หมายเหตุ – ความเห็นของแพทย์ นักธุรกิจ และนักวิชาการ ถึงข้อเสนอมาตรการปิดประเทศภายหลังยอดผู้ติดเชื้อจากเชื้อไวรัสโควิด-19 พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากหลายประเทศในโลกใช้วิธีการปิดประเทศ หรือปิดพรมแดนเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรค
นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย
อธิบดีกรมควบคุมโรค
รัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา รัฐบาลมีความชัดเจนอยู่ในตัวคือ 1.ให้ปิดพื้นที่ที่มีความเสี่ยงโดยทันที โดยเป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดและคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด 2.ปิดพื้นที่ในเชิงป้องกันที่เป็นโอกาสในการแพร่โรค และ 3.ลดการเคลื่อนย้าย
ต้องเข้าใจกับคำว่าปิดหากมองเห็นภาพในหลายประเทศที่ปิด เช่น ปิดเกาะ เนื่องจากมีทางเข้าทางเดียวไม่มีทางเข้าอื่น ดังนั้น เวลาประกาศจึงประกาศง่ายๆ ได้ว่าปิด หรือในประเทศอิตาลี ที่ประกาศปิดประเทศแต่ในทุกวันนี้ยังมีสายการบินเข้าประเทศไทยมาแต่มีจำนวนลดลง แต่จะต้องถามว่าเป็นการปิดหรือไม่ ดังนั้น ต้องย้ำว่าสิ่งที่รัฐบาลดำเนินการขณะนี้คือการจำกัดการเคลื่อนย้ายคน การทำให้พื้นที่เสี่ยงหายไป แต่สิ่งสำคัญที่การปิดจะต้องเริ่มที่ประชาชนก่อน
ไม่ว่าอยู่ที่ไหนจะต้องมีการป้องกัน งดการเดินทางที่ไม่จำเป็นจริงๆ รักษาระยะห่างระหว่างบุคคล 2 เมตร และแยกของใช้ส่วนตัว งดร่วมกิจกรรมทางสังคมที่มีคนหมู่มาก หรือหากทำงานก็ให้ทำงานที่บ้าน เป็นการรับผิดชอบต่อสังคมโดยเริ่มจากการปิดที่ตัวเราเองก่อน
นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์
อธิบดีกรมการแพทย์
จากมาตรการของประเทศไทยที่มีการป้องกันไม่ให้มีการนำเชื้อโรคไวรัสโคโรนา 2019 เข้าประเทศในรูปแบบของผู้เดินทางเข้าประเทศ มีความเข้มข้นมากเนื่องจากผู้เดินทางจะต้องมีใบรับรองแพทย์ว่าไม่เป็นผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่มีอายุภายใน 72 ชั่วโมง พร้อมทั้งจะต้องมีประกันสุขภาพที่มีวงเงินไม่ต่ำกว่า 100,000 เหรียญสหรัฐ เช่น ในประเทศอิตาลี ที่ประกาศปิดประเทศไปแล้วแต่ความจริงยอดผู้ป่วยในประเทศก็ยังเพิ่มขึ้น ดังนั้น ขึ้นอยู่กับมาตรการของแต่ละประเทศ ไม่มีอะไรประกันได้ว่าการปิดประเทศแล้วจะทำให้ผู้ป่วยลดลง ในทางตรงข้ามอาจจะมีความเชื่อมุมกลับว่าเมื่อมีการปิดประเทศ ประชาชนอาจจะคิดว่าปลอดภัยแล้วอาจจะระมัดระวังตัวเองน้อยลง ซึ่งจะเป็นข้อเสียในมุมกลับ
ทุกคนสำคัญ ต้องดูแลตนเอง ส่วนของการรักษาทั้งเครือข่ายโรงพยาบาล (รพ.) มหาวิทยาลัย รพ.สังกัดกรุงเทพมหานคร รพ.ทหาร รพ.ตำรวจ และ รพ.เอกชน ก็ได้เข้าร่วมมือแล้ว แพทย์พร้อมดูแลประชาชน แต่ต้องถามว่าประชาชนพร้อมช่วยกันดูแลสังคมไหม ถ้าพร้อมช่วยกันแล้วการปิดประเทศสำคัญหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องสำคัญเลย มาตรการที่สำคัญจริงๆ คือการแพร่เชื้อในประเทศมากกว่า เช่น สนามมวย ผับ หรือตามที่ที่มีผู้คนเข้าไปรวมตัวกันเยอะๆ ซึ่งเป็นแหล่งของการแพร่เชื้อ หากทุกคนไม่ใส่ใจรับรองว่าเราควบคุมโรคไม่ได้แน่นอน
นพ.บุญ วนาสิน
ประธานกรรมการ บริษัท ธนบุรี เฮลท์ แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
ส่วนตัวมีจุดยืนชัดเจนมานานแล้วว่ารัฐบาลควรใช้ความเด็ดขาด หรือให้ล็อกดาวน์ ดูตัวอย่างจากประเทศจีน อิตาลี อังกฤษ หรือยุโรป จะรู้เลยว่าหากไม่เด็ดขาดนั้นมีเรื่องแน่ สำหรับประเทศไทย แม้คนไทยไม่ค่อยทำตามนโยบายตามที่รัฐบาลสั่ง แต่จำเป็นต้องทำ
บอกตั้งแต่แรกว่าควรจำกัดวงให้อยู่ เหมือนที่อู่ฮั่น ประเทศจีน แต่เขามีประชากร 5 ล้านคน บวกกับบริเวณรอบข้างที่รวมแล้วประมาณ 10 ล้านคน คือ บล็อกไม่ให้ไปไหน หากก่อนหน้านี้กรุงเทพฯเริ่มทำบ้าง โดยเฉพาะที่สนามบินสุวรรณภูมิกับผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ ตอนนี้เข้าเดือนที่ 2 ก็สบายแล้ว ทั้งนี้ หากไทยเริ่มทำตั้งแต่ตอนนั้นก็มีข้อเสีย คือ คนที่ไม่เห็นด้วยจะออกมาโวยวายว่าทำรุนแรงเกินเหตุ หากทำไปแล้วเกิดโรคจากการกระทำของเขา จากที่คนติดน้อย ตายน้อย ก็จะออกมาด่าว่าทำทำไม ทำเป็นกระต่ายตื่นตูม ส่วนตัวเคยออกมาพูดเมื่อ 2 เดือนที่แล้วก็โดนด่าว่าออกมาพูดให้คนอื่นตระหนกทำไม นับว่าเป็นเรื่องยากเช่นกัน แต่การเป็นผู้นำต้องกล้าตัดสินใจ
การล็อกดาวน์ควรทำเมื่อ 3 อาทิตย์ที่แล้ว หรือตอนที่เรายังมีจำนวนผู้ติดเชื้อที่ยืนยันแล้ววันละประมาณ 10-20 คน เพราะเชื้อสามารถกระจายได้เรื่อยๆ จนกระจายไปทั่วเมือง ตอนนี้ยุ่งแล้ว โดยการล็อกดาวน์คือให้ทุกคนอยู่บ้าน ไม่ต้องออกไปรับเชื้อ จากนั้นก็ให้ผู้ป่วยที่มีอาการหนักมารักษาที่โรงพยาบาล เรียนตามตรงว่าการล็อกดาวน์นั้นดีกว่ามาก และภายใน 2 เดือนจบแบบจีน แต่ทำแบบนี้เหมือนลากเวลาไปเป็นปี ล็อกดาวน์ตอนนี้ไม่ทัน แต่ก็จำเป็นเพราะตอนนี้เชื้อกระจายไปเป็นแสนคนแล้ว สถานการณ์ยากขึ้นเยอะ
กลินท์ สารสิน
ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้า
แห่งประเทศไทย
แนวคิดปิดประเทศ ทั้งการเดินทางเข้าและออกของต่างชาติ รวมถึงคนไทยเอง เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อให้ได้ก่อน ซึ่งหากสามารถควบคุมได้ค่อยมาหารือร่วมกันอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
ขณะนี้ไทยเหมือนเป็นการปิดประเทศไปในตัวแล้ว เพราะต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามามีน้อยมาก ส่วนคนไทยที่จะเดินทางออกไปก็มีน้อยมากเช่นกัน เพราะทุกคนกังวลกับการติดเชื้อไวรัส และไม่ต้องการสร้างความเสี่ยงให้กับตัวเอง โดยในส่วนการเดินทางทางอากาศคงไม่ได้มีความกังวลแล้ว เพราะการบินเข้ามาไม่น่าจะมีปัญหา เนื่องจากต้องผ่านการคัดกรอง การแสดงใบรับรองทางการแพทย์ต่างๆ แต่ในส่วนของการเข้ามาทางบก ผ่านด่านตามชายแดน น่าจะต้องตรวจสอบให้ดีที่สุด คุมเข้มการผ่านเข้าเมืองแบบจริงจัง เพื่อป้องกันการเข้ามาของประเทศเพื่อนบ้าน แบบมีเชื้อไวรัสแฝงเข้ามาด้วย
