หมายเหตุ – พรรคร่วมฝ่ายค้านเปิดเวทีซักฟอกนอกสภาครั้งที่ 1 ภายใต้หัวข้อ “แฉกระบวนการ IO ฉีกหน้ากากขบวนการเพิ่มความขัดแย้ง” ชี้ให้เห็นรัฐบาลใช้ปฏิบัติการด้านข่าวสาร (IO) ผิดวัตถุประสงค์ และเป็นการละเมิดสิทธิประชาชน ที่โรงแรมแลงคาสเตอร์ เมื่อวันที่ 12 มีนาคม
วิโรจน์ ลักขณาอดิศร
ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล
ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา ได้ใช้ระบบ Interactive พาประชาชนไปตรวจสอบจริงๆ การที่จะทำให้ประชาชนเชื่อว่าเกิดขึ้นจริงจึงต้องทำตัวเป็นอาจารย์คง หากบ้านหลังนี้มีผี จึงต้องจับผี จับดวงไฟมาให้ดู และพาประชาชนมาดูว่านี่คือผีจริงๆ เมื่อจบการอภิปรายคิดว่าขบวนการไอโอที่มี 40 สถานี น่าจะมีการยกเลิก เพราะโลกไซเบอร์สงบสุขแล้ว
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ยังควรกังวลที่สุดคือ การใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชนกลับถูกมองว่าเป็นการก่อความไม่สงบ ประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของประเทศถูกมองว่าเป็นศัตรูของชาติ เรื่องราวนี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นแต่ถูกรีรันมาหลายรอบแล้ว เช่น การพบอุโมงค์ลับที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ การกล่าวหาว่านักศึกษาในวันนั้นเป็นคอมมิวนิสต์ ฆ่าคอมมิวนิสต์ไม่บาป ยุคต่อมาคือควายแดง และตอนนี้จะมาเป็นชังชาติ สิ่งเหล่านี้คือการพยายามสร้างความชอบธรรม จริงหรือไม่ ไม่สำคัญเท่ากับการเชื่อหรือไม่เชื่อ ต่อมาเชื่อหรือไม่เชื่อ ก็ไม่สำคัญว่าเท่ากับถูกแบ่งฝักแบ่งฝ่ายให้เชื่อไม่เหมือนกัน
นี่คือความน่ากลัวที่สังคมไทยต้องฉุกคิดตระหนักได้แล้ว เราไม่ได้เกลียดกันเพราะอยู่ดีๆ เราเกลียดกัน แต่ถูกปลุกปั่นยุยงให้เกลียดกันหรือไม่
คำว่าชาติ คือการรวมกันของคนที่ชอบไม่เหมือนกัน มีความเชื่อไม่เหมือนกัน แต่เรามองว่าเราคือพวกเดียว อยากพัฒนาพื้นที่ที่อยู่ร่วมกัน เอื้ออาทรต่อกันในความแตกต่าง โอบรับความแตกต่างหลากหลายแล้วไปด้วยกัน แต่ถ้าแบ่งเขาแบ่งเราแล้วเกลียดกัน เพราะเราต่างกัน ทั้งที่ความต่างกันเป็นเรื่องปกติของมนุษย์อยู่แล้ว
ยกตัวอย่าง บางคนบอกว่าบางคนที่มาด่าเราในเว็บ ในเพจ อาจจะไม่ใช่ไอโอ แต่เป็นภัยแทรกซ้อนและเป็นผลผลิตของไอโอ ผมถูกบ่มเพาะจากไอโอพันคน ตั้งผมให้กลายเป็นความเกลียดชังได้ เพราะฉะนั้นต้องฉุกคิดตรงนี้ว่าเรากำลังถูกขบวนการทำให้เกลียดกันหรือไม่ วันนี้ผมก็ยังไม่ได้คำตอบว่ามีการนำภาษีของรัฐมาใช้ปลุกปั่นยุยงประชาชนหรือไม่ แต่กลับผ่านอภิปรายไม่ไว้วางใจไปเรียบร้อย ข้อสอบยังไม่ทำ แต่ครูให้เกรด 4
