินคดีหลังจากนี้ มีคนต้องติดคุก ความเสียหาย 84,000 ล้านบาท แต่ใจหิน เตะถ่วงจนค่าปรับเหลือเเค่ 1,224 ล้านบาท ฟิลลิปมอร์ริสเเพ้คดีที่สหรัฐอเมริกา และยุโรป ถูกปรับเป็นหมื่นล้านบาท ไม่เฉลียวใจหรือว่ามาชนะที่ไทยที่เดียว ที่จริงฟิลลิปมอร์ริสเเพ้คดีเราทุกประตู ไม่มีทางสู้ สำเเดงราคาเท็จ หลีกเลี่ยงการเสียภาษีศุลกากร เเต่ผู้บริหารประเทศดันทุรังทำลายอธิปไตยไทย กรมราชทัณฑ์ล้างคุกรอไว้เเล้ว ยกเว้นมีปาฏิหาริย์

นายศรัณย์วุฒิไล่ไทม์ไลน์ทางคดีดังกล่าวว่า เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2556 สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี อัยการสูงสุดเห็นชอบให้สั่งฟ้องฟิลลิปมอร์ริส แต่มาถึง วันที่ 22 สิงหาคม 2557 พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานการประชุม กรอ.เพื่อหาทางช่วยเหลือบริษัทดังกล่าว เอกชนขอให้ลดโทษกรณีไม่มีเจตนา แต่กรมศุลกากรคัดค้าน จากนั้นมอบหมายกระทรวงการคลัง ให้กรมศุลกากรไปปรับปรุงกฎหมายศุลกากร มาตรา 27 อีกทั้ง เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2557 มีกระบวนการยื้อให้คดีหมดอายุความ ทั้งที่ดีเอสไอเร่งให้สั่งฟ้อง ซึ่งวันที่ 9 มิถุนายน 2558 นายวิษณุพยายามเเทรกเเซง เรียก 7-8 หน่วยงานมาหารือ แต่ตัวเเทนอัยการสูงสุด ย้ำว่ามีคำสั่งฟ้องเเล้ว จะแก้ไขไม่ได้ เเนะนำให้ใช้มาตรา 44 แก้ไข เเต่นายวิษณุไม่ยอมใช้ เพราะมั่นใจว่าจะดำเนินการได้ นายวิษณุกล้าสาบานหรือไม่ว่าเรื่องนี้ไม่จริง โดยความพยายามกดดันของนายวิษณุที่จะเเทรกเเซงช่วยบริษัทต่างชาติเลี่ยงภาษีนั้นไม่สำเร็จ เนื่องจากอัยการสูงสุดยืนยันว่าต้องฟ้อง

“จากนั้นวันที่ 21 กรกฎาคม 2558 ในการประชุม ครม.ที่มีนายกฯ เป็นประธาน มีการอนุมัติหลักการแก้ไข พ.ร.บ.ศุลกากร มาตรา 27 เพื่อลดค่าปรับ โดยให้เลือกปรับโทษกองน้อยที่สุดหากมีหลายฐานความผิด เมื่อเริ่มแก้ไขกฎหมายดังกล่าวเเล้ว จึงค่อยดำเนินการสั่งฟ้องในวันที่ 18 มกราคม 2559 ซึ่งล่าช้าไป 2 ปี จนคดีหมดอายุความไป ต่อมาวันที่ 21 กรกฎาคม 2559 องค์การการค้าโลก (WTO) ตัดสินให้ไทยเเพ้คดี มองว่าไม่ใช่เเพ้เพราะข้อกฎหมาย เเต่เพราะตั้งใจล้มคดี คดีมูลค่าเเสนล้านบาท ไทยใช้ทนายขอเเรงค่าจ้างเเค่ 5 ล้านบาท ต่อมาวันที่ 4 ตุลาคม 2559 ครม.เสนอ สนช.แก้กฎหมายศุลกากร โดยให้เหตุผลว่าเเพ้คดี WTO ประเทศอื่นเอาประโยชน์ของชาติเป็นที่ตัวตั้ง แต่กับเรา ผู้มีอำนาจได้อะไรจากงานนี้หรือไม่ แก้มาตรา 27 เพื่อลดภาษีบุหรี่ต่างชาติ” นายศรัณย์วุฒิ กล่าว

