หน้าแรก การเมือง แฉทุจริตรถดับ...

แฉทุจริตรถดับเพลิงภาคสอง วิลาศชี้สเปกรถกะป๊อ พิสดารพวงมาลัยซ้าย จอดนิ่งกริบ

10.07.16 | 14:19 น.
ภาพประกอบจาก tnnthailand.com

‘วิลาศ’แฉทุจริตรถดับเพลิงภาคสอง สุดพิสดารพวงมาลัยซ้ายราคา 2.5 ล. แต่สเปกคล้ายรถกะป๊อ จอดนิ่ง 20 สถานี พบพิรุธอุปกรณ์ติดตั้งโคตรแพง จนท.ไม่กล้าใช้เหตุกลัว แถมสาปแช่งผู้บริหารคนชงโครงการ จี้’ชายหมู’ระงับ-ทบทวน จ่อยื่น สตง.-ป.ป.ช. ฟันสัปดาห์หน้า พร้อมนำกองทัพสื่อบุกสถานีดับเพลิงพิสูจน์ของจริง

เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงปัญหาการทุจริตใน กทม.เกี่ยวกับโครงการการจัดซื้อรถกู้ภัยขนาดเล็กจำนวน 20 คัน ราคาคันละเกือบ 8 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นตัวรถ 2.5 ล้านบาท นอกนั้นเป็นค่าอุปกรณ์ดับเพลิง รวมวงเงิน 160 ล้านบาท และบริษัทที่ได้รับงานจากข้อมูลของข้าราชการใน กทม.พบว่ามีสองบริษัทที่มีการยื่นประมูลคือ บริษัท ทีเจ แอ็ดวานซ์ เอ็นจิเนียริ่ง และบริษัท ริเวอร์เอ็นจิเนียริ่ง โดยบริษัทที่ได้งานไปคือบริษัท ทีเจเอ็นจิเนียริ่ง ซึ่งตนกำลังตรวจสอบอยู่ว่าสองบริษัทนี้มีความเชื่อมโยงกันจริงหรือไม่ แต่เบื้องต้นมีข้อสังเกตว่าในส่วนของบริษัท ทีเจเอ็นจิเนียริ่ง มีการเพิ่มวัตถุประสงค์ในวันที่ 22 มิถุนายน 2554 เป็น 45 ข้อ โดยในข้อ 26 ระบุว่าซื้อและขายเครื่องดับเพลิง ข้อ 34 ประมูลซื้อและขายรถดับเพลิง ส่วนบริษัท ริเวอร์เอ็นจิเนียริ่ง เริ่มก่อตั้งปี 2533 ทุนจดทะเบียนเริ่มต้นหนึ่งล้านบาท จดวัตถุประสงค์ไว้ 46 ข้อ แต่จนถึงปัจจุบันมีวัตถุประสงค์เป็น 100 ข้อ คือทำหมดเลยเหลือแค่เครื่องบินอย่างเดียว ที่น่าสนใจคือ เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2556 มีการจดวัตถุประสงค์ข้อ 94 ขายอุปกรณ์ดับไฟ สอดรับกับการตั้งงบประมาณครั้งแรกเพื่อจัดซื้อรถกู้ภัยขนาดเล็กในปี 2556 เช่นกัน

“เรื่องนี้ สตง.เคยมีการทำหนังสือทักท้วงไปว่าการซื้อรถพวงมาลัยซ้ายน่าจะผิด พ.ร.บ.จราจรทางบก แต่ระเบียบไม่ได้ห้าม ทำให้ กทม.ไม่กล้าเซ็นสัญญาต้องชะลอออกไป 60 วัน จนสุดท้ายก็หาทางเลี่ยงด้วยการชี้แจงว่าเป็นรถยนต์ขนาดเล็กแม้จะเป็นพวงมาลัยซ้ายก็ไม่ก่อให้เกิดอันตราย และทำการเซ็นสัญญาในวันที่ 12 มีนาคม 2558 มีข้อสังเกตว่าวันที่ 29 ธันวาคม 2558 มีการแก้สัญญาทั้งที่ลงนามไปแล้วให้เปลี่ยนแปลงขนาดของรถจากความกว้างประมาณ 1,595 มิลลิเมตร ความยาวประมาณ 3,407 มิลลิเมตร ความสูงประมาณ 1,807 มิลลิเมตร เป็นกว้าง 1,595 มิลลิเมตร ยาว 3,530 มิลลิเมตร และสูง 1,750 มิลลิเมตร โดยตัดคำว่า ‘ประมาณ’ ออกทำให้เกิดข้อสงสัยว่าทำเพื่ออะไร” นายวิลาศกล่าว