ประเทศไทยในตอนนี้มีพร้อมหมดทุกอย่างแล้ว ทั้งอาหาร การขนส่งคมนาคม และการรักษาพยาบาลต่างๆ จึงมองว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพียงแต่ประชาชนจะต้องไม่ตื่นตระหนก (แพนิก) จนเกินเหตุเท่านั้น เพราะยิ่งเกิดภาพการกักตุนอาหารก็จะยิ่งทำให้บรรยากาศในภาพรวมย่ำแย่มากขึ้น สิ่งที่รัฐบาลจะต้องเร่งจัดการในตอนนี้คือ การทำให้หน้ากากอนามัยและเจลล้างมือมีเพียงพอต่อความต้องการ โดยเฉพาะการใช้งานของบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงในการติดเชื้อ และเป็นกลุ่มคนที่มีความสำคัญกับการต่อสู้โรคระบาดนี้
สำหรับตัวมาตรการของภาครัฐที่ควรจะเร่งออกมานั้น ขณะนี้ก็ออกมาหลากหลายมาตรการแล้ว แต่ต้องดูว่ามาตรการที่ออกมาทั้งหมดสามารถใช้งานจริงหรือไม่ คือพอใช้ในทางปฏิบัติแล้วทำได้จริง สะดวก และไม่มีปัญหาตามมา เพราะมีบางมาตรการที่ออกมาพอเอาเข้าจริงๆ แล้วก็ไม่สามารถทำได้ ยังติดปัญหาในหลายๆ ด้าน จึงอยากให้ประสานข้อมูลระหว่างกันให้ชัดเจน และสร้างความเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาระหว่างการดำเนินการตามมาตรการต่างๆ ที่ออกมา
ในส่วนของการปิดประเทศแล้วจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภาพรวม ภาคการท่องเที่ยว หรือภาคการส่งออกอย่างไร ตอนนี้คิดว่าอย่าเพิ่งไปพูดถึงตรงนั้น เพราะขณะนี้ต้องเอาชีวิตคนก่อน คุมโรคระบาดให้ได้ และป้องกันการกลับมาแพร่ระบาดอีกครั้งให้ได้อย่างเป็นรูปธรรม ก่อนที่จะคิดว่าควรขับเคลื่อนไปทางไหนต่อดี เพราะตอนนี้ยังไม่ใช่เวลามาพูดถึงภาวะเศรษฐกิจ แต่ต้องพูดถึงการเอาชีวิตคนให้รอด
สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์
นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง
การจะปิดประเทศต้องดูให้ครบถ้วนก่อน โดยขั้นตอนการปิดประเทศจะต้องกำหนดออกมาเป็นขั้นตอนที่ชัดเจน โดยการแพร่ระบาดของโควิด-19 ขณะนี้ได้ขยายไปที่สหภาพยุโรป (อียู) และสหรัฐอย่างต่อเนื่อง โดยเห็นตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรง และยังไม่มีทีท่าว่าจะเห็นจุดสูงสุดได้ ส่วนผู้ติดเชื้อในประเทศไทยยังไม่ได้เพิ่มขึ้นร้อนแรงมากแบบสาหัส ทำให้การจะปิดประเทศเพื่อควบคุมโรคระบาดจะต้องประเมินถึงระดับความรุนแรงสูงสุดก่อน
สิ่งแรกที่ต้องเร่งดำเนินการเป็นอันดับแรกคือ รัฐบาลจะต้องปิดการเข้ามาของต่างชาติที่มาจากประเทศเสี่ยง ได้แก่ สหรัฐและยุโรป เพราะเป็นประเทศที่พบการติดเชื้อเพิ่มขึ้นในอัตราเร่งตลอดเวลา โดยตัวเลขผู้ติดเชื้อในไทยที่ยังไม่ได้เพิ่มขึ้นแบบรุนแรงมากนัก ประเมินว่าเป็นเพราะการตรวจสอบหาเชื้อไวรัสยังไม่ทั่วถึง เหมือนกับช่วงแรกที่ยอดผู้ติดเชื้อในสหรัฐยังไม่ได้เพิ่มขึ้นรุนแรง เพราะการตรวจหาเชื้อยังไม่ได้ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ ทำให้จากนี้รัฐบาลจะต้องจัดหาเครื่องมือในการตรวจหาเชื้อไวรัสให้ครบทุกพื้นที่ทั่วประเทศให้ได้ โดยเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ควรจะต้องทุ่มเทงบประมาณและอุปกรณ์ทั้งหมดเข้ามากับเรื่องตรวจสอบ