ปัญหาคือ ตอนนี้กรอบความคิดเขายังไม่เปลี่ยน เพราะยังมีความพยายามขายแฟรนไชส์ จากคนของเขาไปสู่เอกชน แต่ตอนนี้ประชาชนเริ่มตระหนักรู้แล้วและอยากจะเตือนว่า ประชาชนในยุคนี้สามารถหาข้อมูลเองได้จากอินเตอร์เน็ต มีการคานความคิดกันด้วยข้อมูลข่าวสาร และข้อเท็จจริง หากคุณปล่อยข่าวเท็จมาเพื่อสร้างความจริง คุณจะเจอความจริงที่ถูกต้องจากประชาชนมาคานอำนาจตัวเอง
อยากให้ประชาชนทุกคนตระหนักรู้และฉุกคิดว่า การจะเกลียดใครสักคน ต้องถามว่ารู้จักเขาหรือยัง เคยคุยกันแบบต่อหน้าหรือยัง แล้วมาทำอะไรให้หรือเปล่า อย่างนั้นอย่าเกลียดกัน ยืนยันว่าคนยุคใหม่เขารู้ทัน และถ้าเมื่อไรที่รู้สึกอึดอัด เดี๋ยวโป๊ะแตกอีกรอบหนึ่ง
สิ่งหนึ่งที่อยากจะเตือนสติก็คือ การกล่าวหาว่านักศึกษาไม่รักประเทศ ชังชาติ หรืออะไรก็ตาม นี่คือความจริงหรือเป็นสิ่งที่เขาอยากให้เชื่อว่าเป็นความจริงกันแน่ การกระทำลักษณะนี้เป็นปัญหายิ่งกว่าเฟคนิวส์ (Fake news) แต่เป็นดิสอินฟอร์เมชั่น (Disinformation) คือมีข้อเท็จจริงบ้างแต่เอามาโยงใยใส่สีตีไข่ โยงข้อมูลคนละตอนคนละวาระมามั่วกัน แล้วเอามาสรุปให้กลายเป็นเท็จเพื่อให้เป้าหมายกลายเป็นผู้ร้ายของประเทศ น้องเหล่านี้คืออนาคตของชาติ ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ เศรษฐกิจที่ติดหล่มอยู่ตอนนี้ ปัญหาบ้านเมืองที่แก้ไม่ได้ การสื่อสารที่บอกว่าหน้ากากอนามัยไม่ขาดแต่หาไม่ได้ และการทำไอโอแย่ๆ แบบนี้จะยิ่งทำให้ประเทศหมดหนทาง
วันนี้การเมืองเป็นมายาแต่ข้าวปลาเป็นเรื่องจริง เดินลงมาซื้อหน้ากากอนามัยแล้วไม่เจอ ต่อให้เราฟังข่าวว่าไม่ขาดตลาด เราก็ไม่เชื่อ หากสังคมไม่ปกป้องความจริงแล้วปล่อยให้กระบวนการข่าวสารเท็จแบบนี้มาหลอกหลอนต่อไป บ้านเมืองจะไปต่อไม่ได้ อยากให้ลูกหลานโตขึ้นมาอย่างสูญเปล่าโดยไม่สามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้เลยหรือ อยากจะเป็นคนที่แก่ลงโดยไม่มีเงินออมที่มากพอจะเลี้ยงตัวเองได้หรือ วันนี้ประเทศติดหล่มจากการด่ากันไปด่ากันมาว่าชังชาติ ในขณะที่ประเทศอื่นพัฒนาขึ้นไปทุกวัน
สิ่งหนึ่งคือเราควรหันมารักกัน ไม่ต้องชอบกันก็ได้ ขอแค่คุยกันเรื่องอื่นได้ก็เพียงพอแล้ว ครั้งนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่การอภิปรายไม่ไว้วางใจมีโซเชียลมีเดียเข้ามามีส่วนร่วม รัฐต้องอย่าคิดอย่างสมัยก่อนว่าออกข่าวสารอะไรมาประชาชนต้องเชื่อ เพราะทุกวันนี้ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงได้เอง การจับกุมประชาชนที่ส่งผ่านข้อมูลเพราะรู้สึกไม่เชื่อมั่นในการบริหารของรัฐนั่นแสดงว่ารัฐมองว่าประชาชนเป็นศัตรูหรือไม่
พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร
อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)
และที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย (พท.)