Advertisement

นายศรัณย์วุฒิกล่าวอีกว่า ลดค่าปรับยังไม่พอ ยังพยายามช่วยฝรั่งพ้นคุก อ้างว่ากระทบกับรูปคดี กับ WTO โดยนายดอนออกหนังสือฉบับที่ 1 วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 ถึงนายวิษณุ เนื้อหาหนังสือ นายดอนพยายามกดดันเจ้าหน้าที่ไทยว่า ควรยื่นอุทธรณ์ต่อ WTO หรือไม่ นายดอน แทนที่จะช่วยประเทศไทย แต่กลับไปช่วยต่างชาติ ที่ทำแบบนี้เพราะมีไอ้โม่งชักใย ทั้งที่ที่เรายังไม่แพ้คดี แต่กลับอ้างว่าไทยไม่ควรอุทธรณ์ต่อ WTO เพราะอาจจะแพ้คดี ทั้งๆ ที่ WTO ไม่ได้บอกแบบนั้น ทำแบบนี้นายดอน และแก๊งนายดอนที่ใหญ่กว่านายดอน เอื้อบริษัทบุหรี่ต่างชาติชัดๆ

“วันที่ 7 มีนาคม 2562 นายดอนมีหนังสือฉบับที่ 2 ถึงนายวิษณุ เรื่องการระงับข้อพิพาทไทยกับฟิลลิปปินส์ ที่ฟิลลิปมอร์ริสขอให้อัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่ฟ้อง กลับมาพิจารณาใหม่ คุณทำเกินหน้าที่ ทำไมรักษาผลประโยชน์ต่างชาติมากกว่าไทย ถามว่าสรุปคุณกินเงินเดือนใคร ฟิลลิป มอร์ริส ผู้อ้างว่าสามารถให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ มาช่วยเจรจา ซึ่งไม่สามารถทำได้ เพราะเป็นอธิปไตยของเรา แต่นายดอนแกล้งตกใจกลัว รับคำขู่มากดหัวเจ้าหน้าที่ไทย เปิดรับข้อเสนอต่างตอบแทน ที่เป็นการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมไทย การที่นายกฯ นายวิษณุ และนายดอน ยอมทำถึงขนาดนี้ คนโบราณไทยเดิมบอกว่า มีอะไรบางอย่างที่ทำให้ผีโม่แป้งได้ และอะไรที่ทำให้ผีโม่แป้งได้ ผมให้ประชาชนคิดเอง” นายศรัณย์วุฒิ กล่าว

นายศรัณย์วุฒิอภิปรายอีกว่า ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ออกหนังสือ นร 0402/ล.3211 สั่งรองเลขานายกฯ ในขณะนั้น ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการต่างประเทศ กรมศุลกากร กรมสรรพสามิตร กรมสรรพกร กรมสอบสวนคดีพิเศษ และกรมการค้าระหว่างประเทศ ให้พิจารณาข้อเสนอของฟิลลิปมอร์ลิส เพื่อเสนอแนวทางยุติข้อพิพาทอันฉันมิตร ถือเป็นการยอมรับให้คู่ความเข้ามาแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม และนายกฯ ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ ม.186 วรรคสอง จากนี้จะต้องติดคุก 4 คนเต็มๆ คือ พล.อ.ประยุทธ์ นายวิษณุ นายดอน และไอ้โม่งที่เป็นฝรั่ง คำนวณไปมา พล.อ.ประยุทธ์ นายวิษณุ นายดอน ต้องติดคุก 7,364 ปี ตาม ป.อาญา 83 ประกอบประมวลรัษฎากร มาตรา 90/4 การช่วยเหลือฟิลลิปมอร์ริสในการช่วยโกงภาษี เปรียบเสมือนการข่มขืนประเทศครั้งแรก จนประเทศบอบช้ำใกล้ตาย ส่วนครั้งที่ 2 คือ การช่วยไม่ให้ติดคุก

