หน้าแรก การเมือง สมชัยกังวลเลื...

สมชัยกังวลเลือก กนย.ไทยพีบีเอส หวั่นตกเป็นเครื่องมืออุดมการณ์การเมืองขั้วเดียว

6.07.16 | 13:50 น.

เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม นายสมชัย สุวรรณบรรณ อดีต ผอ.ไทยพีบีเอส เผยแพ่บทความทางบล็อกส่วนตัว เรื่องความห่วงใย 9 ประการสำหรับผู้สมัครเป็นกรรมการนโยบายองค์การกระจายเสียง และแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ThaiPBS) โดยระบุว่า

ขณะนี้มีประกาศรับสมัครและการแสดงวิสัยทัศน์ผู้สมัครเป็นกรรมการนโยบาย (กนย.)ไทยพีบีเอส โดยมีกำหนดการตัดสินคัดเลือกให้เสร็จสิ้นภายในสัปดาห์นี้

แม้ว่าไทยพีบีเอสมิได้ประชาสัมพันธ์ให้กว้างขวางมากนักโดยเป็นที่รู้กันในหมู่คนกลุ่มเดียวเท่านั้น แต่เป็นที่น่ายินดีที่ว่าการเปิดรับสมัครคราวนี้มีคนสนใจยื่นใบสมัครกันคึกคักมากกว่าหกสิบคน อาจเป็นเพราะว่ามีตำแหน่งว่างถึง 5 ตำแหน่ง แถมยังอาจจะเปิดรับสมัครเพิ่มอีกตำแหน่งหนึ่งไล่เลี่ยกันนี้เพราะมี กนย. ท่านหนึ่งตัดสินใจลาออกก่อนหมดวาระ

ประเด็นที่น่าเป็นห่วงคือช่วงเวลานี้ ไทยพีบีเอสกำลังเข้าสู่โค้งสำคัญของการอธิบายตนเอง ในฐานะสื่อสาธารณะแห่งแรกของไทยในวาระที่จะมีอายุครบสิบปีในปี 2560 ทั้งนี้ เพราะตามมาตรา 51 ของ พ.ร.บ. ส.ส.ท. ได้กำหนดไว้ว่า…..”อย่างน้อยทุกๆสิบปีนับตั้งแต่มี พ.ร.บ.นี้บังคับใช้ ให้องค์การเสนอให้มีการทบทวนที่มาและสัดส่วนของเงินบำรุงองค์การให้มีความเหมาะสมกับความจำเป็นในการดำเนินภารกิจขององค์การ………..และทบทวนการสร้างและ ส่งเสริมการสื่อสาธารณะของประชาชน ผ่านการดำเนินภารกิจขององค์การ…”

ดังนั้น การคัดเลือก กนย. ในครั้งนี้จึงมีความสำคัญต่ออนาคตระยะยาวของไทยพีบีเอส เพราะเป็นครั้งแรกของไทยพีบีเอสที่จะมีการเปลี่ยนตัว กนย.มากกว่าครึ่งในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญที่ต้องมีการวางยุทธศาสตร์ความอยู่รอดระยะยาว ที่น่ากังวลใจคือ เหลือเวลาไม่มากนักที่ กนย. และทีมผู้บริหารจะกำหนดทิศทาง วางยุทธศาสตร์และแผนงานที่หนักแน่นสมเหตุสมผล ในการใช้เงินสาธารณะที่โปร่งใสคุ้มค่าตามภารกิจและสอดคล้องตามวัตถุประสงค์หกประการที่ระบุไว้ใน พ.ร.บ.มาตรา 7

Advertisement

มีผู้คนจำนวนมากภายในสังคมไทยที่ถือว่าไทยพีบีเอสเป็นที่พึ่ง เป็นปากเป็นเสียงให้พวกเขาเพราะสื่อมวลชนในกระแสโลกทุนนิยมและอำนาจนิยมอาจจะไม่เห็นความสำคัญของพวกเขา ขณะเดียวกัน ก็มีบุคลากรจำนวนมากภายในองค์การที่ทุ่มเทสร้างสรรค์ผลงานตามทักษะที่สะสมมาตั้งแต่ยุคไอทีวี (ITV) และเวลาต่อมามีการสะสมอุดมการณ์ สื่อสาธารณะตามที่มีการวางหลักไว้ในวิสัยทัศน์ พันธกิจ และกรอบจริยธรรมที่ครอบคลุม กรรมการ ผู้บริหารและพนักงาน ตั้งแต่ก่อร่างสร้างองค์การเป็นต้นมา อันเป็นรากฐานที่เสริมสร้างความไว้วางใจในสังคมที่จัดสรรอุดหนุนมาสนับสนุนสื่อสาธารณะแห่งนี้ให้สามารถทำงานตามวัตถุประสงค์หกประการดังกล่าว

