หากกรณียุบพรรคอนาคตใหม่ ตัดสิทธิทางการเมือง นายธนาธร จึงรุ่ง เรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล น.ส.พรรณิการ์ วานิช คือเหตุนำไปสู่ ปรากฏการณ์ FLASH MOB ในทางการเมือง
กรณีการยิงเข้าที่ “หัวใจ” เพื่อฆ่าตัวตายของ นายคณากร เพียรชนะ ที่บ้านพักในเชียงใหม่จะเป็นยิ่งกว่า
“ฟางเส้นสุดท้าย” บนหลังอูฐ
เพราะว่าผู้ตายไม่ได้กระทำเป็นครั้งแรก เพราะว่าผู้ตายไม่ได้เป็น ชาวบ้านธรรมดา หากแต่ยังดำรงตำแหน่งเป็น”ผู้พิพากษา”และออกมาเรียกร้อง “ความยุติธรรม”
ทั้งมิได้เป็นความยุติธรรมให้กับตนเอง หากแต่เป็นความยุติธรรม ในกระบวนการยุติธรรมโดยรวม
กระสุนที่ปลิดชีวิต นายคณากร เพียรชนะ จึงเป็นเพียง”ทางผ่าน”
กรณีของ นายคณากร เพียรชนะ ดำเนินไปเหมือนกับกรณีของ นายสืบ นาคะเสถียร เหมือนกับกรณีของ ลุงนวม ไพรวัลย์
เพียงแต่ นายสืบ นาคะเสถียร สละชีพเพื่ออนุรักษ์”ป่า”
เพียงแต่ ลุงนวม ไพรวัลย์ ขับรถชนรถถังและแขวนคอตายเพื่อต่อต้านการรัฐประหาร ต่อต้านเผด็จการและเรียกร้องปกป้องประชา ธิปไตย
ขณะที่ นายคณากร เพียรชนะ เรียกร้องและทวงคืน”ความยุติ ธรรม”ให้กับผู้พิพากษาและสังคมไทย
เป็นการเรียกร้องและทวงคืนอันมากด้วยความละเอียดอ่อน
ในบรรยากาศที่สังคมไทยผ่านรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๗ มาเป็นเวลา ๖ ปี ในบรรยากาศที่สังคมมีข้อสังเกตต่อกระ บวนการยุติธรรม
นี่คืออีกปัจจัยหนึ่งที่โถมทับเข้ามาในเดือนมีนาคม ๒๕๖๓
ปัจจัยแห่งความไม่พอใจที่มีการยุบพรรคอนาคตใหม่นำไปสู่ปรากฏ การณ์แห่ง FLASH MOB โดยยังไม่มีใครตอบได้ว่าจะพัฒนาไปอย่างไรและจะจบลงอย่างไร
เสียงปืนก็ดังขึ้นและแล่นตรงเข้า”หัวใจ”ของ นายคณากร เพียร ชนะ
ดังจากบ้านพักในเชียงใหม่และกึกก้องไปทั่วประเทศ
นี่จะเป็นชนวนสำคัญกระตุกเตือนให้ตระหนักถึงสภาพความเป็นจริงของความยุติธรรมที่หายไปและจำเป็นต้องทวงคืน
โดยผู้พิพากษาคนหนึ่งยอมพลีชีพของตนเพื่อเรียกร้อง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

