เมื่อวันที่ 13 มีนาคม นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผอ.โรงพยาบาลจะนะ จ.สงขลา แพทย์นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อม โพสต์ข้อความระบุว่า
ประชาชนได้ลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาลนอกสภาไปเรียบร้อยแล้ว
การขาดหน้ากากอนามัยในโรงพยาบาลคลี่คลายไประดับหนึ่งแล้ว จากทั้งน้ำใจของประชาชนที่บริจาคส่งจองมาให้จากทุุกสารทิศแก่ทุกโรงพยาบาล รวมทั้งการเริ่มกระจายหน้ากากอนามัยจากกระทรวงสาธารณสุขมาให้โรงพยาบาลมากน้อยตามความขาดแคลน
แต่ที่ยังไม่คลี่คลายคือ การตามล่าหาความจริงยังไม่มีคำตอบ
“หน้ากากอนามัยหายไปไหนในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา”
“ทำไมกระทรวงพาณิชย์จึงอนุญาตให้มีการส่งออก”
“การส่งออกหน้ากากถึง 330 ตันหรือเป็นร้อนล้านชิ้นนั้นมีการเตรียมการเป็นขบวนการหรือไม่เพื่อทำกำไรในท่ามกลางความลำบากในการซื้อหาของประชาชน”
“ขบวนการกักตุน 200 ล้านชิ้นนั้น ที่เพจแหม่มออกมาแฉนั้น ใครอยู่เบื้องหลัง”
“การกระจายหน้ากากอนามัยที่ผ่านมา ทำไมมาไม่ถึงโรงพยาบาล”
“ทำไมออนไลน์มีสินค้าเพียบในราคาแสนแพง แต่ท้องตลาดกลับขาดแคลนหนัก”
ทุกคำถามเหล่านี้ไม่มีแววว่าจะมีคำตอบ ทั้งๆที่นี่คือการคอรัปชั่นในยามวิกฤต
การอนุมัติให้ส่งออกและการกักตุนในสองเดือนที่ผ่านมา โดยผู้มีอำนาจร่วมในขบวนการ คือต้นตอของความขาดแคลนและความโกลาหลของประเทศในการเดินหาซื้อหน้ากากอนามัยกันขาขวิด
การไม่มีคำตอบ การไม่มีการแสดงออกของรัฐบาลที่จะเอาคนผิดมาลงโทษ คือ แสดงถึงภาวะการนำที่อ่อนแอยิ่ง ในวิกฤตที่ประเทศต้องการการนำและการแก้ปัญหาอย่างไม่อุปถัมป์พวกพ้อง
ผมคิดว่า “บัดนี้ จากสถานการณ์การขาดแคลนหน้ากากอนามัยที่เดือดร้อนทั้งประเทศ ได้ทำให้ประชาชนได้ร่วมกันลงชมติไม่ไว้วางใจรัฐบาลนอกสภาทางโลกออนไลน์ไปเรียบร้อยแล้ว