นายวิลาศกล่าวต่อว่า ในส่วนสเปกรถที่มีปัญหาคือเป็นรถพวงมาลัยซ้าย โดยมีการนำรถเอทีวีหรือที่ในต่างประเทศใช้ชมวิวในป่า มาแปลงสภาพใส่กระจกติดตั้งเครื่องดับเพลิง ถือเป็นรถค่อนข้างพิสดารคือ รถราคา 2.5 ล้านบาท แต่ไฟเลี้ยวติดอยู่ตรงหัวรถมีขนาดเล็กเท่าหัวนิ้วโป้ง และไม่มีแอร์ ส่วนไฟท้ายเป็นกล่องสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก เวลาที่ขับไม่สามารถมองกระจกหลังได้ ต้องเป็นยอดมนุษย์จึงจะใช้ได้ นอกจากนี้ตัวถังเป็นไฟเบอร์ไม่ใช่เหล็ก ส่วนประตูเป็นพลาสติก ขนาดของรถเท่าๆ กับรถกะป๊อที่ใช้ขับในซอย ถ้าไปซื้อรถกะป๊อจะสวยกว่าและบรรทุกของได้ แถมพวงมาลัยขวาไม่ตายง่ายด้วย จึงคิดว่าที่ต้องซื้อเพราะเป็นของแปลกจะได้เพิ่มมูลค่าเพิ่มราคา เท่านี้ ถ้ามาขายตนสามแสนบาทตนยังไม่ซื้อ ซึ่งจากที่ได้ไปตรวจสอบมา 3 สถานี และมีบางหน่วยที่ได้รับรถแล้ว แต่ไฟฉุกเฉินเสีย ไฟเลี้ยวไม่ติด ส่วนบางหน่วยเมื่อเอาไปใช้แล้วถังดับเพลิงหาย ซึ่งตนคิดว่าที่ไม่ติดตั้งอุปกรณ์บางประเภทเป็นเพราะกลัวว่าจะหาย

นายวิลาศกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังพบว่าชุดระบบดับเพลิงที่ติดตั้งในรถนั้นอุปกรณ์แต่ละอย่างมาจากประเทศที่ต่างกันประมาณ 10 ประเทศ โดยเมื่อตรวจสอบพบว่าอุปกรณ์แต่ละชนิดมีราคาสูงเกินจริง เช่น ถังดับเพลิงหิ้วชนิดน้ำราคาท้องตลาด 2,400 บาท แต่ระบุในรายการจัดซื้อราคา 8,000 บาท ซึ่งแพงเป็นสามเท่าตัว รวมทั้งยังมีการกำหนดสเปกเป็นถังเหล็ก ทั้งที่ปกติจะผลิตเป็นแบบ สแตนเลสเพื่อป้องกันการผุกร่อน โดยในขณะนี้มีการส่งมอบรถไปให้กับสถานีดับเพลิง 20 แห่ง จากทั้งหมด 35 แห่ง และทราบมาว่ามีการสั่งการที่จะจัดซื้อเพิ่มเติมอีก 15 คัน โดยใช้เงินจากงบประมาณปี 2560 จึงอยากให้มีการระงับเรื่องนี้ และขอให้ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. และผู้เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบเพื่อทบทวน โดยโครงการนี้ผู้เสนอคือนายจุมพล สำเภาทอง รองผู้ว่าฯ แต่คนที่เซ็นลงนามคือ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าฯ ที่ต้องทำตามหน้าที่ ทั้งนี้ตนจะได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดเพื่อยื่นต่อ สตง.และ ป.ป.ช.ให้ตรวจสอบข้อหาทุจริต ผิด พ.ร.บ.ฮั๊ว ภายในสัปดาห์หน้า

Advertisement

“ผมคิดว่าโครงการนี้เป็นภาคต่อของรถดับเพลิงที่ศาลฎีกาฯเคยพิพากษาจำคุกอดีต รมช.มหาดไทยและคนที่เกี่ยวข้องอีกหนึ่งคนรวมเป็นสองคน แต่กรณีนี้ถ้าเอาผิดน่าจะเป็นพวงเพราะมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก และเป็นโครงการที่ถือว่าเป็นโครงการบาปเนื่องจากเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยด้วย ถือเป็นการสร้างเวรสร้างกรรม รถกู้ภัยแบบนี้นอกจากไม่พร้อมใช้งานแล้วยังมีปัญหาเรื่องความปลอดภัยด้วย เพราะไม่มีประกันภัยเจ้าหน้าที่ไม่กล้าใช้ ได้แต่สาปแช่งผู้บริหารที่จัดซื้อรถเหล่านี้” นายวิลาศกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการแถลงนายวิลาศได้นำผู้สื่อข่าวไปยังสถานีดับเพลิงดุสิตเพื่อดูรถดับเพลิงของจริง โดยนายวิลาศทำการตรวจสอบรถเอทีวีพร้อมอุปกรณ์ต่างๆ โดยระบุว่าจากที่ได้พบเห็นเป็นไปตามที่ตนแถลงทุกอย่าง โดยรถยังอยู่ในสภาพใหม่ หุ้มพลาสติกแสดงว่าไม่เคยมีการนำออกไปใช้งานเลย