เดินหน้าชน : ‘โควิด’ไม่น่ากลัว : โดย สุรพล สุประดิษฐ์ ณ อยุธยา

18.03.20 | 14:30 น.

สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 สร้างความวิตกกังวลของผู้คนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

สิ่งสำคัญในการรับมือกับภัยพิบัติเช่นนี้ คงหนีไม่พ้นการมีสติในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และการวางแผนรับมือที่ดีในระยะยาว

แม้ว่าไวรัสโควิด-19 จะมีความรุนแรงกว่าโรคระบาดในอดีต แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีวิธีรับมือ

ไม่ได้หมายความว่าเป็นแล้วต้องตายกันทุกคน อัตราการตายต่ำกว่าโรคระบาดในอดีตด้วยซ้ำไป

ดังนั้น หากเราไม่ตื่นตระหนกตกใจจนเกินเหตุ ค่อยๆ คิด ค่อยๆ แก้ปัญหา ไม่ว่าจะรุนแรงปานใด ย่อมไม่เหนือบ่ากว่าแรงที่จะสามารถรับมือได้

Advertisement

หากเรายังไม่ติดเชื้อ เราก็ควรพยายามดูแลตัวเอง ไม่เข้าไปอยู่ในพื้นที่เสี่ยง กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ ตามคำแนะนำของหมอ รวมทั้งหลีกเลี่ยงจุดสัมผัสต่างๆ

แต่ถ้าดูแลตัวเองอย่างดีที่สุดแล้วก็ยังไม่รอด ต้องเข้าไปเป็นกลุ่มเสี่ยง ต้องกักตัวเอง 14 วัน ซึ่งมีโอกาสติดเชื้อได้ไม่ยาก ก็ไม่เป็นไร

ถือซะว่าจะได้มีประสบการณ์ใหม่ๆ เพราะเครียดไปก็ไม่มีประโยชน์ มีแต่จะเกิดโทษหนักกว่าเก่าด้วยซ้ำ

เพราะอย่างที่รู้กันดีว่าเจ้าไวรัสตัวแสบนี้ ความร้ายกาจคือสามารถติดต่อแพร่เชื้อกันได้โดยไม่แสดงอาการ

ถ้าใครต้องเฝ้าระวังอาการ 14 วัน ไม่ต้องไปเครียด คิดในมุมบวกซะว่า เป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้มีเวลาทำในสิ่งที่อยากทำซะที

เช่น อ่านหนังสือที่ซื้อมามากมายแต่ไม่ได้อ่าน ดูหนังซีรีส์ที่อยากดู ดูกันให้หนำใจไปเลย แต่ต้องอย่าให้มีผลกระทบกับสุขภาพ ไม่ใช่อดหลับอดนอน อันนี้ก็เกินไป

หรือใครจะลองใช้เวลานี้ ท่องบทสวดมนต์ที่ทำให้ชีวิตเป็นมงคล เช่น คาถาชินบัญชร ที่มีคนบอกว่าถ้าสวดได้วันละ 9 จบ จะประสบความสำเร็จในชีวิต

หรือจะเป็น คาถาแผ่เมตตา อิติปิโส จะท่องแบบเดินหน้าหรือถอยหลัง ก็ลุยกันให้เต็มที่ ไหนๆ มีเวลาแล้ว คราวหน้าจะได้ไม่อ้างว่ามีเวลาอีกต่อไป

หรือใครจะลองฝึกนั่งสมาธิก็ยิ่งดีใหญ่ เตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ คิดซะว่าถ้าเหตุการณ์โรคระบาดนี้ผ่านพ้นไป เราจะต้องแข็งแกร่ง จะต้องเอาชนะอุปสรรคปัญหาในอนาคตได้ดีกว่าในอดีตที่ผ่านมา

หรือถ้าใครเป็นผู้ป่วย เป็นผู้ติดเชื้อ ก็ไม่ต้องเครียด เพราะอย่างที่บอก โอกาสเสียชีวิตต่ำกว่าโรคอื่น

ที่สำคัญที่สุด ทั้งผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต้องเฝ้าระวัง และผู้ติดเชื้อ รวมถึงผู้ป่วย จะต้องมีจิตสำนึก ต้องดูแลตัวเองไม่ให้เชื้อไปแพร่ใส่คนอื่นอย่างเด็ดขาด

เพราะถ้าใครที่อยู่ในกลุ่มเหล่านี้เกิดมีความประมาท มีความมักง่าย ไร้จิตนำนึก ไม่กักกันตัวเอง ทำให้เชื้อแพร่กระจาย ความสูญเสียจะตามมาอย่างหนัก

และไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นกับคนอื่น แต่คนในครอบครัวหรือคนที่เรารัก จะโดนก่อนเลย และจะยิ่งทำให้สถานการณ์การแพร่ระบาดรุนแรงเลวร้ายขึ้นอีก

เชื่อว่าอีกไม่นานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้จะผ่านพ้นไป และจะทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น

เราจะได้เรียนรู้ว่าอะไรที่ว่าแน่ ก็ไม่แน่เสมอไป อะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ

เพราะฉะนั้นจงอย่าประมาทกับชีวิต

หมั่นทำความดีกันไว้ให้มากๆ อยากทำอะไรดีๆ ให้กับชีวิตตัวเองให้รีบทำ

ดูแลคนที่เรารักให้ดีในยามที่มีโอกาสได้ดูแลกัน จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจภายหลัง หากเกิดอะไรขึ้น

เหมือนกับที่บางคนเคยบอกว่า ความตายเป็นสิ่งไม่น่ากลัว เพราะเราทุกคนต่างหนีไม่พ้น

แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าก็คือ อยากจะทำอะไรดีๆ ก่อนตาย แต่ไม่ได้ทำซักที

อันนี้น่ากลัวกว่ามั้ย

สุรพล สุประดิษฐ์ ณ อยุธยา