หน้าแรก การเมือง สนช.ตั้งกก.สอ...

สนช.ตั้งกก.สอบประวัติ เรวัต “กล้านรงค์” ข้องใจชงคนเดิมเป็นผู้ตรวจ

7.07.16 | 14:05 น.

“สนช.”ตั้งกก.สอบประวัติ“เรวัต” “กล้านรงค์” ข้องใจชงคนเดิม แนะสอบแบบเจาะลึก ชี้ กรณีแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน


เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.คนที่ 1 เป็นประธานการประชุม โดยได้แจ้งต่อที่ประชุมถึงผลการสรรหาบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน คือนายเรวัต วิศรุตเวช หลังจากนั้นที่ประชุมให้ความเห็นชอบตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการ แผ่นดิน จำนวน 17 คน อาทิ พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ เป็นต้น เพื่อพิจารณาตรวจสอบประวัติให้เสร็จสิ้นภายใน 20 วัน แล้วส่งให้ ที่ประชุม สนช.พิจารณาต่อไป

ทั้งนี้ นายกล้านรงค์ จันทิก สนช. ได้ลุกขึ้นตั้งข้อสังเกตถึงกรณีที่คณะกรรมการสรรหาเสนอชื่อนายเรวัต กลับมาอีกครั้งว่า ถือเป็นครั้งแรกของ สนช.หรือสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ที่คณะกรรมการสรรหามีการเสนอชื่อบุคคลเดิมที่ถูกสภาไม่ให้ความเห็นชอบกลับอีกครั้ง เพราะจากการลงคะแนนของ สนช.ในครั้งแรกพบว่า มีคะแนนเสียงเห็นชอบและไม่เห็นชอบเท่ากันคือ 66 ต่อ 66 งดออกเสียง 24 ซึ่งการงดออกเสียงก็คือการไม่ให้เห็นชอบ เมื่อนำตัวเลขมารวมกันก็กลายเป็นเสียงไม่เห็นชอบ 90 ต่อ 66 ดังนั้น เมื่อมีการเสนอบุคคลเดิมกลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้ง และยังทราบว่าในกระบวนการสรรหาต้องมีการลงคะแนนถึง 30 รอบ ซึ่งที่ผ่านมาเคยมีการเลือกประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ (ปปป.) และกรรมการ ปปป.โดยรายชื่อประธานและกรรมการ ปปป.ได้ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรแล้ว แต่เมื่อเข้าสู่ชั้นวุฒิสภา ปรากฏว่า วุฒิสภาไม่ให้ความเห็นชอบตัวประธาน ปปป.จึงส่งเรื่องกลับไปยังรัฐบาล แต่รัฐบาลยังส่งชื่อประธาน ปปป.คนเดิม ซึ่งนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานวุฒิสภาในขณะนั้น ยืนยันว่า หากเสนอรายชื่อบุคคลเดิมเข้ามาจะถือเป็นการเสนอญัตติซ้ำ ในสมัยประชุมเดียวกันทำไม่ได้ ทำให้รัฐบาลต้องเสนอรายชื่อบุคคลอื่นเข้ามาแทน

“ดังนั้น จึงขอฝากคณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติ ว่าขอให้ตรวจสอบลงลึกในประวัติการทำงานของผู้ได้รับการเสนอชื่อ ทั้งจริยธรรม ความประพฤติและการกระทำ เพื่อประโยชน์ของผู้ได้รับลการเสนอชื่อ และสนช.ที่จะพิจารณาต่อไป ถ้าตรวจสอบไม่ลึกพอแล้วมีคำถามของ สนช. ที่คณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติ ไม่ได้สอบถามอาจจะเกิดความไม่สบายใจแก่ สนช. ในการลงคะแนน โดยเฉพาะการที่จะให้ความเห็นชอบในบุคคลเดิม จะต้องลงมติด้วยความรู้สึกรับรู้ข้อเท็จจริง และเหตุผลอย่างแท้จริง บน พื้นฐานของความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ ผมเห็นชื่อคณะกรรมาธิการทุกท่านแล้ว ผมเชื่อในเกียรติคุณของพวกท่าน และเชื่อว่าจะสามารถตรวจสอบประวัติได้อย่างลึกซึ่งและตอบคำถามของสมาชิกสน ช.ได้ในวันที่มีการเสนอชื่อมาให้ที่ประชุม สนช.พิจารณา” นายกล้านรงค์กล่าว

Advertisement