หน้าแรก การเมือง ขรก.สภาฯ มอบด...

ขรก.สภาฯ มอบดอกไม้ให้กำลังใจ ‘คุณวุฒิ-สมชาติ’ หลังถูก’พรเพชร’ปลด-ไล่ออก

11.07.16 | 14:10 น.

ขรก.สภาฯ มอบดอกไม้ให้กำลังใจ “คุณวุฒิ-สมชาติ” หลังถูก “พรเพชร” สั่งปลดออก-ไล่ออก ด้าน 2 บิ๊กขรก. ยันปฏิบัติหน้าที่ถูกต้อง จ่อยื่นอุทธรณ์คำสั่งขอความเป็นธรรม


เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ที่รัฐสภา จากกรณีที่นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ปฏิบัติหน้าที่ประธานรัฐสภา มีคำสั่งปลด นายคุณวุฒิ ตันตระกูล ออกจากตำแหน่งรองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กรณีทำผิดวินัยร้ายแรง เพราะละเลยการปฏิบัติหน้าที่ฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการดิน โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง และคำสั่งไล่ออก นายสมชาติ ธรรมศิริ ออกจากตำแหน่งที่ปรึกษาด้านกฎหมาย สำนักงานเลขาธิการสภาฯ กรณีที่ใช้ตำแหน่งประธานสโมสรรัฐสภา อนุมัติเงิน จำนวน 3.4 ล้านบาท ให้สำนักงานเลขาธิการสภาฯ ยืมเพื่อดำเนินโครงการจัดสร้างวัตถุมงคล โดยมิชอบ เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

ล่าสุด เมื่อเวลา 10.00 น. ได้มีข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการสภาฯ นำพวงมาลัยดอกไม้ และดอกกุหลาบ มามอบให้กับนายคุณวุฒิ และนายสมชาติ เพื่อให้กำลังใจ ทั้งนี้นายคุณวุฒิ กล่าวว่า ตนได้ลงนามรับทราบคำสั่งปลดออกแล้ว เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 11 กรกฎาคม โดยหลังจากนี้ตนจะใช้สิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการข้าราชการรัฐสภา (ก.ร.) ภายใน 30 วัน ซึ่งเชื่อว่า ทางก.ร. ที่มีนายพรเพชร เป็นประธานนั้นจะให้ความเป็นธรรมกับตน อย่างไรก็ดี เมื่อตนได้เห็นเอกสารคำสั่งให้ปลดออก ซึ่งได้อ้างการปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความไม่ตั้งใจ และอุตสาหะเอาใจใส่ทำให้เกิดความเสียหายต่อราชการ โดยยกกรณีที่ตนฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการดินฯ ทิ้งช่วงการประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 8 และครั้งที่ 9 ห่างกัน 4 เดือน จนทำให้กระทบต่อแผนการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ซึ่งในประเด็นดังกล่าวตนได้ชี้แจงและให้ข้อเท็จจริงเมื่อครั้งที่ให้การต่อคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงว่า ในการประชุมครั้งที่ 8 ทางบริษัทที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ บริษัทที่ปรึกษาโครงการ บริษัทควบคุมงาน และบริษัทของผู้รับจ้าง แจ้งให้ระงับการขนย้ายดินออกจากพื้นที่ เนื่องจากต้องใช้ดินส่วนดังกล่าวเป็นส่วนประกอบในการค้ำยันโครงสร้าง ซึ่งทางบริษัทที่เข้าประชุมได้ขอเวลาในการคงดินในพื้นที่ ไว้ 4-5 เดือน ทำให้ที่ประชุมต้องปฏิบัติตามคำร้องดังกล่าว จึงเป็นเหตุให้การประชุมครั้งที่ 8 กับครั้งที่ 9 ต้องทิ้งช่วงห่างกันนาน 4 เดือน นอกจากนี้ คณะกรรมการบริหารจัดการดินฯ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อขายดิน มีเพียงหน้าที่การประสานงานและทำความเข้าใจกับฝ่ายต่างๆ เท่านั้น ซึ่งตนยืนยันว่าไมได้ละเลยการปฏิบัติหน้าที่จนทำให้ราชการเสียหาย

