เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ที่อิมพิเรียลลาดพร้าว นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีที่ผู้มีอำนาจยังไม่เปิดพื้นที่ให้แสดงความเห็นต่างช่วงก่อนทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญว่า แสดงให้เห็นว่าผู้มีอำนาจต้องการให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านโดยไม่คำนึงถึงหลักการอะไร ทำให้การทำประชามติในครั้งนี้ขาดความชอบธรรมอย่างมาก ถ้าเหตุการณ์ยังเป็นเช่นนี้จะทำให้ปัญหาสะสม และหากร่างผ่านก็จะไม่เป็นที่ยอมรับและเกิดปัญหาไม่สิ้นสุด
ทั้งนี้ ตามกฎหมายประชามติมีช่องทางให้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญได้อยู่บ้าง ดังนั้นผู้ที่ต้องการเห็นอนาคตของบ้านเมืองเดินไปในทางที่ดี ต้องออกมาใช้สิทธิ์แสดงความคิดเห็น ในทางที่เป็นประโยชน์ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทราบว่ามีทหารไปบอกประชาชนโดยเฉพาะภาคเหนือและภาคอีสาน ว่าถ้าอยากให้ คสช.หมดอำนาจและพ้นไป ก็ต้องให้ร่างผ่านไปนั้น ซึ่งก็ไม่เป็นความจริง เพราะ คสช.ยังมีอำนาจอยู่อีกปีกว่าๆ จนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ นอกจากนี้ร่างรัฐธรรมนูญให้อำนาจ ส.ว.250 คนซึ่งมาจากการแต่งตั้งของ คสช.รวมทั้งองค์กรอิสระและศาลด้วย ทำให้รัฐบาลที่มจากการเลือกตั้งไม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ ดังนั้นทุกคนต้องช่วยกัน อย่านอนหลับทับสิทธิ์แล้วปล่อยให้คนอื่นมาใช้สิทธิ์แทน
นายจาตุรนต์ กล่าวต่อว่า จากการพูดคุยกับประชาชนทั้งในวงเสวนาและทางโซเชียลมีเดีย พบว่าถ้าประชาชนได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ ก็จะไม่เห็นชอบ ดังนั้นผู้มีอำนาจกลัว จึงต้องการปิดกั้นการแสดงความคิดเห็น ส่วนเรื่องกระแสข่าวมีกลุ่มทุนอยู่เบื้องหลัง รวมถึงมีร่างรัฐธรรมนูญปลอมปล่อยออกมาในช่วงนี้นั้น เป็นเรื่องที่ดูไม่มีเหตุผล ยกเมฆ และกุเรื่องขึ้นมาดื้อๆ เพียงแค่ต้องการปิดกั้นการแสดงความเห็นต่าง ทั้งนี้ เท่าที่ตนเห็นนั้นไม่ใช่เอกสารปลอมหรือบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญ แต่เป็นเอกสารที่เห็นต่างกับ กรธ.เท่านั้น ซึ่งราคาก็ไม่กี่บาทและก็จัดทำมาไม่เยอะ ยืนยันว่าเป็นการทำมาแบบถูกกฎหมาย และไม่ขัดกับมาตรา 61 วรรคสอง พ.ร.บ.ประชามติฯ
“ยิ่งโค้งสุดท้ายผมเห็นว่ายิ่งต้องเปิดพื้นที่ให้แสดงความเห็นมากขึ้น ส่วนการเปิดศูนย์รักษาความสงบฯ ที่บอกว่าต้องการดูแลความสงบเรียบร้อยช่วงทำประชามตินั้น ผมเห็นว่าเป็นเพียงข้ออ้างและจะยิ่งเป็นการปิดกั้นประชาชน มาวันนี้ผมยังไม่เห็นเลยว่าจะมีใครจะล้มหรือขัดขวางการประชามติ มีเพียงแค่คนที่เห็นต่างกับร่างเท่านั้น” นายจาตุรนต์ กล่าว

