‘กล้านรงค์’นำทีม สนช.ลงตรัง แลกเปลี่ยนความเห็น รธน.-เข้าพบ’ชวน หลีกภัย’

‘กล้านรงค์’นำทีม สนช.ลงตรัง รับฟังแลกเปลี่ยนความคิดเห็นประเด็นร่าง รธน.การป้องกันและปราบปรามการทุจริต แจงหมายพบ’นายชวน’ไม่ใช่ประเด็นการเมือง

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 31 มกราคม ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดตรัง นายกล้านรงค์ จันทิก ประธานคณะกรรมาธิการการเมือง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ พร้อมด้วย ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ นายนิพนธ์ นราพิทักษ์กุล พล.อ.ธีระเดช มีเพียร นางนิพัทรา อมรรัตนเมธา ศาตราจารย์พิเศษ ภัทรศักดิ์ วรรณแสง กรรมาธิการ และคณะจำนวน 20 คน ร่วมประชุมรับฟังแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ โดยมีนายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง นายสายัณห์ อินทรภักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง นายกิจ หลีกภัย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง นายพีระพนธ์ ลังเมือง ประธาน นายก อบต.จังหวัดตรัง พร้อมห้วหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ ร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

นายกล้านรงค์กล่าวว่า วันนี้ทางคณะกรรมาธิการการเมือง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ มาสอบถามและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องภารกิจ คือ เรื่องการเมือง การเลือกตั้ง การบริหารจัดการการปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งขณะนี้กำลังจะมีรัฐธรรมนูญใหม่ ที่จะต้องทำความเข้าใจว่ารัฐธรรมนูญเขียนว่าอย่างไร จะขัดเกลาอย่างไร โดยมีการให้ความเห็นกันอย่างกว้างขวาง

นายกล้านรงค์กล่าวอีกว่า โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้มีการสะท้อนปัญหาเรื่องการดำเนินงาน และการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ว่าบางทีมีการวินิจฉัยระเบียบที่อาจจะไม่ตรงกับระเบียบของท้องถิ่น ซึ่งเรื่องนี้ทาง สนช.จะพยายามนำไปแก้ไข คณะกรรมการวิสามัญศึกษาเรื่องนี้อยู่แล้ว ในส่วนของการแก้ปัญหานั้น ทาง สนช.จะพิจารณาโดยเชิญทั้งท้องถิ่น และ สตง.รวมทั้งกระทรวงมหาดไทยมาปรับ อะไรที่จำเป็นที่จะออกเป็นกฎหมาย หรือแก้กฎหมายทางมหาดไทยก็ต้องดำเนินการกันต่อไป

“อะไรที่เป็นเรื่องประกาศของกระทรวงมหาดไทยท้องถิ่นนำไปดำเนินการ แต่ทาง สตง.เห็นว่ามันเป็นระเบียบ ทางกระทรวงมหาดไทยต้องไปปรับประกาศให้เป็นระเบียบ แต่อะไรที่เป็นแนวความคิดหรือว่าการดำเนินการของท้องถิ่นในเรื่องที่เป็นประเพณี ทาง สตง.ไม่เข้าใจก็ต้องพยายามปรับความเข้าใจกันเพื่อให้เดินได้ ทาง สนช.ไม่ได้จับผิดว่าใครผิดใครถูก แต่พยายามทำให้การทำงานท้องถิ่นสามารถเดินไปได้ภายใต้การตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ และต้องไม่มีการทุจริตด้วยปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นทั่วประเทศ และมีการสะท้อนปัญหามายัง สนช.ในลักษณะที่คล้ายๆ กัน” นายกล้านรงค์กล่าว และว่า พลังท้องถิ่นเป็นพลังที่มีความสำคัญเพราะว่าการปกครองของประเทศไทย ฐานคือท้องถิ่นเหมือนกับพีระมิด ถ้าท้องถิ่นเข้มแข็ง พีระมิดก็อยู่ได้ แต่ถ้าท้องถิ่นอ่อนแอ ฐานก็จะพังระบบก็จะพัง

นายกล้านรงค์กล่าวถึงการร่างกฎหมายลูกว่า กรรมการร่างรัฐธรรมนูญเป็นผู้ร่าง จำนวน 50 ฉบับ ส่วน สนช.จะเข้ามาพิจารณา จึงไม่มีความลำบากใจ เพราะเป็นภารกิจเป็นหน้าที่ของ สนช.อยู่แล้ว ถ้าอะไรที่เห็นว่าจะแก้ไขอย่างไรก็ต้องมีการตั้งกรรมาธิการขึ้นมา ซึ่งจะต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ โดยกฎหมายลูกจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน

ต่อข้อถามที่ว่า การเดินทางมาจังหวัดตรัง ของคณะกรรมาธิการการเมือง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ มาพบนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐนตรี มีประเด็นการเมืองหรือไม่ นายกล้านรงค์กล่าวว่า การมาในครั้งนี้ไม่เกี่ยวที่มาพบนายชวน แต่เมื่อมาแล้ว ในฐานะคณะกรรมาธิการการเมือง ต้องการรับฟังความคิดเห็น เพราะกรรมาธิการมีหน้าที่กลับไปส่งเรื่องไปแก้หลักกฎหมายรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกัน จึงอยากมารับฟังความคิดเห็น ไม่ใช่เฉพาะพรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่จะไปหมดเพื่อจะได้รับฟังการสะท้อนภาพ ทั้งนี้ เรื่องมาพบนายชวนจึงเป็นส่วนหนึ่งในอันที่จะรับฟังความคิดเห็น

ทางด้านนายเดชรัฐกล่าวว่า ทางจังหวัดได้มีการรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคณะกรรมาธิการการเมือง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ และนำมาชี้แจงโดยเฉพาะเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญให้กับข้าราชการ ท้องถิ่น รวมทั้งประชาชนได้รับทราบและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

บทความก่อนหน้านี้‘โปรแหวน’ยังพอมีหวังแชมป์แอลพีจีเอครั้งแรกในชีวิต ส่วน‘ลูอิส’จ่อคอหอยจ่าฝูง
บทความถัดไปสุจิตต์ วงษ์เทศ : เที่ยวภูเขาทอง กลางเมืองเชียงราย