หน้าแรก การเมือง ประกาศสั่งปิด...

ประกาศสั่งปิดสถานบันเทิงทุกชนิด ฟิตเนส-ร้านอาหาร-ผับ-งดกิจกรรมรวมตัวเกินร้อยคน

17.03.20 | 17:00 น.

ประกาศสั่งปิดสถานบันเทิง ฟิตเนส-นวดแผนโบราณ ใน กทม.และปริมณฑล 14 วัน “บิ๊กคลีนนิ่งเดย์ ให้สะอาด ส่วน ตจว.ให้ผวจ.-สธ.จังหวัด ประเมินหน้างาน หากสุ่มเสี่ยง ให้สั่งปิดได้

เมื่อเวลา 15.15 น. วันที่ 16 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์ข้อมูลมาตรการแก้ไขปัญหาจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19 ) ภายใต้ศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 มีนายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ ที่ปรึกษาระดับกระทรวงและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ถึงมาตรการรองรับมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับโควิด-19 มาตรการยกเลิกวันหยุดจะส่งผลต่อมาตรการควบคุมการระบาดของโรคอย่างไร รวมถึงมาตรการเตรียมพร้อมเข้าสู่ระยะที่ 3

นายอนุทิน กล่าวว่า ขอยืนยันว่าพวกเรามุ่งมั่นตั้งใจและมีความพร้อมที่จะรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 ในการควบคุมโรค การให้การรักษาพยาบาลการดูแลรักษา และการคัดกรองผู้ป่วยรวมถึงเวชภัณฑ์ยาต่างๆ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา 2เดือนครึ่ง เราพบผู้ติดเชื้อทุกราย และทำความเข้าใจวิธีปฏิบัติตนเลี่ยงการติดเชื้อ และมีการปรับตัวตามสถานการณ์ตามเหตุการณ์ที่เกิด เนื่องจากยังมีการเดินทางของผู้คนทั้งในประเทศและต่างประเทศ จึงต้องป้องกันอย่างเต็มที่

ส่วนจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้นในแต่ละวันสามารถหาต้นตอของการเพิ่มจำนวนของผู้ป่วยได้ ขณะที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่ากระทรวงสาธารณสุขปิดบังข้อมูล ยืนยันว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องทำอย่างนั้นเพราะข้อมูลที่เรามีเหมือนกับข้อมูลที่ประชาชนได้รับ และช่วงนี้กำลังเข้าสู่เทศกาลสงกรานต์ แต่ยังมีกลุ่มคนที่ประมาทไปสถานที่ที่ไม่ควรไป เช่น สนามมวย ซึ่งมีคนแออัดจำนวนมากและเป็นปัจจัยเอื้อให้มีการติดต่อ แต่ยังไม่ใช่การแพร่ระบาดในวงกว้างยังไม่เข้าสู่ระยะ3

นายอนุทิน กล่าวว่า ครม.เห็นชอบ มาตรการตามที่กระทรวงเสนอ เพื่อป้องกันและสกัดกั้นการนำเสนอเข้าสู่ประเทศไทยในส่วนของชาวต่างชาติที่ต้องเดินทางมาจาก 4 ประเทศกลุ่มเสี่ยงและ 2 เขตปกครอง ต้องมีใบรับรองแพทย์ และต้องถูกกักตัว 14 วัน และให้ข้าราชการ พนักงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ งดการเดินทางไปต่างประเทศ เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดในประเทศ นอกจากนั้นให้เลื่อนวันหยุดสงกรานต์ระหว่างวันที่13-15 เมษายนนี้ และหาวันหยุดชดเชย เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย รวมทั้งงดกิจกรรมที่มีการรวมตัวเกิน 100 คนขึ้นไป การย้ายคนข้ามจังหวัด และให้ปิดสถานบันเทิงทุกชนิด ในกทม.และปริมณฑล เช่น ผับ บาร์ ร้านอาหาร ฟิตเนส ร้านนวดแผนโบราณ

Advertisement

ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ มาตรา 35 (1) เพื่อให้ดำเนินการบิ๊กคลีนนิ่ง 14 วัน ทำความสะอาดให้ถูกสุขลักษณะ นับตั้งแต่วันที่18 มีนาคมเป็นต้นไป โดยขอให้ผู้ประกอบการให้ความร่วมมือด้วย

ส่วนในพื้นที่อื่นที่จะต้องปิด ทางอธิบดีกรมควบคุมโรค ในฐานะเจ้าพนักงาน สามารถออกคำสั่งในส่วนที่เห็นว่ามีความเสี่ยง โดยจะแจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัด สาธารณสุขจังหวัด องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น สั่งให้ปิดได้ และเมื่อพ้นช่วงเวลา14วันไปแล้ว สามารถพิจารณาว่าจะให้เปิดหรือไม่อีกครั้งหนึ่ง รวมทั้งปิดสนามมวย สนามชนไก่ สนามม้า สนามชนโค ทั่วประเทศจนกว่าจะมีคำสั่ง นอกจากนั้นยังปิดโรงเรียน สถานศึกษา สถาบันกวดวิชา มหาวิทยาลัย โรงเรียนนานาชาติ เป็นเวลา 2สัปดาห์ พร้อมขอความร่วมมือให้ปรับการเรียนการสอนเป็นระบบออนไลน์แทน ขณะที่การประชุมของหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน เช่น การประชุมผู้ถือหุ้นบริษัท ให้ใช้วิธีการประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเร้น สำหรับสถานที่ราชการรัฐวิสากิจ สถานีขนส่ง ให้ใช้การคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายมีเจลล้างมือและหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกัน รวมทั้งทำความสะอาดภายในอาคาร ห้องสุขาตลอดเวลา

