เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 11 กรกฎาคม ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) ชั้น 20 อาคาร 1 ตร. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ด้านความมั่นคง (รอง ผบ.ตร.มค.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยการออกเสียงประชามติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานเปิดศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยการออกเสียงประชามติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศรส.ปต.ตร.) โดยมี พล.ต.ท.เดชา ชวยบุญชุม ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นรองผู้อำนวยการศูนย์ฯ

รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า โครงสร้าง ศรส.ปต.ตร. ประกอบด้วย ฝ่ายอำนวยการจำนวน 8 ฝ่าย, ฝ่ายปฏิบัติการจาก บช.น. บช.ภ.1-9 ศชต. บช.ก. และ บช.ตชด. และฝ่ายสนับสนุน โดยมีที่ตั้งอยู่ที่สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ ชั้น 13 อาคาร 1 ตร. และมีกำหนดการปฏิบัติภารกิจในห้วงระหว่างวันที่ 11กรกฎาคม ถึงวันที่ 11 สิงหาคม วันนี้เปิดศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยการออกเสียงประชามติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศรส.ปต.ตร.) ผ่านระบบสื่อสารการประชุมทางไกลผ่านจอภาพ หรือวิดีโอคอนเฟอเรนซ์โดยมีผู้แทนของแต่ละฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมเตรียมความพร้อมการปฏิบัติภารกิจการรักษาความสงบเรียบร้อยการออกเสียงประชามติของข้าราชการตำรวจทั่วประเทศ โดยกำชับให้ตำรวจทั่วประเทศดูแลความสงบเรียบร้อยในการลงประชามติ จับตาผู้ที่ออกมาเคลื่อนไหว
รอง ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า จากการสืบสวนสอบสวนติดตามเรื่องการลงเสียงประชามติอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้พบว่ามีการกระทำความผิดละเมิด พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ ในลักษณะบิดเบือนข้อมูล เกิดขึ้นใน 2 พื้นที่ คือ จ.ราชบุรี ที่เมื่อวานนี้ (10 ก.ค.) มีการควบคุมตัวกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ รวมทั้งนักข่าวประชาไท รวมทั้งสิ้น 5 คน และในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ นอกจากนี้ยังให้จับตากลุ่มอื่นๆ ที่อาจเคลื่อนไหวในช่วงใกล้วันลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ขอระบุว่าเป็นกลุ่มไหนบ้าง
พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวถึงการจับกุมกลุ่มประชาธิปไตยใหม่และนักข่าวประชาไท ที่ จ.ราชบุรีว่า ตนไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าการกระทำบิดเบือนนั้น มีรายละเอียดอย่างไร เพราะเป็นเรื่องในสำนวน อย่างไรก็ตามการมีความคิดเห็นที่แตกต่างนั้นสามารถทำได้ แต่หากเข้าข่ายชี้นำ บิดเบือนถือว่าเข้าข่ายความผิด ต้องดำเนินการ ทั้งนี้ตำรวจจะบังคับใช้กฎหมายใน พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติฯในมาตราที่เกี่ยวข้อง การดำเนินคดีส่งขึ้นศาลอาญาฯ หรือศาลพลเรือน แต่กรณีที่กระทำผิดกฎหมายด้านความมั่นคง หรือละเมิดคำสั่ง ประกาศ คสช. หรือชุมนุมเกิน 5คน ต้องขึ้นศาลทหาร ส่วนกรณีการทำโพล หรือสำรวจความคิดเห็นต่างๆ จะต้องดูเจตนาว่าต้องการบิดเบือนข้อเท็จจริง หรือชี้นำ หรือไม่ ทาง ตร. มีฝ่ายกฎหมายคอยพิจารณาเรื่องดังกล่าวแล้ว อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนมาใช้สิทธิลงประชามติกันมากๆ