“ประเด็นต่อมาคือ การทำลายบุหรี่ไทยพังยับเยินถาวร โกงจนโรงงานยาสูบพังทั้งระบบ กระทบคนกว่า 2 ล้านชีวิต ที่ต้องตกระกำลำบาก แต่ท่านอู้ฟู้ นอกจากนี้ ยังช่วยเจ้าสัว ทันทีที่ยึดอำนาจมี ม.44 อยู่ในมือ พล.อ.ประยุทธ์ตั้งเพื่อนรัก พล.อ. ‘ว’ ที่เดินไปไหนด้วยกันบ่อยๆ ไปคุมยาสูบ ตามด้วยตั้ง พล.ท. ‘ส’ เข้าไปเป็นประธานกรรมการอำนวยการกิจโรงงานยาสูบ จากนั้นตั้ง น.ส. ‘ด’ จนกระทั่งได้เป็นผู้อำนวยการโรงงานยาสูบ หากใครจะประมูลงานของโรงงานยาสูบ จะต้องผ่าน บริษัท อัพ ด.แทนที่จะเปิดประมูลเสรี และบริษัทดังกล่าวเกี่ยวข้องกับคนชื่อ ปรีชา ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อขายอาวุธ ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ เข้าข่ายรู้เห็นเป็นใจฝ่าฝืนกฎหมายล็อกสเป็ก นอกจากนี้ การบริหารงานในโรงงานยาสูบ สร้างความเสียหายมูลค่าหลายร้อยล้านบาท เช่น ในเรื่องของไลน์การผลิต การติดตั้งเครื่องจักรที่ไม่สามารถดำเนินการได้ ทั้งยังมีกรณีการปรับโครงสร้างภาษีเอื้อบุหรี่ต่างชาติ” นายศรัณย์ กล่าว

นายศรัณย์วุฒิกล่าวว่า ทั้งยังมีการแปรรูปโรงงานยาสูบ ด้วยการให้การยาสูบเป็นนิติบุคคล โอนทรัพย์สินจากที่พัสดุ มาเป็นของการยาสูบ และให้เอกชนเข้ามาร่วมตั้งบริษัท เพื่อใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินของยาสูบได้ ถือเป็นการเอื้อเจ้าสัว อย่างไรก็ตาม การต่อสัญญาศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 50 ปี ทำไมไม่ปล่อยให้สัญญาสิ้นสุดลงวันที่ 8 เมษายน 2564 เพราะว่าถ้าสัญญาหมดลง จะต้องเปิดประมูลแข่งขันอย่างเสรี แต่คนในรัฐบาลอ้างความเห็นกฤษฎีกาว่าไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ ถือเป็นแผนฮุบที่ดินที่เอื้อกันสุดๆ ทั้งนี้ เมื่อได้รับการต่อสัญญาแล้ว มีการแก้ผังเมืองบริเวณดังกล่าว ให้สามารถสร้างตึกสูงได้กว่าที่กำหนดไว้เดิม เป็นที่น่าสังเกตว่าการต่อสัญญาตอนที่ยังสร้างตึกสูงไม่ได้ เพื่อให้การจ่ายค่าเช่าต่ำที่สุด โดยวางแผนเพื่อต้องการสร้างเมกะโปรเจกต์ ที่มีสวนสาธารณะขนาดใหญ่ มีโรงแรม และมีห้างสรรพสินค้า ตนคิดว่าหากสร้างเสร็จแล้ว ถนนคลองเตยทั้งเส้นจะกลายเป็นถนนเจริญหรือไม่ ตนสงสัยว่า ทำไมรัฐบาลชุดนี้ถึงใจดีช่วยเจ้าสัวมากขนาดนี้ เปิดทางให้เจ้าสัวสามารถยึดที่โรงงานยาสูบได้

นายศรัณย์วุฒิกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ในสมัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ.ได้จัดซื้อรถถังจากประเทศยูเครนด้วยวงเงินงบ 8,000 ล้านบาท มีกำหนดส่งมอบปี 2558 แต่กลับมีการส่งมอบจริงปี 2561 ปรากฏว่าไม่มีการจ่ายค่าปรับ สำหรับการจัดซื้อครั้งนี้ มีการตั้งคนไทย 2 คน เป็นลูกจ้างในกงศุลไทยที่ประเทศยูเครน นอกจากนี้ การซื้อขายรถถังไม่ได้เป็นไปลักษณะรัฐต่อรัฐ แต่พบว่ามีการดำเนินการผ่านบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งจากการตรวจสอบของทางการยูเครน พบว่ามีเงินส่วนหนึ่งจ่ายผ่านคนกลาง 1,400 ล้านบาท และเมื่อมีการจ่ายเงิน ลูกจ้างคนดังกล่าวก็ลาออก ทั้งนี้ ยูเครนส่งผลการตรวจสอบให้กระทรวงต่างประเทศไทยให้ตรวจสอบ แต่มีไอ้โม่งเก็บเรื่องเอาไว้ไม่ให้มีการตรวจสอบ

