‘เพื่อไทย’ แถลงแนะรัฐบาลอีก ขอให้ยกระดับมาตรการค้นหาผู้ติดเชื้อโควิด-19

17.03.20 | 14:34 น.
‘เพื่อไทย’ แถลงแนะ รบ.อีก ขอให้ยกระดับมาตรการค้นหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 เร่งยุติการแพร่ระบาดให้เร็วที่สุด

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 17 มีนาคม ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค พท.กรณีพิเศษ โดยภายหลังการประชุม คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์ พรรค พท.แถลงว่า ตนขอเสนอให้รัฐบาลเปิดปฏิบัติการค้นหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วประเทศ เพื่อระงับการเพิ่มผู้ติดเชื้อรายใหม่เข้าประเทศจากทุกช่องทาง โดยปฏิบัติการนี้เป็นเหมือนยาแรงที่จะแก้ไขปัญหาได้รวดเร็ว เพื่อให้คนไทยปลอดภัย เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวเร็ว เพราะยิ่งค้นหาจำนวนผู้ติดเชื้อได้รวดเร็วและมากเท่าไหร่ยิ่งสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้เร็วเท่านั้น โดยขอเสนอให้นายกรัฐมนตรีทำทันที เพื่อคนไทยปลอดภัย เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวเร็ว นาทีนี้หนทางที่จะทำให้ประเทศไทยชนะได้อย่างแท้จริง คือกุมหัวใจของการควบคุมโรคระบาดให้ได้ นั่นคือ การค้นหาผู้ติดเชื้อให้ได้เร็ว และได้มากที่สุด

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวอีกว่า ตนขอเสนอให้นายกฯตัดสินใจดำเนินมาตรการที่เด็ดขาดอย่างเร่งด่วนคือ 1.ประกาศเปิดปฏิบัติการค้นหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วประเทศเป็นการเร่งด่วน โดยลงมือทำทันที แบบปูพรมพร้อมกันทั้งประเทศ โดยใช้กลไกของสาธารณสุขที่มีโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ และ อสม.อยู่ทั่วประเทศ และใช้กลไกของมหาดไทยและ กทม.ร่วมสนับสนุน ทำ 3 รอบ ให้จบภายใน 3 สัปดาห์ เพื่อจบปัญหาการแพร่ระบาดให้ได้เร็วที่สุด ซึ่งหัวใจของปฏิบัติการอยู่ที่การค้นหาผู้ที่มีอาการเสี่ยงทั้งหมด เช่น ไอ จาม เจ็บคอ มีไข้ หรือสัมผัสกับผู้ที่มาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง ให้สามารถเข้าถึงการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ได้อย่างรวดเร็ว ภายใต้การวินิจฉัยของแพทย์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

เพราะยิ่งค้นหาจำนวนผู้ติดเชื้อได้มากเท่าไหร่ ยิ่งสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้เร็วเท่านั้น ทั้งนี้ ต้องทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนว่า ในระหว่างปฏิบัติการค้นหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วประเทศ จำนวนผู้ติดเชื้ออาจจะพุ่งสูงขึ้น แต่ประชาชนไม่ต้องตกใจ เพราะถ้าเราพบผู้ติดเชื้อได้มากเและรวดเร็วจะทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ปลอดภัยมากขึ้น และจะส่งผลต่อเศรษฐกิจให้ฟื้นเร็วขึ้น 2.ระงับการเพิ่มผู้ติดเชื้อรายใหม่เข้าประเทศ โดยขอเสนอมาตรการขั้นเด็ดขาดให้นายกรัฐมนตรีเลือก 2 มาตรการคือ A.ประกาศปิดประเทศ ไม่รับผู้เดินทางจากต่างประเทศ 14 วัน หรือ B.ประกาศให้ผู้เดินทางจากประเทศกลุ่มเสี่ยงต้องถูกกักตัวเฝ้าระวังสังเกตอาการ 14 วัน อย่างเคร่งครัดตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรค

โดยรัฐบาลประสานเช่าโรงแรมต่างๆ ที่ขณะนี้มีผู้เข้าพักน้อยอยู่แล้ว เป็นที่พักระหว่างการเฝ้าสังเกตอาการ 14 วัน ซึ่งผู้เดินทางต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย และรัฐส่งเจ้าหน้าที่กำกับดูแลให้ปฏิบัติตามคำประกาศของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด หากไม่ปฏิบัติตามมีความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรคระบาด และเพื่อให้ทั้ง 2 มาตรการสามารถปฏิบัติได้สำเร็จบนพื้นฐานที่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของนักรบโควิด-19 ด่านหน้า คือแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุข เป็นลำดับแรก

Advertisement

รัฐบาลต้องทุ่มงบประมาณให้ทุกโรงพยาบาลเพื่อจัดหาเครื่องมือ อุปกรณ์ในการป้องกันตัวเองของบุคลากรให้พร้อมเพรียง อย่าให้เป็นปัญหาขาดแคลนอย่างหน้ากากอนามัยอีก และเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่บุคลากรซึ่งถือเป็นนักรบโควิด-19 ด่านหน้า รัฐบาลต้องจ่ายเบี้ยความเสี่ยงให้แก่บุคลากรที่ปฏิบัติงานทุกคน และที่สำคัญคือรัฐบาลต้องจัดอุปกรณ์เวชภัณฑ์ให้เพียงพอรองรับการรักษาผู้ป่วยที่จะมีมากขึ้น

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวต่อว่า 3.ต้องปรับปรุงการทำงานของรัฐบาลให้มีประสิทธิภาพ คณะกรรมการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ต้องมีซิงเกิล คอมมานด์ให้มีผู้รับผิดชอบแต่ละด้านชัดเจน ทั้งด้านการแพทย์ ด้านการควบคุมป้องกัน ด้านอุปกรณ์เวชภัณฑ์ ด้านเศรษฐกิจ ด้านการสื่อสาร ปฏิบัติการเร่งด่วนทั้งหมดนี้ ผู้นำต้องกล้าตัดสินใจ จบเร็ว คนไทยปลอดภัย เศรษฐกิจฟื้นเร็ว จึงจะเป็นชัยชนะที่แท้จริงของคนไทยและประเทศไทย ทั้งนี้ ขอให้นายกรัฐมนตรีนำเรื่องที่เราเสนอนี้ไปพิจารณาด้วยเหตุ ด้วยผล เพราะเราไม่ได้มีนัยยะทางการเมืองใด มีเพียงแค่ความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนและประเทศ อย่างไรก็ตาม พรรค พท.โดย ส.ส.ของพรรคพร้อมให้ความร่วมมือกับทุกมาตรการของภาครัฐ เพราะเราเห็นว่าเป็นปัญหาสำคัญ และในขณะนี้เราได้ให้ ส.ส.ลงพื้นที่เข้าไปอบรมประชาชน รวมถึงรับฟังปัญหาและค้นหาผู้ติดเชื้อ รวมถึงแนะนำการปฏิบัติตัวด้วยความรวดเร็ว นอกจากนี้ ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนและติดตามการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 พรรค พท.ได้มอบหมายให้ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม.พรรค พท. เป็นผู้ดูแลและติดตาม รวมถึงเฝ้าระวังครอบครัวของผู้ติดเชื้อที่เสียชีวิตจากโควิด-19 ด้วย