เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 12 กรกฎาคม ที่ห้องพิจารณา 712 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในคดีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายตระกูล วินิจนัยภาค อัยการอาวุโส (อัยการสุงสุดขณะนั้น) นายชุติชัย สาขากร รองอัยการสูงสุด (อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษขณะนั้น) นายสุรศักดิ์ ตรีรัตน์ตระกูล อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน และนายกิตินันท์ ธัชประมุข รองอธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน คณะทำงานพิจารณาคดีโครงการจำนำข้าว และมีความเห็นสั่งฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกรัฐมนตรี คดีโครงการจำนำข้าว ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-4 ฐานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และร่วมกันกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม
คำฟ้องสรุปว่าเดือนสิงหาคม 2557 และเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2557 นายตระกูล จำเลยที่ 1 ขณะดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุด มีคำสั่งแต่งตั้งนายชุติชัย จำเลยที่ 2 นายสุรศักดิ์ จำเลยที่ 3 และนายกิตินันท์ จำเลยที่ 4 เป็นคณะทำงานพิจารณาสำนวนการไต่สวนของ ป.ป.ช. กรณีการดำเนินคดีต่อโจทก์ในโครงการรับจำนำข้าว และเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2558 นายตระกูล จำเลยที่ 1 มีคำสั่งให้จำเลยที่ 2 ถึง 4 เป็นพนักงานอัยการดำเนินคดีที่ได้ฟ้องโจทก์ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในการปฏิบัติหน้าที่ของจำเลยทั้งสี่ร่วมกันลักษณะแบ่งหน้าที่กันด้วยการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด และยังร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานในตำแหน่ง พนักงานอัยการกระทำการอย่างใด เพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งต้องรับโทษ
โดยวันที่ 3 กันยายน 2557 นายตระกูล จำเลยที่ 1 มีความเห็นว่าการไต่สวนยังมีข้อไม่สมบูรณ์ใน 4 ประเด็นใหญ่ แต่ปรากฏข้อเท็จจริงในเวลาต่อมาว่า ยังไม่มีการไต่สวนข้อเท็จจริงตามข้อไม่สมบูรณ์ และยังมีข้อถกเถียงเรื่องการนัดประชุมของคณะทำงานร่วมระหว่างอัยการและ ป.ป.ช. แต่ต่อมาวันที่ 23 มกราคม 2558 นายสุรศักดิ์ จำเลยที่ 3 ได้แถลงข่าวว่านายตระกูล จำเลยที่ 1 มีความเห็นสมควรสั่งฟ้องโจทก์ เป็นเวลากะทันหันเพียง 1 ชั่วโมง ก่อนที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะลงมติถอดถอนโจทก์ น่าจะมีนัยสำคัญว่าเป็นวาระซ่อนเร้น โดยไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นเหตุบังเอิญ โดยนายกิตินันท์ จำเลยที่ 4 ในฐานะพนักงานอัยการต้องให้ความสำคัญในข้อไม่สมบูรณ์พอที่จะดำเนินคดีได้ และต้องปฏิบัติหน้าที่โดยอิสระ ถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นธรรม จะต้องพิจารณาข้อไม่สมบูรณ์ให้เสร็จสิ้นแล้วจึงมีความเห็น
การกระทำของนายตระกูล จำเลยที่ 1 ที่มีความเห็นสั่งฟ้องโจทก์ ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าการไต่สวนในข้อไม่สมบูรณ์ยังไม่แล้วเสร็จ นอกจากนี้เมื่อ นายตระกูล จำเลยที่ 1 ยื่นฟ้องโจทก์ต่อศาลฎีกาฯ แล้วยังได้บรรยายฟ้องบางตอนให้ผิดไปจากความจริง การฟ้องคดีตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2542 ให้ยึดรายงาน ป.ป.ช.เป็นหลัก รายงาน ป.ป.ช.ระบุไว้ชัดเจนว่า ยังไม่ปรากฏหลักฐานในชั้นนี้ว่าโจทก์ได้ทำการทุจริต หรือสมยอมให้มีการทุจริต แต่จำเลยทั้งสี่กลับบรรยายฟ้องแตกต่างจากรายงานของ ป.ป.ช.ว่า โจทก์รู้เห็นและรับทราบการทำทุจริต จึงเป็นการแสวงหาผลประโยชน์ที่มิควรได้ การกระทำของจำเลยในฐานะพนักงานอัยการเป็นการกระทำหรือไม่กระทำการใดเพื่อจะแกล้งให้บุคคลหนึ่งต้องรับโทษหนักขึ้น การกระทำของจำเลยทั้งสี่จึงทำให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ จึงได้นำคดีมายื่นฟ้องเพื่อขอให้ศาลพิพากษาลงโทษตามกฎหมาย
คดีนี้ศาลอาญามีคำสั่งยกฟ้องในชั้นตรวจพิจารณาคำฟ้อง เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2558 เนื่องจากเห็นว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามขั้นตอนและกระบวนการทางกฎหมายไม่ใช่การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และไม่มีเจตนากลั่นแกล้งให้โจทก์ต้องรับโทษหนักขึ้น
โดยวันนี้ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนยกฟ้องจำเลยทั้งหมด ตามศาลชั้นต้น เนื่องจากเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นอำนาจที่สามารถกระทำได้ของอัยการสูงสุดกับพวก และการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้ เมื่อศาลอาญาและศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาเห็นพ้องกันให้ยืนยกฟ้องทั้ง 2 ศาลแล้ว จะสามารถยื่นฎีกาคดีได้ต่อเมื่อผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีได้ทำความเห็นแย้ง หรือมีการรับรองให้ฎีกาในสาระสำคัญที่เห็นควรให้คดีขึ้นสู่ศาลสูงวินิจฉัย หรือให้อัยการสูงสุดเป็นผู้รับรองการยื่นฎีกา
แหล่งข่าวสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า วันนี้ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นยกฟ้องในคดี โดยที่ยังไม่ได้มีการไต่สวนมูลฟ้อง ถือว่าเป็นการอ่านสำนวนแล้วเห็นว่าไม่ผิดศาลก็เลยยก ส่วนคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในวันนี้ยังไม่ทราบว่ามีผู้พิพากษาที่พิจารณาสำนวนได้ทำความเห็นแย้งไว้หรือไม่ ส่วนเรื่องการฟ้องกลับ น.ส.ยิ่งลักษณ์หรือไม่นั้น ยังไม่ได้พิจารณาในเรื่องนี้ เนื่องจากการฟ้องคดีจำนำข้าวเป็นการกระทำไปตามหน้าที่ การที่ศาลยกฟ้องก็พอใจแล้ว แต่ยังไม่มีการหารือในเรื่องประเด็นการฟ้องกลับกับคณะทำงานที่ถูกฟ้องในคดีแต่อย่างใด ต้องรอพูดคุยกันอีกครั้ง