“รถถังนี้เป็นรถถังเชียงกงย้อมแมว ใช้เวลาประกอบนานมาก ผิดกับซื้อขายรถถังของจีน ที่ใช้เวลาประกอบรถถัง และส่งมอบในเวลาไม่นาน พี่น้อง 3 ป. พี่ใหญ่ซื้อเรือดำน้ำ พี่รองไม้แหย่แย้ เรือเหาะ ส่วนน้องเล็กซื้อรถถึงโอพอด ตั้งแต่ยึดอำนาจมา 6 ปี และสืบทอดอำนาจ แม้จะอ้างว่ามาตามประชาธิปไตย แต่ทำเศรษฐกิจไทยพังยับเยิน สาเหตุที่เราทรุดแบบนี้ เพราะเรามีภูมิคุ้มกันไม่ดี ท่านนายกฯ มักจะบอกว่าตัวเองเสียสละ และความรักชาติ เอาหน้าที่การเป็นทหารมาข่มขู่คนอื่น” นายศรัณย์วุฒิ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ ในระหว่างที่นายศรัณย์วุฒิอภิปราย ได้ถูก ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลประท้วงเป็นระยะๆ ทำให้นายศรัญย์วุฒิถึงกับกล่าวว่า ประท้วงมันน่ารำคาญมาก นายกฯ จดเองเลย เวลานายกฯ ไม่มา ไม่เห็นประท้วงเลย เพื่อพิสูจน์ความจงรักษ์ภักดีของท่าน ทำให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภา ได้เตือนทันทีว่า ขอร้องเสมอในสภานี้ว่าอย่าสาบาน เพราะอยู่กันหลายคน อย่าท้าทาย เพราะการท้าท้ายทำให้เป็นเงื่อนไขข้อขัดแย้งตามมา ซึ่งไม่อยากให้สูญเสียฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เราควรอดทนใช้เหตุผลกัน

จากนั้น นายศรัณย์วุฒิได้อภิปรายต่อว่า “ก่อนที่จะมาอภิปรายวันนี้ มีคนเตือนเยอะว่าจะเจอะกับอะไร ผมไม่กลัว ถ้ากลัวไม่ยืนอภิปรายสู้ขนาดนี้ นี่คือนักรบพันธุ์ดุ ผมได้ทำพินัยกรรมให้กับลูกแล้วว่า พ่อเป็นอะไรไป ให้พี่ๆ น้องๆ รักกันดูแลกันให้ดี พ่อจะทำดีให้บ้านเมือง พ่อจะเป็นอะไรไม่สำคัญ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทำให้นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ประท้วงว่าวันนี้เป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่ใช่มาสั่งเสีย เรื่องครอบครัวก็ไปคุยกับครอบครัว เสียเวลา จะตายก็ไปสั่งเสียที่บ้านเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า จากนั้น นายศรัณย์วุฒิได้อภิปรายต่อว่า เรียนนายกฯ ว่า เพื่อพิสูจน์ว่าพรุ่งนี้ นายกฯ ไปที่วัดพระแก้วกับตน เราจะได้รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น นายชวนจึงได้เบรกอีกครั้ง พร้อมทั้งกล่าวว่า อย่าท้าไปวัดพระแก้ว เราต้องใช้สภานี้ให้เป็นประโยชน์ อย่าใช้ความกลัว ถ้าพูดไปแล้วจะเป็นอันตราย ถ้ากลัวแล้วพูดทำไม เราต้องไม่กลัว เพราะฉะนั้นอย่าแสดงด้วยความกลัวด้วยการพูดในลักษณะว่าจะเกิดอะไรขึ้น สภานี้ไม่สนับสนุนความกลัว ที่เปิดโอกาสเพราะอยู่ในระบอบประชาธิปไตย ที่เปิดให้ตรวจสอบอย่างเข็มแข็ง ไม่ได้กีดกันเลย ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย เมื่อมีการกล่าวหา อีกฝ่ายต้องมีสิทธิตอบ พูดอะไรแรงไป ถ้าเขาตอบแรงไป เราตั้งรับได้ กรณีนายศรัณย์วุฒิ กล้าพูดก็อย่าไปกลัว

นายศรัณย์วุฒิยังคงกล่าวว่า “พรุ่งนี้ นายกฯ ไปที่หน้าวัดพระแก้วกับผม เราจะได้รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราเตรียมกระสุนไปคนละนัด ต่างคนต่างแลก ยิงกันดูเลย เพื่อพิสูจน์ความจงรักภักดี เอาอย่างนั้นเลยนะครับ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การอภิปรายของนายศรัณย์วุฒิ ใช้เวลารวมกว่า 3 ชั่วโมง ซึ่งทำให้เวลาการอภิปรายของฝ่ายค้านเหลือไม่มาก นายชวนจึงได้แจ้งว่าจะไปหาทางออกให้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
 

เพิ่มเพื่อน
ต่อมาเวลา 14.00 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้ชี้แจงข้อกล่าวหาของนายศรัณย์วุฒิ ว่า การอภิปรายกล่าวหาในหลายๆ เรื่อง จะมอบหมายให้รองนายกฯ และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องชี้แจง เนื่องจากมีการพาดพิงงานหลายกระทรวง ตนในฐานะนายกฯ กำกับดูแลทุกกระทรวง จำเป็นต้องให้ผู้ปฏิบัติชี้แจงในรายละเอียด แต่ยืนยันว่าโดยหลักการทราบรายละเอียดทั้งหมด เพราะทำงานในฐานะนายกฯ และเป็นประธานคณะกรรมการ 50 กว่าคณะ ซึ่งไม่ใช่ประชุมวันเดียวกันทั้งหมด แต่ฝ่ายค้านพูดทำนองว่าจะทำงานไหวหรือ ซึ่งไม่ใช่ ยืนยันเข้าประชุมทุกคณะ หากไม่ติดภารกิจไปต่างประเทศ เพราะหนีความรับผิดชอบไม่ได้ ต้องดูแลข้าราชการให้ทำหน้าที่อย่างถูกต้อง อีกทั้ง ไม่ต้องการให้เกิดความเสียหายหรือต้องติดคุก

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า กรณีที่ ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ระบุว่าการจ่ายเงินชดเชยผู้ประสบภัยในพื้นที่ทางการเกษตรล่าช้านั้น ได้ตรวจสอบไปที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้ว พบว่าเกษตรกรที่ประสบภัยพายุโพดุล และคาจิกิ ได้ดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือแล้วจำนวน 438 ล้านบาท ส่วนด้านประมงในพื้นที่ 19 อำเภอ ได้จ่ายเงินช่วยเหลือ 5.4 ล้านบาท ครบถ้วนแล้ว เช่นเดียวกับพื้นที่ปศุสัตว์วงเงิน 1.6 ล้านบาท ส่วนนี้อยู่ในระหว่างการสำรวจความเสียหายให้ชัดเจน ซึ่งขอเวลาอีกสักนิด จะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ส่วนเรื่องการซื้อขายที่ดินของ พ.อ.ประพัฒน์ จันทร์โอชา บิดาของตน ที่อภิปรายว่ามีสุขภาพไม่ดีตั้งแต่ปี 2559 นั้น ขอชี้แจงว่าตนขายที่ดินก่อนตั้งแต่ 2556 ส่วนพ่อตนไม่สบายในปี 2559 จนต้องมีการพิทักษ์ทรัพย์ และตนเป็นเจ้าหน้าที่พิทักษ์ทรัพย์ จึงเป็นเรื่องที่เกิดคนละปีกัน

“ปี 2555-2556 พ่อผมยังแข็งแรงเป๊ะ ยังดุผมได้อยู่เลย ภาษีก็เสียอย่างถูกต้อง ซึ่งผู้ซื้อที่ดินเป็นผู้ดำเนินการทั้งหมดอยู่ ในสัญญามีหลักฐานชัดเจน ตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ที่ดิน และมีรายงานและการตรวจสอบของ ป.ป.ช.เรียบร้อย จึงมีการนำมาแถลงให้ทราบข้อเท็จจริง เรื่องนี้ผมลงรายละเอียดมากเกินไปด้วยซ้ำ รวมทั้ง เรื่องการโอนเงินต่างๆ และผมเห็นบางคนบางกรณีที่ผ่านมาไม่เห็นจะมีการโอน ซึ่งก็ไม่ว่ากัน ยืนยันว่าการซื้อขายที่ดินเป็นไปตามกฎหมายสรรพากร” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ส่วนการอภิปรายอีกหลายประเด็นนั้น โดยเฉพาะเรื่องฟิลลิปมอร์ริส รถถัง โรงงานยาสูบ และการดำเนินการของกระทรวงต่างประเทศ รวมถึง ที่เกี่ยวข้องอีกหลายกระทรวง ตนมีคำตอบทุกประเด็น อีกทั้ง ที่กล่าวหาว่าเดือดร้อนกันทั้งประเทศ ก็ขอให้ติดตามฟัง และขอแจ้งให้ทราบว่าในข้อกล่าวหาเรื่องการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหารในลักษณะของบาร์เตอร์เทรดนั้น กรุณาไปศึกษากฎหมายไทยด้วยว่า ประเทศไทยไม่มีกฎหมายบาร์เตอร์เทรด โดยเฉพาะเอาสินค้าไปแลกกับอาวุธนั้น ไม่มี ไม่สามารถทำได้ อย่างมากก็เป็นเรื่องต่างตอบแทน เหมือนที่ไทยทำกับจีนในลักษณะคู่สัญญา แต่บางอย่างไม่เท่าเทียม แลกกันไม่ได้

