ข้อเรียกร้องจากพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อให้มีการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ กำลังเป็นหินลองทองอันคมแหลมตรวจสอบสำนึกในบทบาท และความหมายของอำนาจนิติบัญญัติเป็นอย่างสูง
ไม่เพียงแต่เป็นคำถามต่อ1 ประธานรัฐสภา หากแต่ยังเป็นคำถามต่อ 1 รัฐบาล
ประเด็นมิได้อยู่ที่ว่าข้อเสนอนี้ผลักดันมาจากฝ่ายค้านหรือไม่
หากแต่อยู่ที่ว่าการดำรงอยู่ของฝ่ายค้านเป็นการดำรงอยู่ในฐานะสมาชิกรัฐสภา อันเป็นส่วนหนึ่งและเป็นส่วนสำคัญแห่งอำนาจนิติบัญญัติหรือไม่
อย่าลืมเป็นอันขาดว่า อำนาจนิติบัญญัติดำรงอยู่ภายในสดมภ์หลักแห่งระบอบประชาธิปไตย
อำนาจบริหาร อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจตุลาการ
ต้องยอมรับว่านับแต่การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา จากมหานครอู่ฮั่น เมื่อเดือนมกราคมเป็นต้นมา โลกได้ตกอยู่ในวิกฤตและประเทศไทยก็เป็นส่วนหนึ่งของโลก
การต่อสู้และการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสภาระด้านหลักเป็นของอำนาจบริหาร นั่นก็คือ รัฐบาลอย่างแน่นอน
แต่องค์ประกอบของรัฐบาลตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมีรากฐานมาจาก 1 สมาชิกวุฒิสภา อันมาจากการแต่งตั้งของคสช. และ 1 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อันมาจากการเลือกของประชาชน
แม้ว่าโดยสภาพการแพร่ระบาดของโลกอาจทำให้การประชุมหรือ การมารวมกันเป็นจำนวนมากจะกลายเป็นพาหะในการกระจายของไวรัส แต่กระนั้นการระดมความคิด การระดมเพื่อเข้าสู่ต้นตอของปัญหาก็มีความสำคัญ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การระดมปัญหาจาก”สภาผู้แทนราษฎร”
ความพยายามของพรรคร่วมฝ่ายค้านมาจากสำนึกในความเป็นผู้แทนราษฎร ซึ่งมาจากการเลือกของประชาชน
ขณะเดียวกัน ก็สำนึกในบทบาทของ”อำนาจนิติบัญญัติ”
ไม่ว่า 1 ประธานรัฐสภา ไม่ว่า 1 รัฐบาล ควรตระหนักในบทบาทและความหมายนี้
และไม่ควรจะปัดปฏิเสธเหมือนไม่มีความหมาย
หนทางที่ถูกต้องเพื่อเป็นการรับฟังเสียงจากผู้แทนราษฎร เพื่อยืน ยันในบทบาทและความหมายแห่งอำนาจนิติบัญญัติ
รัฐบาลสมควรหาวิธีที่เหมาะสมเพื่อให้มีการประชุมเกิดขึ้น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

