เสียงตะโกน “ออกไป ออกไป๊”อันดังจาก FLASH MOB ณ สกายวอล์ก แยกปทุมวัน เมื่อเดือนธันวาคม และดังจาก วิ่ง ไล่ ลุง ณ สวนรถไฟ เมื่อเดือนมกราคม
มิได้เป็นเรื่องแปลก หากดำเนินไปอย่างปรกติธรรมดาอย่างยิ่ง
แต่เสียงตะโกน”ออกไป ออกไป๊”อันดังขึ้นใน FLASH MOB นับแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ เป็นต้นมา ไม่ว่าจะเป็นจากท่าพระจันทร์ สามย่าน บางเขน ศาลายา เชียงใหม่ ปัตตานี ขอนแก่น
เริ่มส่งผลสะเทือนและกว้างไกลออกไปมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับ ประสานกับเสียงเรียกร้องในเรื่องรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ และไปไกลเกิน กว่าปรับครม.
นั่นก็คือ เสียงเรียกร้องในเรื่อง “รัฐบาลแห่งชาติ” ทั้งเป็นข้อเสนอ จากกองเชียร์คสช. กองเชียร์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
อุณหภูมิทางการเมืองในขณะนี้เริ่มมีเสียงหงุดหงิด ไม่พอใจต่อวิธีวิทยาในการบริหารจัดการของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หนา หูยิ่งขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นเสียงบ่นของ “ลุงเสรี” ไม่ว่าจะเป็นเสียงบ่นของ “ลุงสุวินัย”
คนเหล่านี้ล้วนยืนอยู่กับรัฐประหาร อยู่กับคสช.
และที่สุด “ลุงสนธิ” ก็โยนคำว่า “รัฐบาลแห่งชาติ” อันเคยเป็นข้อเสนอติดอยู่ ๒ ริมฝีปากของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เสมอมาว่าอาจ จะเป็น “ทางออก”ที่ดี
คำถามอยู่ที่ว่า หากเป็น “รัฐบาลแห่งชาติ” นายกรัฐมนตรีจะยังเป็นคนหน้าเดิมคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ขนาบข้างอยู่หรือไม่
กระนั้น ปฏิกิริยาเหล่านี้ก็ไม่ควรมองข้าม
ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกในแบบ”ลุงเสรี” ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกในแบบ “ลุงสุวินัย” ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกในแบบ “ลุงสนธิ” พร้อมด้วยข้อเสนออันเฉียบคม
ล้วนมีความจำเป็นต้องล้างหูน้อมรับฟังอย่างมีโยนิโสมนสิการเป็นพิเศษ
เพราะมิได้เป็นข้อเสนออย่างที่ได้ยินใน FLASH MOB ไม่ว่าจะเป็นเมื่อเดือนธันวาคม 2562 ไม่ว่าจะเป็นนับแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2563 เป็นต้น
เนื่องจากไม่ว่า”ลุงเสรี”ไม่ว่า”ลุงสนธิ”ล้วนเป็น”เสียงข้างหมอน”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

