เดินหน้าชน : แก้‘โควิด’ก่อน : โดย สัญญา รัตนสร้อย

โอกาสริบหรี่จนถึงเป็นไปไม่ได้เลยทีเดียวกับข้อเรียกร้องพรรคร่วมฝ่ายค้าน เสนอให้เปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยวิสามัญ ด้วยเหตุผลร่วมกันหาทางออกการแพร่ระบาดโควิด-19 กำลังเป็นวิกฤตใหญ่ของประเทศขณะนี้

จากเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญ 2560 เกี่ยวกับช่องทางเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ มาตรา 123 กำหนดว่า

“สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาทั้งสองสภารวมกัน หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีจํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภามีสิทธิเข้าชื่อร้องขอต่อประธานรัฐสภาให้นําความกราบบังคมทูลเพื่อมีพระบรมราชโองการประกาศเรียกประชุมรัฐสภาเป็นการประชุมสมัยวิสามัญได้ ให้ประธานรัฐสภานําความกราบบังคมทูลและลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ”

เท่ากับลำพังเสียง ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน ต่อให้มาลงชื่อกันครบทุกคน ก็ไม่มีทางถึง 1 ใน 3 คิดตัวเลขกลมๆ คือ 250 เสียง จาก 750 เสียงของ ส.ส.และ ส.ว.รวมกัน

ความเป็นไปได้เท่ากับศูนย์ หากไม่ได้รับความร่วมมือจาก ส.ส.ซีกรัฐบาลและความช่วยเหลือจาก ส.ว.เข้ามาเติมเสียง

แต่อย่างที่รับทราบกันอยู่ ท่าทีของพรรคร่วมรัฐบาลยังคงหวาดระแวงการเล่นเกมการเมือง การเปิดประชุมเท่ากับเปิดให้ฝ่ายค้านโจมตีการทำงานรัฐบาล

จะอาศัยเสียงจาก ส.ว. ก็รับทราบอยู่เช่นกันว่า มีที่มาอย่างไร จะไม่ได้มีสัญญาณไฟเขียวจากรัฐบาล การเข้าร่วมกับฝ่ายค้านไม่มีทางเกิดขึ้น

หรือหากจะใช้อีกช่องทาง ตามมาตรา 165

“ในกรณีที่มีปัญหาสําคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน ที่คณะรัฐมนตรีเห็นสมควรจะฟังความคิดเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา นายกรัฐมนตรีจะแจ้งไปยังประธานรัฐสภาขอให้มีการเปิดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาก็ได้ ในกรณีเช่นว่านี้รัฐสภาจะลงมติในปัญหาที่อภิปรายมิได้”

ก็ติดขัดความหวาดระแวง จะเป็นการเปิดหน้าให้ฝ่ายค้านชก

แต่เรื่องตลกที่ขำไม่ออก มี ส.ส.บางคนยกเหตุผลคัดค้านเปิดประชุมสมัยวิสามัญ เพราะเกรง ส.ส. 500 คนมานั่งอยู่ร่วมกัน สุ่มเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของไวรัส

ไปดูบ้านเมืองอื่น เช่น สภาผู้แทนราษฎรหรือสภาคองเกรส เมื่อไม่กี่วันก่อนเพิ่งร่วมประชุมพิจารณาอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมอีกก้อนใหญ่ เพื่อพยุงภาคธุรกิจให้อยู่รอด อีกส่วนนำมาแจกจ่ายให้ชาวอเมริกันชนอยู่ได้ในช่วงยากลำบากนี้

หรือรัฐสภาอังกฤษก็ยังเปิดทำการ มีการประชุมแก้ปัญหาของประเทศตามปกติ

ไม่ได้มีใครคิดเตะตัดขาฝ่ายตรงข้ามในยามวิกฤตนี้

แม้ประเทศไทยเองที่เล่นการเมืองหนักหน่วง เชื่อว่าคงไม่มีใครอาศัยช่วงเวลานี้ไล่ถล่มกัน

ขืนใครทำ รังจะมีแต่เสียกับเสีย ไม่ต้องผุดต้องเกิด

น่าเสียดายในช่วงโควิด-19 กำลังแพร่ระบาดพบผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มขึ้นทุกวัน ยังไม่รู้จุดสูงสุดอยู่ตรงไหน แทนที่บรรดา ส.ส.ผู้ใกล้ชิดพื้นที่ ใกล้ชิดประชาชน จะได้สะท้อนปัญหา เสนอแนวทางแก้ไขเยียวยา

กลับถูกปิดกั้นจากความหวาดระแวง อาศัยมุมมอง “เกมการเมือง” เป็นตัวตั้ง มากกว่าวิกฤตใหญ่หลวงที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่

ถึงเวลารัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาล ต้องจัดลำดับความสำคัญหรือยัง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘สยามกัลฟ์-ไทยเบฟ’ ส่ง ‘แอลกอฮอล์’ ให้ผู้ว่าฯอัศวิน ผลิตเจลล้างมือแจกคนกรุง
บทความถัดไปมาส่องกันว่า ประเทศไทย ติด “โควิด-19” แล้วกี่จังหวัด!?