สังคมภายนอกและพนักงานที่ทุ่มเทให้กับไทยพีบีเอส ได้ตั้งความคาดหวังไว้อย่างมากว่าพวกท่านจะมีสายตากว้างไกล มีองค์ความรู้และทักษะอย่างแท้จริง ละทิ้งอคติส่วนตน มีความเข้าใจอุดมการณ์สื่อสาธารณะ และพร้อมที่จะแสดงตนให้เป็นตัวอย่างที่ดีในด้านจริยธรรมให้เป็นที่เคารพนับถือในหมู่พนักงาน โดยแสดงความโปร่งใส พร้อมอกพร้อมใจให้มีการตรวจสอบได้
ไทยพีบีเอสได้ผ่านหลักกิโลเมตรมาแล้ว 9 ปีและกำลังเข้าโค้งสำคัญในปีที่ 10 ซึ่งทำให้พนักงานกว่าพันชีวิตที่ร่วมเป็นร่วมตายกันในหลายเหตุการณ์ที่ผ่านมาเกิดมีความห่วงใยในภาวะเปราะบางที่กำลังเกิดขึ้นกับองค์การที่พวกเขารักและหวงแหนนี้ว่า ผู้ที่จะเข้ามาเป็น กนย. จะมาสร้างความเสียหายเสื่อมถอย หรือ จะสามารถนำพาไทยพีบีเอสให้ผ่านพ้นโค้งอันตรายนี้ ได้หรือไม่
ความห่วงใย 9 ประการ ต่อบุคคลที่เสนอตัวเข้าคัดเลือกเป็น กนย. ไทยพีบีเอส

ห่วงใยว่าจะมีความเข้าใจอย่างถ่องแท้มากน้อยแค่ไหนในเนื้อหาสาระ-เจตนารมณ์ ของ พ.ร.บ. สื่อสาธารณะ-บทบาทหน้าที่ตาม พร.บ.-จริยธรรมวิชาชีพ และจริยธรรมองค์การ จริยธรรมกรรมการและผู้บริหาร เพราะว่าสื่อสาธารณะแห่งนี้เป็นของประชาชนที่มีความหลากหลาย แตกต่างหลายขั้ว มิใช่ของกลุ่มแนวคิดทางการเมืองหรืออุดมการณ์จำเพาะแบบใดแบบหนึ่ง
มีความห่วงใยในแวดวงกลุ่มคนที่ร่วมผลักดันการปฏิรูปสื่อ เพราะไทยพีบีเอสเป็นผลพวงหนึ่งภายในบริบทของกระแสเรียกร้องการปฏิรูปสื่อหลังเหตุการณ์พฤษภา 35 ที่ต้องการให้ประเทศไทยมีสื่อที่เป็นอิสระอย่างแท้จริงได้รับการคุ้มครองมิให้ตกอยู่ภายใต้แนวคิดแบบอำนาจนิยมและบริโภคนิยม สร้างตัวตนสื่อสาธารณะให้เป็นสื่อทางเลือกใหม่โดยไม่ต้องหมกมุ่นอยู่กับกลไกตลาด เพื่อให้การต่อสู้เรียกร้องในเหตุการณ์พฤษภา 35 ให้มีการปฏิรูปสื่อครั้งนั้น ไม่เสียของ-สูญเปล่า

ห่วงใยเรื่องการวางตัวตนของความเป็นบุคคลสาธารณะของ กนย. ว่าจะต้องแสดงพฤติกรรมเป็นอย่างที่ดีให้พนักงานเคารพนับถือ จะไม่ใช้ฐานะตำแหน่ง กนย. แสวงหาประโยชน์ส่วนตนจากทรัพย์สินหรือทรัพยากรขององค์การ หรือเอื้อประโยชน์ให้แก่พวกพ้อง เครือข่าย เข้ามาชี้นำภายในองค์การ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม

ความห่วงใยเกี่ยวกับความไม่ชัดเจนเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน หรือการแสวงหาประโยชน์หลากหลายทางจากสถานะของผู้กำกับดูแลองค์การสื่อขนาดใหญ่ ของ กนย. ทั้งในที่ลับและที่แจ้งซึ่งอาจจะมีผลในการลดทอนความน่าเชื่อถือของสื่อสาธารณะ (public trust) ที่พนักงานขององค์การพยายามสะสมด้วยหยาดเหงื่อแรงงานตลอดเก้าปีที่ผ่านมา (ทีวีที่คุณวางใจ)
พนักงานจำนวนหนึ่งมีความห่วงใยว่า จะไม่ได้รับการปกป้องคุ้มครองจาก กนย. เมื่อมีแรงกดดันทางการเมืองหรือมีภัยคุกคามทั้งต่อองค์การโดยรวม และ ต่อพนักงานรายบุคคล ไม่ว่าทางตรง หรือทางอ้อม ตามบทบาทหน้าที่ของ กนย. ที่ระบุใน พ.ร.บ. มาตรา 28 (2)

ความห่วงใยในความสับสนของการแสดงอำนาจหน้าที่ของ กนย. ทั้งที่มาในรูปของ กนย. ทั้งคณะหรือ กนย. รายบุคคล ที่ไม่เข้าใจเรื่องการแยกแยะภาระกิจการวางนโยบายให้กับองค์การและบทบาทของ กนย. ซึ่งไม่มีอำนาจหน้าที่ในส่วนของการบริหารกิจการ การจัดผังรายการ การตลาด รวมไปถึงการบริหารทรัพยากรมนุษย์

ในบรรยากาศแห่งความหวาดกลัวภายในองค์การ พนักงานจำนวนหนึ่งมีความห่วงใยว่าจะไม่มีพื้นที่ปลอดภัยภายในองค์การ ที่จะแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยน ตั้งคำถามโดยไม่ต้องหวั่นกลัวต่อผู้บริหาร หรือ ต่อ คณะ กนย. ในเรื่องที่เกี่ยวกับทิศทางผลประโยชน์ขององค์การหรือความโปร่งใสในการตัดสินใจเรื่องสำคัญๆ รวมทั้งเรื่องที่อาจจะหมิ่นเหม่ต่อการทำผิดกฎหมายหรือ กรอบจริยธรรมของกรรมการและผู้บริหาร ทั้งนี้ฝ่ายนโยบายต้องรับประกันให้มีเสรีภาพทุกตารางนิ้วในองค์การสื่อสาธารณะ

ความห่วงใยในเรื่องประสิทธิภาพและความคุ้มค่าในใช้เงินภาษีบาป ทั้งนี้ หากว่า กนย.มัวหมกมุ่นอยู่กับปัญหาระยะสั้น ก็จะละทิ้งบทบาทการวางยุทธศาสตร์ระยะยาวในเรื่องความยั่งยืนทางการเงิน-การขยายความหลากหลายของแหล่งที่มาของรายได้ และควบคุมการใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟีอยไม่คุ้มค่า ทั้งนี้ เพราะ กยน. มารับตำแหน่งเพียงสองปีบ้าง สี่ปีบ้างแล้วก็หมดวาระไป ไม่ควรสร้างวัฒนธรรมฟุ่มเฟือยทิ้งหลุมดำระยะยาวไว้ให้พนักงานต้องแบกรับภาระ

ไทยพีบีเอสเป็นสื่อสาธารณะ ดังนั้น เจ้าของที่แท้จริงคือสาธารณชนทั้งประเทศมิใช่อาณาจักรส่วนตัวของใครก็ตามที่ผ่านการคัดเลือกเข้ามาเป็น กนย. สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือไม่ควรทำตัวเป็นเจ้าของกิจการสถานีโทรทัศน์หรือวางตนเป็นอำมาตย์ที่จะคาดหวังให้พนักงานมาปรนนิบัติรับใช้ เพราะพนักงานขององค์การสื่อสาธารณะส่วนใหญ่มีความคิดเป็นอิสระ มืออาชีพ และมีศักดิ์ศรี

กนย.ไทยพีบีเอสมีวาระเพียงสั้นๆ อย่างมากแค่สี่ปี บางท่านมีวาระเพียงปีหรือสองปี และน้อยคนนักที่จะได้รับการคัดเลือกเป็น กนย.ในวาระสอง แต่องค์การสื่อสาธารณะแห่งนี้-ประชาชนที่หวังพึ่งพาให้เป็นปากเป็นเสียงให้พวกเขา-พร้อมกับพนักงานอีกพันคนฝากอนาคตระยะยาวไว้กับ ขนาดสติปัญญา (calibre) ความเที่ยงธรรม (integrity) และสายตาที่ยาวไกล (long term vision) ของ กนย.ที่ผ่านการคัดเลือกเข้ามารับภารกิจที่สำคัญต่อสาธารณชนคนไทย ในช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อที่เปราะบางอย่างยิ่งในประวัติศาสตร์ขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย