นายกฯลั่น กล้าตัดสินใจใช้มาตรการเข้มสู้โควิด แต่ยังไม่ถึงเวลา ก่อนโบกมือให้สื่อ บอกใจเย็นๆ
ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธาน ที่ทำเนียยรัฐบาล ช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวในที่ประชุมว่า มาตรการต่างๆ ขอให้ฟัง ครม.พรุ่งนี้ (24 มีนาคม) ซึ่งจะต้องเข้า ครม.อยู่แล้ว
ขณะเดียวกัน ในที่ประชุมได้รายงานสถานการณ์หน้ากากอนามัย N95 ที่ติดเงื่อนไขบีโอไอที่ต้องส่งออก 4 แสนชิ้น โดยจะขอให้มีการปลดล็อกเพื่อนำมากระจายในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขเดือนละ 1 แสนชิ้นได้หรือไม่ นอกจากนี้ ในที่ประชุมไม่ได้หยิบยกกรณีการใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาด ภายหลังมีกระแสข่าวว่ารัฐบาลจะออกพระราชบัญญัติความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อยกระดับการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 แต่นายกฯได้ย้ำว่า “ในมาตรการเข้มข้น ผมกล้าตัดสินใจอยู่แล้ว แต่ยังไม่ถึงเวลา”
จากนั้น เวลา 17.00 น. ภายหลังการประชุม นายกฯได้เรียกประชุมวงเล็ก ที่ห้องรับรอง ตึกสันติไมตรี โดยมี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ นายอนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมประชุม โดยนายกฯได้หารือถึงชาวต่างประเทศที่จะมารอต่อเครื่องที่ประเทศไทย ที่แต่ก่อนสามารถออกจากสนามบินได้นั้น แต่ต่อจากนี้จะไม่ให้ออกจากสนามบิน
ทั้งนี้ นายกฯประชุมวงเล็กกว่า 40 นาที โดยก่อนเดินทางกลับนายกฯกล่าวกับผู้สื่อข่าวเพียงสั้นๆ ว่า “ขอให้ใจเย็นๆ พรุ่งนี้เจอกัน”


