ศูนย์ฯ โควิด-19 ประจำทำเนียบ จัดแถลงครั้งแรก บูรณาการ 5 กระทรวงหลัก หวังแก้ปัญหาการแพร่ระบาดอย่างทันท่วงที
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 6 มีนาคม ที่ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลมาตรการแก้ไขปัญหาจากโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) แถลงข่าวประจำวันถึงสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงพาณิชย์โดยนายเชิดเกียรติ อัตถากร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ในประเทศเกาหลีใต้มีแรงงานไทยทั้งหมด 209,000 คน แบ่งเป็นแรงงานถูกกฎหมาย 57,470 คน และแรงงานผิดกฎหมาย หรือผีน้อย 152,439 คน ก่อนหน้านี้เราได้มีมาตราการสร้างแรงจูงใจให้แรงงานผิดกฎหมายคือหากรายงานตัวกับทางการเกาหลีใต้ภายในช่วงตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม 2562 – 31 มิถุนายน 2563 แรงงานคนนั้นจะสามารถเดินทางกลับไทยได้โดยไม่มีค่าปรับ และสามารถเดินทางกลับไปทำงานที่เกาหลีใต้แบบถูกกฎหมายได้อีกครั้ง จากรายงานของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของเกาหลีใต้ (สตม.) ปัจจุบันยอดที่ลงทะเบียนรายงานตัวขอกลับแล้ว 5,386 คน เดินทางกลับไทยแล้ว 4,727 คน ทั้งนี้ ก่อนที่จะเดินทางขึ้นเครื่องจะต้องผ่านจุดคัดกรองถึง 3 จุด ตั้งแต่ก่อนเข้าอาคารสนามบิน จนถึงก่อนขึ้นเครื่อง หากอุณหภูมิร่างกายเกิน 37.5 องศาเซลเซียส ทางสนามบินของเกาหลีใต้จะไม่อนุญาติให้ขึ้นเครื่อง ยืนยันว่ากระทรวงการต่างประเทศจะให้ความสำคัญกับความปลอดภัยภายในประเทศ ทั้งนี้ก็ต้อนรับทุกคนไม่ว่าสถานะใด
นายเชิดเกียรติ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการต่างประเทศก็ได้โทรศัพท์ติดต่อกับ รัฐมนตรีว่าการต่างประเทศของเกาหลีใต้ โดยได้ขอร่วมมือในการนำแรงงานผิดกฎหมายกลับไทย ได้ข้อสรุปดังนี้ 1.ขอให้แรงงานไทยที่อยู่ในเกาหลีใต้ กักตัวในที่พำนัก 14 วัน หากพบว่ามีอาการติดเชื้อก็สามารถติดต่อกับทางการเพื่อเข้ารักษาที่โรงพยาบาลของเกาหลีได้ฟรี 2.ขอให้ทางการเกาหลี เพิ่มมาตรการเข้มงวด ในการตรวจคัดกรองที่สนามบินอินชอน และ 3.ขอให้จัดส่งข้อมูลของแรงงานไทยที่ลงทะเบียนขอกลับ เพื่อให้ทางการไทยทราบว่าคนที่จะเดินทางกลับมีภูมิลำเนาอยู่ที่ไหน เพื่อจะส่งข้อมูลต่อมาที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในประเทศ
นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การดำเนินการทางกระทรวงสาธารณสุข ได้ประสานการทำงานกับกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงแรงงานอย่างใกล้ชิด เพื่อสกัดการแพร่ระบาดตั้งแต่ก่อนที่จะเข้าประเทศไทย นอกจากนี้เรายังประสานการทำงานกับสายการบินต่างๆ ให้จัดโซนที่นั่ง และมาตรการสุขอนามัยบนเครื่อง เมื่อมาถึงสนามบินในไทย เราก็จะจัดหลุมจอดแยกต่างหาก และตรวจคัดกรองประชาชนที่กลุ่มนี้อย่างละเอียด หากพบว่ามีอาการมีไข้ หรือมีอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ จะส่งตัวไปยังโรงพยาบาลเครือข่ายของกระทรวงสาธารณสุขทันที เช่น สถาบันบำราศนราดูร ส่วนกลุ่มที่มาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง ก็จะดำเนินการตามที่รัฐบาลกำหนดไว้ คือ กักตัวไว้ 14 วันในที่ที่จัดไว้
“ทั้งที่หมออยากฝากว่า บุคคลเหล่านี้ไม่ใช่เชื้อโรค บุคคลเหล่านี้คือพี่น้องประชาชน ยิ่งเราให้ความเข้าใจ หรือความเห็นอกเห็นใจ เขาจะให้ความร่วมมือกับเรา แต่ที่เป็นข่าวออกมาเป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น” นพ.รุ่งเรือง กล่าว
ขณะที่ นายจักษ์ พันธ์ชูเพชร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ที่ผ่านมากระทรวงแรงงานได้มีการส่งต่อข้อมูลด้านแรงงานระหว่างไทยและเกาหลีเพื่อรับทราบความคืบหน้าของแรงงานไทยทั้งหมดทั้งที่ไปตามระบบราชการและไม่ถูกกฎหมายเพื่อส่งต่อข้อมูลให้กับตม.เมื่อมาถึงดอนเมืองหรือสุวรรณภูมิก็จะมีเจ้าหน้าที่ตรวจคัดกรองตามที่ได้รับข้อมูลทั้งหมด โดยดูตั้งแต่ต้นทางที่เดินทางมาเพื่อส่งข้อมูลให้กับกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงมหาดไทยที่จะมีการไว้เพื่อสังเกตอาการ 14 วัน และจะมีอาสาสมัครแรงงานทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแลเมื่อแรงงานเหล่านี้กลับมาแล้ว ยืนยันว่าเราตรวจสอบอย่างเข้มงวดและจะเดินทางกลับมาแล้วก็มีการติดตามความเคลื่อนไหวอยู่เป็นระยะจนกว่าจะพ้นระยะเวลาที่กำหนด และหากบุคคลที่กลับมาแล้วเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ก็ต้องมีการพูดคุยทำความเข้าใจพร้อมกับมีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครแรงงานในระดับจังหวัดรวมไปถึงในชุมชนที่จะต้องไปติดตามดูความเคลื่อนไหวเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