“ผลสอบระบุว่าเป็นเพราะการบริหารจัดการดิน ที่ไม่ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่จนทำให้เกิดความล่าช้าในการก่อสร้างโครงการรัฐสภา ทำให้สำนักงานเลขาธิการสภาฯ ต้องเสียงบประมาณจำนวนมากในการเช่าพื้นที่เอกชนเพื่อใช้เป็นสำนักงานและเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมต้องถูกปลดออกนั้น ตั้งข้อสังเกตว่าที่ผ่านมามี 4 หน่วยงานในพื้นที่ก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ได้แก่ ชุมชนทอผ้า ห้องสมุดของกรุงเทพมหานคร กรมการอุตสาหกรรมทหาร กระทรวงกลาโหม และโรงเรียนโยธินบูรณะ ไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ได้ทันตามกำหนด แต่ไม่ถูกระบุว่าสร้างความเสียหายให้กับโครงการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ ซึ่งผมพอทราบถึงผลสอบดังกล่าวว่าจะออกมาแบบนี้ แต่ไม่ขอยอมรับ เพราะผมไม่เคยโกง ไม่เคยถูกสอนให้โกง และไม่ยอมในสิ่งที่ผิด เพราะหากยอมแล้ว เมื่อตายไปผมจะตอบคำถามกับนายประเสริฐ ปัทมะสุคนธ์ อดีตเลขาธิการสภาฯ ปี 2503 เป็นตาของผมซึ่งล่วงลับไปแล้ว และมีความเกี่ยวโยงเป็นญาติกับนายปรีดี พนมยงค์ รัฐบุรุษได้อย่างไร ดังนั้นหากผมไม่ได้รับความเป็นธรรมจาก ก.ร.จะยื่นร้องขอความเป็นธรรมต่อศาลปกครองอย่างไร” นายคุณวุฒิ กล่าว

Advertisement

ด้านนายสมชาติ กล่าวว่า ขอให้ข้าราชการปฏิบัติหน้าที่ตามแนวทางข้าราชการที่ดี และอย่านำกรณีที่ตนและนายคุณวุฒิ ถูกให้ออกจากตำแหน่งราชการมาเป็นประเด็นที่ทำให้เกิดความท้อในการปฏิบัติหน้าที่ ตนถือว่าได้พ้นจากตำแหน่งข้าราชการแล้วไม่ต้องมากังวลอะไร แต่จะขอให้สิทธิยื่นอุทธรณ์ เพื่อต่อสู้ในสิทธิและความเป็นธรรม สำหรับผลการตัดสินที่ไล่ตนออกจากตำแหน่งนั้น เมื่อพิจารณาในข้อมูลและเหตุผลแล้ว ไม่มีความสมเหตุสมผล เนื่องจากในข้อเท็จจริง สโมสรรัฐสภาถือเป็นส่วนราชการของสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ซึ่งการที่สโมสรรัฐสภา ให้สภาฯ ยืมเงิน 3.4 ล้านบาท เพื่อสร้างวัตถุมงคลนั้นเป็นไปตามมติของคณะกรรมการสโมสรรัฐสภา ไม่ใช่เป็นคำสั่งของตน แต่ตนในฐานะประธานคณะกรรมการฯ ต้องเป็นผู้ลงนามอนุมัติตามมติของคณะกรรมการฯ ซึ่งภายหลังจากที่สโมสรรัฐสภาให้ยืมเงินแล้ว สำนักงานเลขาธิการสภาฯ ได้ทยอยคืนเงินให้กับสโมสรรัฐสภา แต่เป็นการทยอยส่งคืน เพราะการจำหน่ายวัตถุมงคลนั้นต้องอาศัยเวลาในการจำหน่าย ซึ่งการให้ยืมเงิน หรือการโอนเงินคืน เป็นขั้นตอนทางบัญชีของหน่วยงานราชการในสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ซึ่งตนไม่ได้รับเงินดังกล่าวแต่อย่างใด ทั้งนี้ ในรายได้ที่มาจากการจำหน่ายส่วนหนึ่งได้นำไปเป็นสวัสดิการของข้าราชการรัฐสภา

นายสมชาติ กล่าวต่อว่า ตนไม่ยอมรับกับผลการตรวจสอบดังกล่าว เพราะในการตรวจสอบข้อเท็จจริงในคณะกรรมการสอบสวนนั้นให้เวลาตนชี้แจงข้อกล่าวหาเพียง 17 วันเท่านั้น อีกทั้งทางคณะกรรมการฯ ไม่ได้เชิญบุคคลที่ตนเสนอให้เป็นพยาน อาทิ นายจเร พันธุ์เปรื่อง อดีตเลขาธิการสภาฯ และผู้เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำ แต่คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงไม่ได้เชิญบุคคลที่ตนขอเพิ่มพยานมาให้ข้อเท็จจริง ซึ่งตนขอตั้งข้อสังเกตว่ากรณีสอบสวนของตนนั้นทำไมใช้เวลาได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งต่างจากการสอบสวนการทุจริตโครงการจัดซื้อจัดจ้างในสภาผู้แทนราษฎร อาทิ โครงการการปรับปรุงห้องประชุมงบประมาณ โครงการปรับปรุงลานหินอ่อน บริเวณพระราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 7 หรือโครงการปรับปรุงแท่นพระราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 7 ที่ใช้เวลาตั้งเรื่องสอบสวน นานถึง 2 ปี แต่ขณะนี้ผลสอบยังไม่ปรากฎ