เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 28 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงรายงานประจำวันว่า นายกฯขอบพระคุณพี่น้องประชาชน และกระทรวงสธ. ที่ดูแลผู้ป่วยที่มีจำนวนมากขึ้น และเจ้าหน้าที่ของศปค. ที่ร่วมมือกันทำงานแม้จะเป็นวันหยุด ขอบคุณประชาชนที่ร่วมมืกันโซเชียลดิสแทนซิ่ง ไปจนถึงสื่อมวลชนที่ช่วยกันลงเรื่องดีๆที่สร้างสรรค์ สำหรับคนที่ปฏิบัติไม่ถูกต้องในภาวะประกาศ พ.รก.ฉุกเฉิน จะต้องลงโทษอย่างเต็มที่
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ของโลกมีผู้ติดเชื้อจำนวน 645,158 คน ติดเชื้อเพิ่มวันเดียวจำนวน 67,498 คน สถานการณ์ยังไม่ได้ดีขึ้น เพราะจำนวนผู้ติดเชื้อเพียงวันเดียวเกินครึ่งแสน เสียชีวิตรวม 29,951 เสียชีวิตนายกฯ ขอบคุณทุกความร่วมมือแก้ไขโควิด – ติดสโลแกน ‘รวมกันติดหมู่ แยกกันอยู่เรารอด’วันเดียว 3503 ราย ขณะที่ผู้ที่รักษาหายแล้วมีจำนวน 139,550 คน ที่ต้องพูดสถานการณ์โลกเพราะเราต้องเรียนรู้จากทั้งโลก ขณะที่สหรัฐอเมริกา รายงานตัวเลขจำนวนผู้ติดเชทื้อ 116,050 คน ผู้ป่วยใหม่มีจำนวนสูงสุดของโลก คือ 21,625 ราย อิตาลีมีจำนวนนผู้ติดเชื้อกว่า 90,000 คน จำนวนผู้เสียชีวิตจำนวน 10,023 คน ส่วนจีน สถานกาณ์ยังคงที่ มีผู้ติดเชื้อเพิ่มจำนวนเพียง 54 ราย ซึ่งเราต้องศึกษาจากประเทศที่ควบคุมไวรัสได้อยู่อย่างจีน ทั้งนี้ ประเทศไทยถูกจัดอันดับอยู่ที่ลำดับ 34 มีผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่มขึ้น 143 ราย ยอดรวม 1388 ราย ผู้ชายติดเชื้อมากกว่าหญิง อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือ ผู้ป่วยที่มีเชื้อแต่ไม่มีอาการซึ่งเป็นพาหะกว่า 81.6% เราต้องหาให้เจอ โดยจำนวนผู้ติดเชื้อสูงสุดยังอยู่ที่ กทม. คือจำนวน 641 ราย สำหรับแนวโน้มจากกราฟยังมีทิศทางที่พุ่งขึ้น โดยเพิ่มขึ้นมาจากกรณีสนามมวย และสถานบันเทิง ส่วนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีจำนวนผู้ติดเชื้อ 82 ราย วันนี้มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย เป็นชายอายุ 68 ปี อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี มีประวัติเชื่อมโยงว่าไปสนามมวย ขณะที่การประกาศปิดสถานที่ต่างๆในกทม. ทำให้คนเดินทางกลับต่างจังหวัด เกิดการเคลื่อนย้ายทำให้ตัวเลขพุ่งสูงขึ้น เราไม่กล่าวโทษใครๆ แต่เราต้องเรียนรู้ และรับมือกับสถานการณ์ร่วมกัน ทั้งนี้ ผลของการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และการวางมาตรกดารที่เข้มข้นเรื่อยๆ ถ้าทุกคนให้ความร่วมมือ หลังการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 7 วัน กราฟสีแดง จะต้องกดหัวลงมาให้ได้ แต่รัฐหน่วยงานเดียวไม่พอ ทุกคนต้องช่วยกัน โดยเฉพาะวัยทำงานที่เป็นพาหะกว่า 80% จากการเคลื่อนย้ายตัว ทำกิจกรรม ที่ทำให้ตัวเลขเพิ่มขึ้น ขณะที่ภาคเหนือ ต้องชื่นชม เพราะตัวเลขลดลง เช่นที่จังหวัดเชียงใหม่ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่เพิ่มขึ้น คือประชาชนมีความตื่นตัว แล้วเข้ามาตรวจเพิ่มขึ้น ซึ่งเราไม่ได้ปิดบังตัวเลขแต่อย่างใด เราต้องการให้ทุกท่านร่วมมือกันทั่วประเทศ เพราะในช่วงวันที่ 19-28 มีนาคม มีการกระจายตัวของผู้ติดเชื้อไปทั่วประเทศมากขึ้น จำนวนเตียงผู้ป่วยต้องใช้มากขึ้นด้วย
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวอีกว่า สำหรับมาตราการให้ลงทะเบียนเพื่อช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 นั้น เพียงไม่กี่นาทีที่เปิดให้ลงทะเบียน ปรากฎมีผู้เข้าลงทะเบียนอย่างล้นหลาม กว่า 20 ล้านคน ทำให้ไม่สามารถรับข้อมูลได้ทันในช่วงเวลาดังกล่าว แต่ทางทีมงานของกระทรวงการคลังได้ระดมสรรพกำลังเข้ามากู้ระบบได้ในเวลา 2 ชั่วโมง ตนขอให้พี่น้องประชาชนให้เครดิตกับเจ้าหน้าที่เหล่านี้ที่ไม่ได้นอนเลย จนมีการลงทะเบียนได้จำนวนเกือบ 12 ล้านคน แต่อย่างไรก็ตาม มีคนที่สร้างปัญหาโดยสร้างเว็บไซต์ที่มีชื่อเหมือนกับกับเว็บเราไม่ทิ้งกันของกระทรวงการคลัง กว่า 44 เว็บไซต์ ทำให้ประชาชนกรอกข้อมูลผิดเว็บ และทำให้ข้อมูลส่วนตัวรั่วไหลออกไป ก็ขอให้พี่น้องประชาชนดูแล และตรวจสอบตัวเอง ให้เช็คดูการยืนยันการลงทะเบียนจากระบบ SMS ที่รัฐจะส่งให้หลังจากที่มีการตรวจสอบข้อมูลจากการลงทะเบียนแล้ว โดยเรายืนยันว่ายังไม่มีกำหนดปิดการลงทะเบียนแต่อย่างใด
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวต่อว่า นายกฯ เน้นย้ำเรื่องมาตรการโซเชียลดิสแทนซิ่งว่าต้องมีมาตรการที่เข้มกว่านี้ โดยได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยรายงานมาตรการในแต่ละพื้นที่ต่อท่านทุกวัน เช่น ใน 3 จังหวัดชายแดน ได้มีมาตรการห้ามเดินทางเข้าออกในพื้นที่ การห้ามเดินทางข้ามเขตพื้นที่ทั้งจังหวัด หรือหมู่บ้านบางหมู่บ้านที่มีการแพร่ระบาดหนัก ยกเว้น การเดินทางเพื่อรักษาพยาบาล หรือขนส่งเครื่องอุปโภค และบริโภคเท่านั้น หากใครฝ่าฝืนมีโทษทั้งจำ และปรับ โดยจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 40,000 บาท สุดท้ายนี้ขอทิ้งท้ายว่า “รวมกันติดหมู่ แยกกันอยู่เรารอด”