“ขอให้ประชาชนมั่นใจการปฏิบัติของกรมควบคุมโรคว่าไม่ได้ทำเพียงแค่รับมือไปวันๆ แต่มีหลักวิชาการทางการแพทย์ มีผู้ทรงคุณวุฒิเป็นที่ปรึกษา ถือเป็นหน่วยปฏิบัติการซึ่งทุกคนมีกำลังและความสามารถเพื่อให้ปลอดภัยกับประชาชน และยืนยันว่าเรื่องอุปกรณ์ทางการแพทย์ ยาและเวชภัณฑ์ โรงพยาบาลและหมอมีพร้อม และสามารถประสานสั่งซื้อยาที่ยังขาดได้แล้ว และยังมีองค์การเภสัชกรรมที่สามารถผลิตยาเพื่อชะลอรักษาการเกิดโรคได้ และครม.อนุมัติงบเสี่ยงภัยให้กับเจ้าหน้าที่ที่ดูแลผู้ป่วยโรคโควิด-19 จำนวน 1,000-1,500 บาทต่อหนึ่งผลัดเวร เพื่อเป็นกำลังใจในการทำงาน ขณะที่สมาคมประกันภัยมอบกรมธรรม์ประกันภัย 70,000 กรมธรรม์ สำหรับบุคลากรที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อ ยืนยันว่าเรามีความพร้อมและเป็นหนึ่งในการทำงาน ไม่มีข้อแตกแยกไม่ขัดแย้งในการทำงานตามที่มีกระแสข่าว นายอนุทิน กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามกรณีที่มีกระแสข่าวปิด กทม. นายอนุทิน กล่าวว่า ยังไม่มีคนในรัฐบาลพูดถึงเรื่องการปิดมีเพียงการปิดสถานบริการเฉพาะกรุงเทพฯและปริมณฑลซึ่งมี6จังหวัดเท่านั้น และได้สอบถามเรื่องของจากโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแล้วยืนยันว่าไม่มีการพูดเช่นนั้น มีเพียงมาตรการที่เฝ้าระวังทำให้กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีโอกาสจะแพร่เชื้อได้มากเพื่อให้เกิดความปลอดภัย

เมื่อถามย้ำว่าสถานบริการที่ต้องปิดรวมถึงฟิตเนสออกกำลังกาย ด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เหงื่อ คือสารคัดหลั่งชนิดหนึ่ง และที่ต้อวระวังคือเมื่อออกกำลังกายแล้วมีการหอบและเกิดละอองฝอยจากน้ำลายออกมา จึงต้องทำความสะอาดให้ถูกสุขอนามัยตลอดเวลา เพราะเมื่อมีการใช้อุปกรณ์ร่วมกันก็จะเกิดเชื้อราได้ง่าย

เมื่อถามถึงส่งต่อภาพเจ้าหน้าที่กู้ภัยแห่งหนึ่ง ไม่เข้าเก็บศพผู้เสียชีวิตสัญชาติจีนตกจากที่สูงภายในซอยเพชรบุรี47 เพราะกังวลเรื่องการแพร่เชื้อโควิด-19 ทางโซเชียลต่างๆ นายอนุทิน กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขไม่ได้ตั้งข้อรังเกียจผู้เสียชีวิตถ้าทราบว่ามีปัจจัยสุ่มเสี่ยงเรามีวิธีการป้องกันตัวเองในการเข้าไปชันสูตร และในทางปฏิบัติไม่สามารถเกิดเรื่องแบบนี้ได้ไม่เช่นนั้นคนที่ถูกยิงจนเลือดเต็มตัว เจ้าหน้าที่ไม่ไปดำเนินการเก็บให้เรียบร้อยคงทำไม่ได้

ด้านนพ.รุ่งเรือง กล่าวเสริมกรณีที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยไม่กล้าเก็บร่างชายชาวจีนที่เสียชีวิต ว่า ในกรณีดังกล่าวต้องขออภัย ปกติแพทย์จะต้องประเมินว่าเป็นคนกลุ่มเสี่ยงหรือไม่ ถ้ามีความเสี่ยงจะต้องมีการประสานงานไปทางหน่วยงานที่เราอบรมไว้แล้ว เช่น เจ้าหน้าที่กู้ภัย แต่ว่าบางช่วงอาจจะขาดอุปกรณ์ป้องกัน เช่น ชุด PPE โดยตั้งแต่นี้ไปเราได้นำเรื่องมาหารือถึงการทำงาน คือ หากพบว่ารายไหนมีความเสี่ยงจะนำมาตรฐานการเก็บศพมาใช้ ส่วนกรณีศพที่ไม่มีความเสี่ยงจะดำเนินการตามปกติ

นพ.รุ่งเรือง กล่าวอีกว่า ในวันนี้เรามีตัวเลขผู้ป่วยยืนยัน 177 ราย อยู่โรงพยาบาล 135 ราย ผู้ป่วยอยู่ในข่ายเฝ้าระวัง 2,457 ราย คือ กลุ่มที่มีอาการไข้ ไอ ไม่สบาย หรือมีประวัติเสี่ยง และกลับบ้านแล้ว 4,583 ราย