“ยาวิเศษ” คสช. ม.44 แก้ปัญหา วันเดียว 4 คำสั่ง

7.07.16 | 11:49 น.

วันที่ 5 กรกฎาคม หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ออกคำสั่ง คสช.ถึง 4 คำสั่ง ประกอบด้วยคำสั่งที่ 34/2559 โยกย้ายข้าราชการในกระทรวงยุติธรรม 4 ตำแหน่ง คำสั่ง คสช.ที่ 35/2559 แก้ไขปัญหาการครอบครองและใช้ประโยชน์ที่ดินป่าภูทับเบิก ต.วังบาลและ ต.บ้านเนิน อ.หล่มเก่า จ.เพชรบรูณ์

ตามด้วยคำสั่ง คสช.ที่ 36/2559 แก้ปัญหาการครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) และคำสั่ง คสช.ที่ 37/2559 เรื่องค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องและจําเป็นต่อการสนับสนุนและส่งเสริมการจัดบริการสาธารณสุขและค่าใช้จ่ายอื่นตามกฎหมายว่าด้วยหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

พลันที่คำสั่งแพร่ออกไปมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ออกมาอย่างกว้างขวาง ทั้งเสียงขานรับและตั้งข้อสังเกตถึงเบื้องหน้าเบื้องหลัง

โดยคำสั่งที่ 34/2559 พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม อธิบายว่า เพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการในกระทรวงและสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) จึงให้ นายณรงค์ รัตนานุกูล พ้นจากเลขาธิการ ป.ป.ส. ไปเป็นผู้ตรวจราชการพิเศษ ในสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อความเหมาะสม ทั้งเรื่องของนโยบายและการทำงานแต่ละด้าน ที่ผ่านมาชี้แจงเรื่องยาเสพติดไปจำนวนมาก จำเป็นที่จะต้องให้ผู้ปฏิบัติทำสอดคล้อง อีกทั้ง ป.ป.ส.ไม่ใช่ทำแต่ของ ป.ป.ส.เพียงอย่างเดียว แต่ทำงานร่วมกับต่างประเทศด้วย

“ดังนั้น งานด้านต่างประเทศ ในประเทศ และงานร่วมกันภายในองค์กร คืองานของ ป.ป.ส. ในเรื่องการปราบปรามยาเสพติด ต้องทำในระดับต่างประเทศและในประเทศด้วย ฉะนั้น ป.ป.ส.ต้องเป็นคนที่เชื่อมโยงหรือบูรณาการการทำงานทั้งในและนอกประเทศได้ดีทุกสาขา” พล.อ.ไพบูลย์กล่าว และว่า ดังนั้น ระดับการมองของเราคือมองงานที่ลงไปมากกว่า 2 ปีที่ผ่านมา เชื่อว่าคนใน ป.ป.ส.รู้ดีว่าตนวางอะไรไปบ้าง ทั้งในและนอกประเทศ ในปีที่ 3 ควรจะเก็บเกี่ยวในสิ่งที่เดินงานมา ไม่ให้ล่าช้าและจะต้องเห็นความสำเร็จบ้าง เมื่อขึ้นชื่อว่า ป.ป.ส.เป็นแม่งานคนที่เป็นเลขาธิการ ป.ป.ส. ต้องเป็นแม่งานได้จริงๆ สามารถประสานงานสิบทิศได้ทั้งในและนอกประเทศและทุกมิติ ในสายตาของตน

Advertisement

“นายณรงค์เป็นข้าราชการที่ดี แต่อาจจะไม่เหมาะในสถานการณ์ที่เรากำลังเดินหน้างาน ป.ป.ส.ที่ควรจะได้ จากภายในและภายนอกประเทศ ใช้คำนี้น่าจะเหมาะสมกว่าหรือไม่ เพราะไม่มีเรื่องส่วนตัว ไม่มีเรื่องอะไรกันเพราะผมเป็นคนตั้งเขามาเอง เลือกเขามาเอง” พล.อ.ไพบูลย์ระบุ