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ เรื่องการทำสัญญาจีทูจีนั้น เป็นเรื่องของแต่ละประเทศที่มีสัญญาร่วมกันอย่างจีน และรัสเซีย รัฐบาลจะเป็นผู้รับรองบริษัท แต่ของเราเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องเซ็น ส่วนการติดต่อจะให้บริษัทเป็นผู้ดำเนินการ อีกทั้ง กรณีที่อภิปรายว่ามีการส่งช้า และรถถังเก่าหรือไม่เก่านั้น ให้คอยดู และที่เข้าใจว่าล่าช้านั้น เพราะเดิมเขาเป็นประเทศเดียวกัน แต่การผลิตส่วนใหญ่อยู่ที่ประเทศยูเครน แต่ตัวเครื่องอยู่ที่รัสเซีย เมื่อมีปัญหาทะเลาะกันภายใน จึงมีการทำเรื่องขอปรับ ซึ่งเป็นเรื่องระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาล และมีการเปลี่ยนรัฐบาลมาหลายครั้ง รัฐมนตรีเปลี่ยนมาหลายคน การที่ตนเดินทางไปเยือนยูเครนครั้งที่แล้ว ไม่ได้ไปเยือนเพื่อซื้อรถถัง แต่ไปเยือนในฐานะแขกของรัฐบาลที่เชิญอย่างเป็นทางการ เป็นเรื่องระดับรัฐบาล ขณะเดียวกันก็ได้ไปเยี่ยมการทหารของยูเครน ได้พาตนไปดูรถถัง และสาธิตการยิงให้ดู ส่วนใครเป็นผู้จัด ตนไม่รู้ จากนั้นก็นำกลับมาพิจารณาเนื่องจากมีหลายบริษัทเสนอมา

“ผมไม่ได้กลัวการตรวจสอบอะไรทั้งสิ้น อย่างเรื่องของโรงงานยาสูบ เขามีแผนย้ายมานานแล้ว ก่อนรัฐบาลผมจะเข้ามา ทำการย้ายไปที่อยุธยา แต่ติดขัดมาหลายรัฐบาล ยืนยันว่าเรื่องการย้ายนั้นเป็นไปตามแผน ที่มากล่าวอ้างว่าการย้ายโรงงานยาสูบเพื่อคนนั้นคนนี้ ไม่จริง เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นภายหลัง การประกอบธุรกิจต่างๆ เขาทำถูกต้องตามกฎหมาย ไม่มีความผิด เขาสามารถทำได้ไม่ใช่หรือ รัฐบาลนี้ไม่ใช่นักลงทุน ที่จะต้องมาดูว่าควรเพื่อประโยชน์ให้ใคร ผมเองก็ยังไม่รู้ว่าโครงการนี้เกิดขึ้นตรงไหน หลายโครงการก็ไม่ใช่โครงการของรัฐ การพูดจายึดโยงต่างๆ ขอให้เข้าใจว่าเกิดความเสียหายในวงกว้าง และผมก็แน่ใจว่าหลังจากนี้ไป คงมีอีกหลายเรื่องที่จะเป็นปัญหาต่อไปในอนาคต ขอบคุณในความหวังดี ขอบคุณท่านศรัณย์วุฒิ อภิปรายได้สนุกดี แต่ขอให้เอาสาระต่างๆ และข้อเท็จจริงมาพูดด้วย เพราะไม่อยากให้เสียเวลาอันมีค่าของสภา ควรสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนให้ได้มากที่สุด” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว