เสียงเรียกร้อง มิให้คน กทม.ไหลทะลักออกไปต่างจังหวัดอันดังมาจากรัฐบาล ดังมาจากพรรคร่วมรัฐบาล ดังมาจากบุคลากรทางการแพทย์ และดังมาจากนักการเมืองฝ่ายค้าน
สะท้อน 1 ความห่วงใย ความวิตกที่ว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะกระจายจาก กทม.ไปในขอบเขตทั่วประเทศ
ยิ่งความห่วงใยจากบุคลากรทางการแพทย์ ยิ่งเด่นชัดว่า หากเมื่อใดการแพร่ระบาดเกิดขึ้นในต่างจังหวัดศักยภาพในการรักษาจะด้อยกว่าใน กทม.เป็นอย่างมาก
ขณะเดียวกัน สะท้อน 1 อาการไหลทะลักของคนที่เคยอยู่อาศัยและทำมาหากินใน กทม.ไปยังต่างจังหวัดบ้านเกิด เป็นสภาพอันอยู่นอกเหนือความคาดหมาย
ที่สุดแล้วก็คือ ความไม่รอบคอบรัดกุมของมาตรการล็อกดาวน์
สภาพการณ์อันเกิดขึ้น เหมือนเริ่มในกรุงเทพมหานคร เพราะเป็นคำสั่งโดยตรงของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกรุงเทพมหานคร
จากนั้น จังหวัดปริมณฑลก็ขานรับ
จากนั้น แต่ละจังหวัด ไม่ว่าเชียงใหม่ ไม่ว่าอุบลราชธานี ไม่ว่าชลบุรี ไม่ว่ากาญจนบุรี ไม่ว่าปัตตานี ยะลา ก็ขานรับ
เหมือนกับว่าประกาศและคำสั่งเหล่านี้เป็นเรื่องของกรุงเทพมหานคร เป็นเรื่องของเมืองพัทยา เป็นเรื่องของแต่ละจังหวัด ไม่เกี่ยวกับนายกรัฐมนตรี ไม่เกี่ยวกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่เกี่ยวกับกระทรวงสาธารณสุข
เป็นไปได้หรือที่กรุงเทพมหานคร จะตัดสินใจเองโดยไม่ปรึกษากับกระทรวงมหาดไทย ไม่ปรึกษากับนายกรัฐมนตรี เป็นไปได้หรือที่แต่ละจังหวัดไม่สบตากับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อน
แล้วเหตุใดรัฐบาลหรือนายกรัฐมนตรีจึงไม่ออกหน้า
ถามว่าแม้จะเป็น ประกาศและคำสั่งของ กทม. แม้จะเป็นประกาศและคำสั่งของผู้ว่าราชการแต่ละจังหวัด
แต่เป็นความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงานเหล่านั้นหรือ
ในที่สุดแล้ว เมื่อเป็นเรื่องที่กระทบต่อประชาชน ไม่ว่าประชาชนใน กทม. ไม่ว่าประชาชนในจังหวัดไหน ก็ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่รัฐบาลจะต้องเข้าไปแบกรับ
กทม.สามารถอนุมัติงบประมาณเยียวยาหรือ ผู้ว่าราชการแต่ละจังหวัดสามารถอนุมัติงบประมาณเยียวยาหรือ
ทุกภาระธุระย่อมตกบนบ่าของ ”นายกรัฐมนตรี” ทั้งสิ้น