วัตถุประสงค์ของไอโอเป็นความต้องการสื่อสารไปยังเป้าหมายเพื่อให้เชื่อตามที่ต้องการ โดยมี 3 ลักษณะคือ 1.ให้เชื่อความจริงที่เป็นความจริง และ 2.เชื่อว่าความจริงเป็นความเท็จ และ 3.เชื่อความเท็จให้เป็นความจริง นี่คือปฏิบัติการทางทหารเมื่อเกิดความไม่สงบเรียบร้อย ที่ผ่านมาเครื่องมือเหล่านี้ถูกใช้ในภารกิจการป้องปรามและปราบปรามการก่อความไม่สงบ ซึ่งเครื่องมือนี้ในประเทศมหาอำนาจเมื่อมีความจำเป็นต้องปฏิบัติการทางทหารจะไปทำนอกประเทศ จะไปศึกษาพื้นที่ที่จะไปปฏิบัติการ และพยายามปล่อยข่าวว่าเขาคือคนที่จะมากอบกู้ จากนั้นก็สื่อสารออกไป ใช้ทั้งวิธีการประชาสัมพันธ์และปฏิบัติการทางจิตวิทยา เพื่อให้คนเชื่อไปตามนั้น
ดังนั้น การปฏิบัติการลักษณะนี้มีทั้งลบทั้งบวก ย้อนกลับมาในเมืองไทย เครื่องมือนี้เป็นเครื่องมือหนึ่งที่ถูกนำมาปฏิบัติการเพื่อให้บรรลุภารกิจ โดยมีความเข้มข้น 3 ระดับคือ ทำให้เกิดความเห็นต่างเพื่อเอาข้อมูลมาแลกเปลี่ยนกัน ต่อมาคือ หากความเห็นต่างเพื่อการแลกเปลี่ยนยังไม่พอ ก็เลือกใช้วาทกรรมที่แรงขึ้น ยกระดับเป็นความขัดแย้งเพื่อสร้างเงื่อนไขความชอบธรรมที่รัฐจะเข้าไปแก้ไข แต่พอใช้ถึงตรงนี้แล้วยังไม่พอใจ ก็จะยกระดับจากความขัดแย้งเป็นความแตกแยก ทำให้เกิดเหตุต่างๆ เพื่อสร้างความชอบธรรมในการใช้กำลังเข้าไปแทรกแซง ปฏิบัติการระงับยับยั้ง รวมถึงการสร้างมือที่ 3 ตรงนี้เป็นความล่อแหลม เพราะอาจทำให้เกิดสถานการณ์แทรกซ้อน เช่น สร้างชายชุดดำขึ้นมา แล้วจู่ๆ ก็เกิดชายชุดดำขึ้นมาจริงๆ เข้ามาด้วย ความรุนแรงก็ยกระดับขึ้น
จริงๆ แล้วไอโอคือเครื่องมือที่ใช้ปฏิบัติการในการปราบปรามความไม่สงบที่เกิดขึ้นมาต่อต้านรัฐ ซึ่งจะไม่มายุ่งเกี่ยวกับการเมือง เพราะในประเทศทั่วไปทหารจะไม่มายุ่งกับการเมือง เขาจะเป็นทหารอาชีพ ส่วนความมั่นคงจะเป็นเรื่องของตำรวจกับกระทรวงมหาดไทย ซึ่งจะถูกฝึกมาเพื่อเผชิญกับพี่น้องประชาชน แต่ทหารถูกฝึกมาเพื่อเผชิญกับอริราชศัตรู ตรงนี้จึงเป็นข้อต่างระหว่างประเทศไทยกับประเทศที่เป็นประชาธิปไตย ปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดวันนี้อยู่ที่รัฐบาลไม่ได้อยู่ที่อื่นเลย คนที่ยึดอำนาจกับต้องการสืบทอดอำนาจคือตัวปัญหา
นิคม บุญวิเศษ
หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย (พลท.)
