วันที่ 8 กรกฎาคม ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างการปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “นโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจของเอเชีย” ในงานแบงกอก นิกเกอิ ฟอรั่ม 2559 ถึงโครงการ “จากกันด้วยใจ” ของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ว่า เป็นเหตุการณ์ปกติของตลาดรถยนต์ เมื่อตลาดไม่บูมก็มีการเลิกจ้าง เนื่องจากเป็นการปรับลดการจ้างงานของพนักงานภายนอกที่ไม่ใช่พนักงานประจำ เพื่อรองรับการผลิตรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นในช่วงก่อนหน้านี้ แต่ก็มองว่าอาจจะส่งผลในเชิงจิตวิทยาต่อตลาดตะวันออกกลาง จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง ซึ่งมีผลต่อการผลิตรถยนต์
ด้านนางอรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวถึงกรณีการปลดพนักงานของบริษัท โตโยต้า ว่า เป็นเรื่องของธุรกิจที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งการปลดพนักงานครั้งนี้เป็นพนักงานเอาต์ซอร์สหรือพนักงานจ้าง โดยให้สมัครใจลาออก ไม่ได้บังคับออก ส่วนพนักงานประจำไม่ได้มีการปลดแต่อย่างใด สาเหตุอาจจะมาจากอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศช่วง 1-2 ปีมานี้ชะลอตัวลง ยอดขายรถยนต์อยู่ที่ 7-8 แสนคันต่อปี แต่กำลังการผลิตของโตโยต้าน่าจะมีสูงถึง 1.9-2 ล้านคัน ซึ่งเป็นการขยายกำลังการผลิตและจ้างงานเพื่มจากมาตรการรถยนต์คันแรก ซึ่งในภาวะที่ตลาดและกำลังซื้อยังชะลอความจำเป็นที่จะจ้างงานเพิ่มมีลดลง ซึ่งต้องติดตามว่าพนักงานเหล่านี้จะเคลื่อนย้ายหรือมีการสมัครงานใหม่อย่างไร ซึ่งในส่วนการจ้างงานพบว่าบางอุตสาหกรรมก็ยังขาดแรงงานอยู่
“แม้ว่าตลาดจะชะลอลงไป แต่ยอดขายก็ยังมีอยู่ไม่ได้หดหายไปหมดเหมือนช่วงเกิดวิกฤตเศรษฐกิจอย่างไรก็ดี อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนของไทยยังถือเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายที่จะต้องมีการผลักดัน เพราะไทยเป็นฐานการผลิตที่สำคัญในอาเซียน” นางอรรชกากล่าว

