ถามว่าสถานะทางการเมืองของรัฐบาล ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในเดือนมีนาคม 2563 ดำรงอยู่อย่างไร
“รุก” หรือว่า “รับ”
จะตอบคำถามนี้ได้จำเป็นต้องย้อนไปยัง 2 ห้วงเวลาอันสำคัญ 1 คือห้วงเวลาหลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
1 คือห้วงเวลาก่อนการเป็นนายกรัฐมนตรีในเดือนมิถุนายน 2562
เพราะว่าหลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 มีอำนาจตามมาตรา 44 อยู่ในมือ เพราะว่าเมื่อได้เป็นนายกรัฐมนตรีในเดือนมิถุนายน 2562 อำนาจของมาตรา 44 ก็ค่อยๆ หมดไป
ตอบได้เลยว่า สถานะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่เหมือนเดิม
ยิ่งกว่านั้น สถานการณ์หลังมีการยุบพรรคอนาคตใหม่ และมีการสร้างปรากฏการณ์จุดเทียน เปิดไฟสมาร์ทโฟน ตะโกนขับไล่รัฐบาล
สถานะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยิ่งไม่เหมือนเดิม
จากปลายเดือนกุมภาพันธ์มายังต้นเดือนมีนาคม รัฐบาลและ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เผชิญกับสถานการณ์ในทางการเมือง 2 สถานการณ์
1 สถานการณ์จุดเทียน เปิดไฟสมาร์ทโฟน “ขับ”
1 สถานการณ์การเรียกร้องให้ปรับ ครม. ภายหลังผ่านญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะ
ทั้งๆ ที่ได้เสียงไว้วางใจท่วมท้น แต่กระแสเรียกร้อง “ปรับ ครม.” ก็ดังกระหึ่ม
เสียงเรียกร้องนี้มิได้มาจากฝ่ายค้าน เสียงเรียกร้องนี้มิได้มาจากพรรคร่วมรัฐบาลอย่าง พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา
หากแต่มาจากพรรคพลังประชารัฐ
จาก 2 สถานการณ์นี้ส่งผลให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ปิดปาก ไม่ยอมตอบคำถามทางการเมืองด้วยเกรงสถานการณ์จะบานปลาย
นี่คือลักษณะ “รับ” ในทางการเมือง
ลักษณะรับในทางการเมืองที่มาจากพรรคพลังประชารัฐถือได้ว่ามาจากพวกเดียวกัน แม้จะสามารถบริหารจัดการได้
แต่จุดละเอียดอ่อน คือแรงสะเทือน
หากจำกัดกรอบให้ปรับแต่เฉพาะรัฐมนตรีในเครือข่ายหรือสังกัดพรรคพลังประชารัฐก็ไม่น่าจะมีผลกระทบมากมายนัก
กระนั้น หากสะเทือนถึงพรรคอื่นเมื่อใด เมื่อเอยก็เมื่อนั้น
หากแรงสะเทือนจากการปรับ ครม.ก่อให้เกิดการกระเพื่อมในขณะที่สถานการณ์จุดเทียน เปิดไฟสมาร์ทโฟน ตะโกนขับ ยังดังกึกก้อง
กึกก้องจากท่าพระจันทร์ ถึงขอนแก่น
นั่นหมายถึงหายนะ เพราะการรุกอย่างเร่งเร้าจากนักเรียน นิสิต นักศึกษา จะยิ่งทำให้เกิดสภาพโกลาหลภายในรัฐบาล
เท่ากับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถูกรุกกระหน่ำ
ไม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่ว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ล้วนเป็นทหาร ผ่านตำแหน่ง ผบ.ทบ.มาแล้ว
ต้องรู้ว่าผลจากการถูก “รุก” เป็นอย่างไร
หากไม่สามารถ “สลาย” การรุกลงได้อย่างเป็นฝ่ายกระทำ หากตกอยู่ในสถานะ “ถูกรุก” อย่างต่อเนื่อง ตกอยู่ในอาการ “ตั้งรับ” อย่างไม่ขาดสาย
ย่อมจะต้องถูกตีจนแตกพ่ายกระเจิดกระเจิงในที่สุด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