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นกระทรวงที่ตั้งขึ้นมาใหม่ ได้รับงบประมาณจำนวนมาก มีหน้าที่เข้ามาดูแลด้านข่าวเฟคนิวส์ แต่สิ่งที่กังวลคือ เมื่อมีการส่งข้อความหากัน ศูนย์ปฏิบัติการเหล่านี้ก็จะเข้ามาดูว่าใครโจมตีรัฐ หรือหน่วยงานของรัฐ โดยคณะกรรมการเข้ามาตรวจสอบ คนไม่กี่คนจะมาตัดสินได้อย่างไรว่าสิ่งที่เราพูดเป็นจริงหรือเป็นเท็จ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอีเอส ก็เป็น กปปส. คณะกรรมการที่มาทำหน้าที่ตรงนี้นายพุทธิพงษ์ก็เป็นคนตั้งขึ้นมาเอง เป็นพรรคพวกเดียวกัน ไม่ใช่คณะกรรมการกลาง พยายามป้องกันองค์กรและหน่วยงานของรัฐ แต่ไม่มีคำไหนเขียนไว้ว่าป้องกันประชาชนเลย
กระทรวงดีอีเอสตั้งขึ้นมาด้วยวัตถุประสงค์ที่ดี แต่สิทธิเสรีภาพของประชาชนถูกจำกัดไปแล้วโดยไม่รู้ตัว ผ่านการตั้งข้อหาตาม พ.ร.บ.ไซเบอร์ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เช่นคำว่า “บิดเบือนศีลธรรมอันดี” ใครเป็นผู้วัด และเอาสิ่งใดมาวัดว่าบิดเบือนหรือไม่ และสิ่งไหนคือศีลธรรมอันดี
ปัจจุบันมีการใช้สงครามสื่อ ที่เห็นเป็นรูปธรรมชัดที่สุดคือ การปิดวิทยุโทรทัศน์ช่องที่ไม่เข้าข้างรัฐบาล พูดไม่เข้าหูรัฐ เป็นต้น ในการชุมนุมของนักศึกษามากมาย มีสื่อช่องใดแบบใดไปถ่ายทอดสดบ้าง ยอมรับว่าสื่อเองก็อาจจะกังวล เรื่องข้อมูลข่าวสารรัฐจึงสามารถควบคุมได้หมด
อังคณา นีละไพจิตร
อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)
ที่ผ่านมาหน่วยความมั่นคงมีความหวาดระแวงประชาชนหนักมาก การแสดงออกถึงความหวาดระแวงจึงต้องกำราบคนที่คิดต่าง ใช้ทุกวิถีทางโจมตีคนเห็นต่าง ช่วงทำหน้าที่กรรมการสิทธิ 2-3 ปีที่ผ่านมาโดนโจมตีหนักมาก ถือเป็นการกระทำของคนที่หวาดกลัว กลัวว่าเมื่อมีคนเห็นต่าง พูดแล้วทำให้คนเชื่อถือได้จึงต้องใช้วิธีการสกปรกแบบนี้ เวลาไปประชุมหน่วยงานความมั่นคงมีการถ่ายภาพเราแล้วเขียนบรรยายโน่นนี่นั่น ในการทำหน้าที่ กสม.ต้องเป็นมืออาชีพ ปฏิบัติหน้าที่แบบไม่เกรงกลัวอิทธิพล ก็รู้ว่าใครแอบถ่าย หรือกรณีการจัดแฟลชม็อบที่ลานปรีดีฯ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ก่อนหน้านี้ ไปประชุมเสร็จแล้วก็ไปเดินดูนักศึกษา เห็นเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบคุ้นหน้ามาถ่ายรูป แถมวงหน้าเรา กลายเป็นว่าเราอยู่เบื้องหลังนักศึกษาไปอีก
กรณีในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่ง กอ.รมน.จะกลัวมากเวลาที่มีรายงานจากยูเอ็น (สหประชาชาติ) ออกมา ทำให้ กอ.รมน.กังวล แทนที่จะเปลี่ยนความกังวลหวาดกลัวด้วยการหาแนวทางมาคุ้มครองสิทธิประชาชน กลับใช้ไอโอมาทำลายคนเห็นต่าง อย่างไรก็ตาม เราไม่สามารถก้าวข้ามไอโอได้ถ้ายังไม่ปฏิรูปความมั่นคง ต่อให้มีรัฐบาลอีกกี่ครั้งก็จะวนเวียนกับการตีความเรื่องความมั่นคงแบบไม่สิ้นสุด