ส่วนคำสั่งที่ 35/2559 นายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ชี้แจงในหลักการและเหตุผลของคำสั่งว่า พื้นที่ป่าภูทับเบิกถูกบุกรุกและก่อสร้างรีสอร์ตต่างๆ ในพื้นที่มากมาย สร้างความเสียหายในพื้นที่ ซึ่งทางจังหวัดแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง ตามแผนแม่บทหรือแอ๊กชั่นแพลน 3-8-8 ที่ได้ทำกันไว้

“ภายใต้แผนปฏิบัติการ มีการดำเนินคดีกับผู้บุกรุกและรีสอร์ตต่างๆ ที่ไม่ถูกต้อง ทั้งกลุ่มที่ดำเนินคดีไปแล้ว กลุ่มที่อยู่ระหว่างดำเนินคดีเพิ่มเติม พบว่าการบังคับใช้กฎหมายไม่สามารถทำได้และมีข้อจำกัด ประกอบกับบางรายเป็นคนในพื้นที่แต่ไปก่อสร้างในพื้นที่เสี่ยงภัยอันตราย ที่ผ่านมาได้แต่อาศัยกฎหมายบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งทำได้เพียงแค่สั่งห้ามคนเข้าไปในอาคารและสถานที่ที่กำหนดก็สามารถดำเนินการได้เพียง 50 หลัง ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงเป็นที่มาของคำสั่ง คสช.ที่ 35/2559” นายบัณฑิตย์กล่าว และว่า รีสอร์ตที่ถูกจับกุมปัจจุบันมีทั้งหมด 46 คดี กลุ่มที่ศาลตัดสินพิพากษาแล้วทั้งหมดรวม 25 คดี และอีก 21 ราย อยู่ในชั้นพนักงานสอบสวน กลุ่มนี้จะต้องดำเนินการบังคับใช้ให้เป็นไปตามคำสั่ง หน.คสช.ที่ 35/2559 และคงจะดีเดย์เร็วๆ นี้

ม.44 (1)

ขณะที่คำสั่ง คสช.ที่ 36/2559 ออกมาเนื่องจากรัฐบาลมีโครงการเร่งรัดจัดสรรที่ดินให้แก่เกษตรกร ผู้ยากไร้ และผู้ไร้ที่ดินทำกิน ทำให้ ส.ป.ก.อยากสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล จึงเสนอให้นำที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินซึ่งเป็นของผู้ถือครองรายใหญ่ที่ ส.ป.ก.ยังไม่สามารถเข้าไปสำรวจรังวัดและนำเข้ามาสู่ระบบของการปฏิรูปที่ดินได้

ซึ่ง พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า มอบหมายสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ติดตามที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ตามมาตรา 44 ใน 3 กรณี คือ 1.พื้นที่ไม่เข้าสู่การปฏิรูปที่ดิน พื้นที่ 500 ไร่ขึ้นไป 25 จังหวัด 422 แปลง พื้นที่รวม 426,300 ไร่ 2.พื้นที่ที่จัดให้แก่เกษตรกรแล้วแต่เกษตรกรขายให้กับบุคคลอื่น เนื้อที่ตั้งแต่ 100 ไร่ขึ้นไป อยู่ใน 2 จังหวัด คือ พระนครศรีอยุธยาและนครราชสีมา เนื้อที่ 488 ไร่ และ 3.พื้นที่ที่มีคำสั่งพิพากษาถึงที่สุดให้ขับไล่ เนื้อที่ตั้งแต่ 500 ไร่ขึ้นไป 3 จังหวัด คือ กระบี่ สุราษฎร์ธานี และนครราชสีมา ทั้งหมด 5 แปลง พื้นที่รวม 5,906 ไร่ รวม 3 กรณี อยู่ในพื้นที่ 25 จังหวัด 429 แปลง 432,694 ไร่

