ปฏิกิริยาแฟลชม็อบของนักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่มีต่อรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เกิดขึ้นอย่าง ต่อเนื่อง และหากติดตามข่าวสารจะพบว่าตัวแทนจากนักเรียน นิสิต นักศึกษาเหล่านั้นมีหลากหลายสถาบัน และมีความเคลื่อนไหวทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ทิศทางของการเรียกร้องเป็นไปในทำนองเดียวกันคือไม่ต้องการเผด็จการ และโจมตี พล.อ.ประยุทธ์ และคณะรัฐบาลว่าไม่เป็นประชาธิปไตย การรวมตัวครั้งนี้ฝ่ายรัฐบาลมีการตั้งรับที่ดี คือการปล่อยให้เยาวชนได้แสดงความคิดเห็น และเสนอให้เปิดเวทีรับฟังเยาวชน
ความจริงแล้วความเคลื่อนไหวคัดค้านรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ด้วยข้อหาไม่เป็นประชาธิปไตยนี้มีมาอย่างต่อเนื่องจากกลุ่มต่างๆ กระทั่งก่อนหน้านี้มีการผลักดันให้แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เพราะเห็นว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ “ดีไซน์มาเพื่อพวกเรา” สืบทอดอำนาจของ คสช. หาทางลงให้ พล.อ.ประยุทธ์และคณะที่ทำการรัฐประหาร กระทั่งเกิดเป็นกระแสแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้นในช่วงก่อนการเลือกตั้ง และกลายเป็นเงื่อนไขของพรรคประชาธิปัตย์ที่ต่อรองก่อนเข้าร่วมรัฐบาล จนเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลปัจจุบัน
กระแสแก้ไขรัฐธรรมนูญเงียบหายไปพักใหญ่หลังจากสภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาศึกษา และมีสถานการณ์การเมืองอื่นเข้ามาสอดแทรก กระทั่งเกิดการเคลื่อนไหวแฟลชม็อบของนักเรียน นิสิต นักศึกษา คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.) ได้ประกาศผ่านเฟซบุ๊ก เชิญชวนให้ผู้เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ร่วมเดินเท้าไปรัฐสภาในวันที่13 มีนาคม เพื่อเร่งรัดให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ทำให้เรื่องราวของการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้รับความสนใจอีกครั้
ทั้งนี้ เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจจะเป็นทางออกของความขัดแย้งทางความคิดที่กำลังเริ่มต้นบานปลาย การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะทำให้ทุกฝ่ายมีความหวังที่จะทำให้ปัญหาต่างๆ คลี่คลาย เพียงแต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนั้นทำได้ยาก การแก้ไขเพียงบางส่วนไม่ตอบโจทย์ของผู้เรียกร้อง การเสนอให้ยกร่างขึ้นใหม่โดย ส.ส.ร.ซึ่งมาจากการเลือกตั้งได้รับเสียงทัดทานจาก ส.ว. เท่ากับว่าในขณะนี้แนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญยังไม่ชัดเจน แต่ถ้าจะหยิบยกเอาเรื่องรัฐธรรมนูญมานำเสนอเพื่อหาข้อสรุปร่วมกัน หาก 2 ฝ่ายตกลงกันได้ การแก้ไขหรือยกร่างรัฐธรรมนูญจะเป็นทางออก แต่ถ้าตกลงกันไม่ได้ รัฐธรรมนูญก็จะเป็นเงื่อนไขให้ปัญหาบานปลายต่อไป ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจึงสมควรตรึกตรองให้ดี

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

