‘พิชัย’ ชี้ผู้นำไร้ฝีมือ ทำคนจนเพิ่ม 36% จี้หาคนเก่งมาบริหารแทน

7.03.20 | 14:57 น.

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวในงานเสวนา “ทางออกของ พล.อ.ประยุทธ์ ในยุคประชาลำเค็ญ” จัดโดย สภาที่ 3 ว่าปัจจุบัน ประชาแสนลำเค็ญ ประชาชนลำบากกันอย่างแสนสาหัส เป็นผลจากการบริหารเศรษฐกิจที่ผิดพลาดของรัฐบาลตลอด 5 ปี และยังมาเจอกับวิกฤตไวรัสโควิด-19 มาซ้ำเติมทำให้เศรษฐกิจที่ย่ำแย่อยู่แล้วยิ่งปักหัวดิ่งลง ทั้งนี้ความผิดพลาดในอดีตของรัฐบาลยืนยันได้จาก รายงานของเวิลด์แบงก์ล่าสุดที่บอกว่าคนจนในประเทศไทยลดลงมาตลอด 30 ปี แต่ในช่วงปี 2558-2561 ที่เป็นช่วงของการปฏิวัติคนจนของไทยกลับเพิ่มขึ้นถึง 36% จาก 7.21% เป็น 9.85% หรือเพิ่มจาก 4.85 ล้าน เป็น 6.7 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 2 ล้านคน แปลว่ารัฐบาลทำให้คนจนเพิ่มขึ้นแทนที่จะลดลง นอกจากนี้เวิลด์แบงก์ยังบอกว่านอกจาก คนจนเพิ่มแล้ว เศรษฐกิจไทยยังโตช้า และคนไทยรายได้ลด ทั้งนี้สาเหตุหลักน่ามาจากผู้นำและรัฐบาลขาดความรู้ความสามารถ ตามที่ ดร.วีรพงษ์ รามางกูร อดีตรองนายกฯ อดีต รมว.คลัง อดีตประธานแบงก์ชาติ เพิ่งได้ปาฐกถาไว้ และยืนยันโดย ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกฯ ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์เองที่บอกว่าไม่มีความรู้เพียงพอในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและไม่ฟังคนที่รู้

นายพิชัยกล่าวว่า นอกจากที่จะไม่มีความรู้แล้วยังปิดกั้นการรับรู้ ทั้งที่ได้เตือนมาตลอดว่าเศรษฐกิจไทยจะย่ำแย่ แต่แทนที่จะรับฟังและปรับปรุงกลับเรียกตนไปปรับทัศนคติ 8 หน โดยมีหลักฐานเป็นคลิป พล.อ.ประยุทธ์ที่เคยพูดไว้เองหลายครั้ง แถมยังโกหกในสภาว่ามีความอดทนต่อการวิจารณ์และมีเมตตา แต่กลับจับคลุมหัวปิดตาและพาไปกักตัวไว้ถึง 7 วันในการเรียกตัวครั้งที่ 7 และยังมีคดีทฤษฎีกบต้มที่ค้างอยู่ ตนได้เคยเตือนไว้ จนเป็นที่ขบขันกันทั่วโลกว่าผู้นำไทยไม่รู้เรื่องทฤษฏีนี้ว่ามีอยู่จริง และในขณะนี้ ภาวะกบต้มก็เป็นจริงขึ้นเรื่อยๆ ที่ประชาชนเริ่มเดือดร้อนกันมากเหมือนในภาวะน้ำเดือดในหม้อต้มกบ แม้กระทั่ง ดร.วีรพงษ์ ที่มีประวัติการทำคุณประโยชน์ให้ประเทศไทยอย่างมหาศาลตั้งแต่ในอดีตสมัยรัฐบาล พล.อ.เปรม ที่ได้ ออกมาเตือนและวิพากษ์วิจารณ์ ตามความเป็นจริงที่เห็นกันอยู่แต่รัฐบาลกลับปิดกั้นการรับรู้ แถมยังส่งคนของรัฐบาลที่ไม่มีต้นทุนทางสังคม ทั้งโฆษกพรรคและโฆษกรัฐบาล ออกมาตอบโต้แบบไร้สาระ สะเปะสะปะ และไม่ทำการบ้าน ยิ่งแสดงความโง่เขลาของรัฐบาลให้ปรากฏมากยิ่งขึ้น แม้กระทั่งปัจจุบันรัฐบาลยังสับสนคิดได้เพียงการแจกเงิน และในขณะที่จะแจกเงินเป็นแสนล้านบาทเพื่อบรรเทาผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 แต่กลับเปิดรับให้เงินบริจาคจากประชาชนเพื่อรับมือไวรัสโควิด-19 ย้อนแย้งกันอย่างชัดเจน

“ดังนั้นการที่นิสิต นักศึกษา และนักเรียน จำนวนมากเกือบทั่วประเทศ ได้ออกมาชุมนุมกัน ในลักษณะแฟลชม็อบ จึงเป็นความพยายามที่จะกระโดดออกจากหม้อต้มกบที่กำลังจะเดือด เพื่อปกป้องและรักษาอนาคตของตนและของประเทศไว้ ทั้งนี้ก็เพราะหากปล่อยให้ผู้นำที่โง่เขลาบริหารประเทศต่อไปพวกเขาคงจะถูกต้มสุกตายกันหมด หรือไม่ ประเทศไทยก็เปลี่ยนไปเป็นพม่า 2 ที่เป็นยุคที่พม่าถูกทหารปกครองอยู่หลายสิบปีที่ไม่มีความเจริญ ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นประเทศเมียนมาในปัจจุบัน ความฉลาดและความเก่ง ของผู้นำไม่สามารถจะสอนหรือไม่สามารถจะเปลี่ยนกันได้ จะเปลี่ยนจากผู้นำที่ไร้ความสามารถ มาเป็นผู้นำที่เก่งและฉลาดก็คงเป็นไปไม่ได้ และไม่เคยเกิดขึ้น ดังนั้น ในภาวะที่โลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทางออกที่ดีที่สุดคือต้องหาผู้นำที่เก่งและฉลาดมานำประเทศไทยเพื่อให้ก้าวหน้าและแข่งขันกับประเทศอื่นได้ มาทดแทนผู้นำที่ไม่ฉลาดในปัจจุบัน จึงจะเป็นทางออกของคนทั้งชาติ” นายพิชัยกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน