โดนแล้ว! มูลนิธิป่ารอยต่อฯ แจ้งความเอาผิด “โรม” หมิ่นประมาท หลังอภิปรายนอกสภาฯ

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม นายรังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคก้าวไกล  โฆษกคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร และเป็น อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคอนาคตใหม่ โพสต์หมายเรียกทางทวิตเตอร์ ระบุว่าถูกฟ้องร้องจากมูลนิธิป่ารอยต่อฯ หลังเป็นประเด็นใหญ่ในการพูดอภิปรายในศึกซักฟอก ทั้งนี้ นายนายรังสิมันต์ มีกำหนดการพูดอภิปราย แต่ถูกเบียดโควตา และมีการปิดประชุมก่อน จนต้องมาอภิปรายนอกสภา

ระบุว่า หมายเรียก คดีหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา จากการอภิปรายนอกสภา ไม่วางใจพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณและเครือข่ายป่ารอยต่อ

พี่น้องประชาชนที่รักครับ ผมได้รับหมายเรียกจากสน.บางขุนนนท์ ลงวันที่ 12 มีนาคม 2563 ในข้อหาหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ซึ่งผู้กล่าวหาคือ พ.อ.ภิญโญ บุญทรงสันติกุล ซึ่งได้รับมอบอำนาจมาจากมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ

แน่นอนว่าคงเป็นการฟ้องหมิ่นประมาทฯ สืบเนื่องจากกรณีที่ผมได้อภิปรายไม่ไว้วางใจพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลเมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

พี่น้องครับ ผมทราบดีตั้งแต่ต้น ว่าการอภิปรายเรื่องนี้ ซึ่งจำเป็นต้องกล่าวถึงองค์กรและบุคคลต่างๆ ที่เชื่อมโยงถักทอเป็นโครงข่ายของอาณาจักรประวิตร มีความเสี่ยงที่ผมจะถูกฟ้องดำเนินคดี ไม่ว่าจะอภิปรายในหรือนอกสภาฯก็ตาม พี่ๆหลายท่านในอดีตพรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกล ก็ไต่ถามแสดงความห่วงใยอยู่หลายครั้ง ว่าเอาจริงๆเหรอ เสี่ยงนะ

แต่สิ่งที่ผมต้องการนำเสนอในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ คือการตั้งคำถามถึงการดำรงอยู่ของอาณาจักรประวิตร รวมถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น ต่อประเทศชาติและประชาชน ซึ่งแน่นอนว่าถ้าผมได้อภิปรายในสภาฯ และพลเอกประวิตรได้ตอบ ก็จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน และประเทศชาติมากกว่านี้

อย่างไรก็ดี มันเป็นเพียงอีกคดีหนึ่งเท่านั้นเองครับ ผมมีกำลังใจเต็มเปี่ยมในการต่อสู้คดีนี้ ซึ่งเป็นการดีที่ #ป่ารอยต่อ จะได้ถูกนำเสนอเป็นข้อมูลนำสืบในชั้นศาลอีกครั้ง

เนื่องจากผมถูกฟ้องร้องดำเนินคดีในช่วงปิดสมัยประชุมสภาฯ ซึ่งไม่มีความคุ้มกันของสมาชิกรัฐสภา ส่งผลให้ผมต้องเดินทางไปรายงานตัวตามหมายเรียก แต่เนื่องจากในวันที่ 23 มีนาคม 2563 ที่พนักงานสอบสวนนัดหมายมานั้น ผมมีหมายต้องไปศาลในคดีคนอยากเลือกตั้ง ไม่สามารถไปรายงานตัวในคดีนี้ได้

จึงได้ประสานขอเลื่อนพนักงานสอบสวนออกไปก่อน ขอปรึกษาทนายความ และหาวันที่ว่างตรงกัน แล้วจะนัดหมายไปรายงานตัวอีกครั้ง

กำลังใจจากพี่น้องประชาชนถ้าจะมอบให้ผม ต้องขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ แต่ตอนนี้เรามีเรื่องใหญ่กว่าที่ต้องมอบกำลังใจให้แก่กันนั่นคือสถานการณ์ COVID-19 นะครับ ดังนั้นในวันที่ผมเลื่อนไปเพื่อรายงานตัว ถ้าสถานการณ์ COVID-19 ยังไม่ดีขึ้น ขอความกรุณาว่า พี่น้องไม่ต้องเดินทางไปที่สน.บางขุนนนท์ เพื่อลดการรวมตัวกัน ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเป็นพื้นที่แพร่เชื้อ

โดย ก่อนหน้านี้ นายรังสิมันต์ เคยให้สัมภาษณ์หลังการอภิปรายนอกสภาไว้ว่า ไม่กลัว จากการเปิดเผยข้อมูลขบวนการ “ป่ารอยต่อ” เพราะที่ผ่านมาตนเคยติดคุกมาแล้ว และกล่าวว่า ตนรับเงินเดือนจากภาษีประชาชน จึงต้องทำหน้าที่ให้เต็มที่

“คือตอนที่ผมจะอภิปรายเรื่องนี้ มีหลายท่านก็ถามผมว่ากลัวไหม คุณธนาธรก็ถามผมว่า ‘เอาจริงเหรอ’ ผมก็ยืนยันว่าจริง คือ… ก่อนหน้านี้ผมติดคุกมาแล้ว นะครับ ถูกอะไรมาสารพัดแล้ว ผม… ผมเลยจุดของคำว่ากลัวไปแล้ว ผมก็คิดว่าเราเหนียะกินเงินเดือนประชาชน ภาษีประชาชน แสนกว่า เราต้องทำหน้าที่ให้เต็มที่ คือถึงที่สุด ถ้าไม่มีคนเริ่มทำสิ่งเหล่านี้ แล้วอะไรคือคุณค่า อะไรคือสิ่งที่… ที่เราจะต้องเป็น สิ่งที่… เรา… เราตอบตัวเองไม่ได้” นายรังสิมันต์ กล่าวยืนยัน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon