หน้าแรก การเมือง ศาลราชบุรีให้...

ศาลราชบุรีให้ประกันตัว 5 ผู้ต้องหา พ.ร.บ.ประชามติ ชี้จับกุมสะท้อนใช้กฎหมายไม่ชัดเจน

11.07.16 | 18:40 น.

 

วันที่ 11 กรกฎาคม 2559 หลังจากที่ พ.ต.ต. ยุทธนา ภูเกล้าแก้ว สารวัตรสอบสวน สภ.บ้านโป่ง ได้นำตัว 1.นายปกรณ์ อารีกุล อายุ 27 ปี 2.นายอนันต์ โลเกตุ อายุ 25 ปี 3.นายอนุชา รุ่งมรกต อายุ 25 ปี สมาชิกขบวนการประชาธิปไตยใหม่ 4.นายภาณุวัฒน์ ทรงสวัสดิ์ชัย นศ.มหาวิทยาลัยแม่โจ้(แพร่) 5.นายทวีศักดิ์ เกิดโภคา อายุ 25 ปี ผู้สื่อข่าวเว็บไซต์ประชาไท เดินทางไปฝากขังที่ศาลจังหวัดราชบุรี หลังเจ้าหน้าที่ได้แจ้งว่าได้ทำผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2559 มาตรา 61 วรรค 2  โดยนางสาวภาวิณี ชุมศรี ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้เดินทางนำหลักทรัพย์มายื่นประกันตัวจนถึงเวลาประมาณ 17.20 น. ศาลได้มีคำสั่งพิจารณาให้ประกันตัวเป็นเงินสดคนละจำนวน 1.4 แสนบาท รวมทั้งหมด 5 คน โดยมีประชาชนได้นำดอกกุหลาบสีแดงมามอบให้กำลังใจที่บริเวณหน้าศาล

นายปกรณ์ กล่าวว่า ตอนนี้ยังรู้สึกว่าไม่เข้าใจว่าทำอะไรผิดถึงต้องมาถูกดำเนินคดีที่ศาล หลังจากได้ขับรถมากับเพื่อนๆตั้งแต่เมื่อวานด้วยเชื่อมั่นในจิตใจบริสุทธิ์ว่าจะมาให้กำลังใจพี่ๆ 18 คนที่ถูกออกหมายเรียกตามคำสั่ง คสช.  มีเจตนาเพียงแค่นั้น ถึงแม้บนรถจะมีเอกสาร และเป็นเอกสานที่เชื่อว่าสุจริตน่าจะเป็นเอกสารที่สามารถจะรณรงค์ได้ในประเด็นการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ  แต่เมื่อวานก็ได้ปรากฏชัดเจนในข้อเท็จจริงว่าเราไม่ได้นำเอกสารเหล่านั้นมาแจก อาจจะมีการยกออกมาจากท้ายรถบ้าง แต่ไม่ได้มีลักษณะของการแจกจ่ายเอกสารแต่อย่างใด ซึ่ง พ.ร.บ.ประชามติ ตีความถึงที่สุดว่าที่ถูกกล่าวหาจะต้องมีการแจกจ่าย โฆษณาเอกสารเหล่านั้น พฤติกรรมนั้นยังไม่ได้เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับแจ้งข้อกล่าวหากับเรา ซึ่งถือว่าเป็นมาตรฐานที่คลุมเครือมากของ พ.ร.บ.

“ตนจึงอยากแจ้งเรียนถึง กกต.ทั้งระดับชาติว่าถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปแสดงว่าในการรณรงค์ประชามติรับหรือไม่รับรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ประชาชนที่มีความเห็นต่างไม่สามารถทำอะไรได้เลย เพราะว่าเพียงแค่เรามีเอกสารติดตัว สามารถที่จะถูกกล่าวหาดำเนินคดีได้แล้ว  ประเด็นที่ 2 คือวันนี้การรณรงค์ประชามติหรือ มาตรา 61 วรรค 2 ระบุไว้ในข้อห้ามตามที่ทาง กกต.ได้กล่าวไว้ว่า ถ้าไม่มีคำหยาบ ไม่ได้บิดเบือน หรือไม่ได้ปลุกระดม ถือว่าไม่ผิด เราเชื่อมั่นโดยตลอดว่าเอกสารของเราทำการรณรงค์โหวตโนของขบวนการประชาธิปไตยใหม่ก็ไม่ได้มีคำหยาบ ไม่ได้บิดเบือนเป็นเท็จ โดยตัวเอกสารไม่ได้มีข้อความที่ปลุกระดม ดังนั้นการที่เราถูกกล่าวหาและถูกนำตัวขึ้นฟ้องศาลฝากขัง เราก็พยายามจะให้การต่อศาลว่า เป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุซึ่งไม่ควรที่จะมาถูกฝากขัง” นายปกรณ์ กล่าว

201607111815394-20041020124557

Advertisement

ทั้งนี้ ศาลได้พิจารณาที่โทษอัตราสูงสุดของคดีนี้ซึ่งต่ำสุดมากกว่า 3 ปี โดยคดีนี้โทษจำคุก  5-10 ปี จึงมีคำตัดสินให้ฝากขัง ซึ่งทางขบวนการประชาธิปไตยใหม่ยืนยันว่า ถ้าหากถูกพิจารณาคดีหรือคำสั่งหัวหน้า คสช. หรือถูกพิจารณาคดีในศาลทหารยืนยันที่จะไม่ประกันตัว แต่คราวนี้เป็นการถูกฟ้องด้วย พ.ร.บ.ประชามติ และขึ้นศาลพลเรือน จึงมีการประกันตัวไปสู้คดีเพราะเวลาการเตรียมลงประชามติก็ใกล้ที่จะถึงวันลงคะแนนแล้ว หากถูกฝากขัง 12 วันอยู่ที่นี่ ก็คงทำให้เราไม่สามารถรณรงค์ได้เต็มที่