“ภายในสัปดาห์นี้จะทำแผนที่แนบท้ายและแปลงที่ชัดเจนรายจังหวัด ส่งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด 25 จังหวัด หลังจากนั้นผู้ครอบครองนำหลักฐานมาแสดงภายใน 15 วันหลังติดประกาศ เพื่อให้ผู้ที่มีหลักฐานมาชี้แจง โดย ส.ป.ก.สามารถดำเนินการตรวจสอบให้เสร็จภายใน 30 วัน หลังจากมีผู้แสดงเจตจำนง ถ้าตรวจสอบหลักฐานแล้วพบว่าถูกต้องด้วยกฎหมาย ส.ป.ก.จะยุติเรื่อง” พล.อ.ฉัตรชัยระบุ

ส่วนคำสั่ง คสช.ที่ 37/2559 ที่ออกมา สืบเนื่องมาจากสมัยที่ นพ.วินัย สวัสดิวร เป็นเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (เลขาธิการ สปสช.) ถูกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ตรวจสอบการดำเนินงานของ สปสช.ช่วงปี 2557 และพบว่ามีการใช้จ่ายงบประมาณไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ของ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 กรณี สปสช.จัดสรรเงินเหมาจ่ายรายหัวให้แก่โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)

โดยเข้าบัญชีเงินบำรุงของโรงพยาบาล และโรงพยาบาลมีการนำไปใช้จ่ายตามความจำเป็น อาทิ ค่าตอบแทนการปฏิบัติการนอกเวลา ค่าตอบแทนภาระงาน ค่าสาธารณูปโภค พวกค่าน้ำค่าไฟ รวมไปถึงการจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้แก่ผู้รับบริการ หรือบุคลากรสาธารณสุขที่ได้รับความเสียหายจากการให้บริการ ยกตัวอย่าง เจ้าหน้าที่พยาบาล หรือเจ้าหน้าที่การแพทย์ฉุกเฉินประสบอุบัติเหตุระหว่างนั่งในรถฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย เป็นต้น นอกจากนี้ ยังเป็นเงินค่าเสื่อม เพื่อซ่อมบำรุงสิ่งก่อสร้าง อาคารหอพักเจ้าหน้าที่ พยาบาล

การตีความที่ระบุว่า ไม่สามารถนำเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติไปใช้เพื่อกิจกรรมข้างต้น เพราะเงินจำนวนนี้ต้องใช้ที่มีผลโดยตรงกับผู้ป่วยเท่านั้น

ทำให้ สปสช.ต้องทำหนังสือชี้แจงว่า ทั้งหมดมีผลต่อผู้ป่วยทั้งสิ้น อย่างค่าตอบแทนบุคลากรที่ทำงานล่วงเวลา ก็เพื่อให้บริการผู้ป่วยอยู่ดี หรือแม้แต่ค่าน้ำค่าไฟ หากถูกตัดน้ำ ตัดไฟ ผู้ป่วยจะอยู่ลำบาก

กระทั่งวันที่ 4 มกราคม นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการ สธ. ในฐานะประธานบอร์ด สปสช. ยกเรื่องนี้หารือในที่ประชุมบอร์ด ได้ข้อสรุปว่า เห็นควรให้โรงพยาบาลแต่ละแห่งใช้จ่ายเงินตามความจำเป็นก่อน อาจต้องใช้เงินบำรุงที่มีร่วมด้วย

ขณะเดียวกัน ระหว่างรอแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติฯ จะหามาตรการรองรับ ขณะนั้นมีการพูดกันว่า อาจขอใช้คำสั่ง คสช. อาศัยอำนาจตาม ม.44 เพื่อให้โรงพยาบาลสามารถใช้จ่ายเงินตามความจำเป็นไปก่อน เพื่อจะได้ไม่ต้องกังวลว่ากระทำการใดๆ ขัดกฎหมาย

กระทั่งเวลาล่วงเลยมา 6 เดือน จึงมีคำสั่ง คสช.ออกมา เจตนารมณ์เพื่อมุ่งเน้นให้การบริหารจัดการกองทุนราบรื่น

นับจากนี้ไปคงต้องจับตาดูว่าผลของคำสั่ง คสช. 4 คำสั่งตาม ม.44 จะถูกนำไปปฏิบัติได้บรรลุเป้าหมาย หรือเป็นแค่ขู่ให้รู้สึกกลัว !!