ในตอนนี้สิ่งที่ต้องเร่งบริหารจัดการอีกเรื่องเป็นการทำให้หน้ากากอนามัยและเจลล้างมือมีเพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค และต้องทำให้ราคาเข้าสู่ภาวะปกติ รวมถึงต้องนำพัดลมเข้ามาช่วยบริการประชาชน ในกลุ่มคนที่ประชาชนหายใจไม่ออกมา อีกทั้งยังต้องมีเครื่องมือและอุปกรณ์ป้องกันให้หน่วยแพทย์ทุกชนชั้น เพราะเป็นทีมที่เสี่ยงกับการคิดเชื้อไวรัสมากที่สุด ซึ่งตอนนี้เรายังบริหารจัดการในการเตรียมรับมือโรคระบาดได้ไม่ดีเท่าที่ควร
ต่อมาจะต้องควบคุมไม่ให้ประชาชนเดินทางไปต่างประเทศ เพราะมีความเสี่ยงในการพาเชื้อไวรัสเข้ามาด้วย ซึ่งจะทำให้การทำงานคุมโรคระบาดในประเทศลำบากมากขึ้น โดยขณะนี้จะต้องทำให้คนไม่ออกจากบ้าน ไม่เดินทาง เพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในพื้นที่เสี่ยง และการรับเชื้อไวรัสหรือการแพร่เชื้อไวรัส รวมถึงจะต้องพยายามควบคุมไม่ให้มีการทำพิธีกรรมทางศาสนาเป็นการชั่วคราว เพราะจากเหตุการณ์การแพร่ระบาดในวงกว้างของเกาหลีใต้ก็มาจากการทำพิธีกรรมทางศาสนาเช่นกัน
ขณะนี้ประเมินว่าหากเราปิดประเทศแบบใช้มาตรการรุนแรง อาจจะมีผลกระทบรุนแรงตามมา เพราะเกี่ยวข้องกับการส่งออกและการคมนาคมต่างๆ ด้วย โดยเรื่องที่ต้องเน้นย้ำในการจัดการก่อน ได้แก่ 1.การป้องกันชีวิตคนเป็นอันดับแรก 2.จัดหามาตรการทางการเงินและการคลัง เพื่อช่วยต่อลมหายใจของผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไป อาทิ มาตรการทางภาษีในการลดดอกเบี้ยและภาษีที่ต้องจ่าย เพื่อผ่อนปรนภาระหนี้ของประชาชน 3.กระตุ้นการใช้งบประมาณ ในด้านของการใช้ผลิตเครื่องมือทางการแพทย์ เจลล้างมือ และหน้ากากอนามัย ซึ่งกำลังขาดแคลน และเป็นปัญหาในปัจจุบัน 4.การเตรียมความพร้อมของมาตรการทางเงินการคลัง เพื่อช่วยเหลือและเตรียมความพร้อมในช่วงที่สถานการณ์กลับมาเป็นปกติ เพื่อรอการฟื้นตัวกลับมา อาทิ การเข้าไปปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยวให้มีความพร้อมมากขึ้น เช่น ดอยสุเทพ ที่บันไดทางขึ้นขณะนี้ไม่ได้ดีเท่าที่ควร ห้องน้ำก็ยังไม่มีมาตรฐาน ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากทั้งคนไทยและต่างชาติ จึงมองว่าน่าจะอาศัยช่วงเวลานี้ในการจัดสรรปันงบเข้าไปพัฒนาได้
เหลือมาตรการทางสังคม เพราะขณะนี้ทุกคนเกิดความเครียด ทำให้ต้องมีมาตรการที่ช่วยให้คนผ่อนคลายขึ้น หรือมีการจัดตั้งศูนย์บริการเพื่อรับฟังปัญหาของประชาชน และต้องสามารถช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนได้ด้วย ขณะที่ช่วงนี้มีคนที่ต้องทำงานที่บ้านจำนวนมาก รัฐบาลควรมีมาตรการในการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างกำลังใจ และสร้างความหวังให้เดินหน้าต่อได้ นอกจากนี้ ในกลุ่มของคนที่ตกงาน ว่างงาน หรือถูกเลิกจ้าง ต้องช่วยให้คนเหล่านั้นสามารถใช้เวลาว่างเพื่อเสริมศักยภาพของตนเองได้ อาทิ การอ่านหนังสือ ศึกษาแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่กำลังเกิดขึ้น และเตรียมพร้อมสู่การเปลี่ยนแปลงที่กำลังเข้ามา

