ส.ส.นิยม เปิดใจหัวอกพ่อ ลูกสาวติดโควิดจากอังกฤษ รับสภาพ ขอกักตัวเอง รอผลตรวจ

เพื่อไทย

ส.ส.นิยม พิษณุโลก เพื่อไทย เปิดใจหัวอกพ่อ ลูกสาวรับเชื้อโควิด-19 จากอังกฤษ

ส.ส.นิยม – กรณีที่ นายนิยม ช่างพินิจ ส.ส.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กประกาศขอกักตัวเอง 14 วัน หลังขับรถไปรับลูกสาวที่สนามบินสุวรรณภูมิกลับจากประเทศอังกฤษ เนื่องจากความเป็นอยู่ในสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ลำบาก ล่าสุดตรวจพบว่าลูกสาวเป็นผู้ติดเชื้อรายที่ 4 ของจังหวัดพิษณุโลก

ย้อนอ่าน : ส.ส.นิยม พท. โพสต์กักตัวเอง หลังไปรับลูกสาว กลับจากอังกฤษ เป็นห่วง หนีโควิดระบาด 

วันนี้ (3 เมษายน) นายนิยม ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ตนทำดีที่สุดแล้ว เนื่องจากลูกสาวอยู่ที่ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 20 มีนาคม ได้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจเนื่องจากมีอาการป่วยเป็นไข้ คอเป็นผื่นแดง และมีน้ำมูกไหล ซึ่งลูกสาวตนก็เป็นภูมิแพ้อยู่แล้ว บังเอิญว่าช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอม อยากกลับเมืองไทย ลูกสาวจึงได้จองเครื่องบินแล้วขอใบรับรองแพทย์ ซึ่งแพทย์ที่ประเทศอังกฤษระบุว่าไม่เป็นอะไร ซึ่งตอนนั้นก็ไม่รู้ว่าจะเป็นโควิด-19 หรือไม่ แต่ก็เพื่อความปลอดภัยของทุกคนก็ได้ตรวจร่างกาย และขึ้นเครื่องบินเพื่อบินกลับเมืองไทย เมื่อเดินทางมาถึงตนก็ไม่สบายใจจึงพาลูกสาวเดินทางไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลพญาไท กรุงเทพมหานคร ซึ่งหมอก็ได้แจ้งว่าต้องนอนพักเพื่อดูอาการ ส่วนจะไปนอนที่โรงพยาบาลก็เกรงว่าจะทำให้เตียงเต็ม และหากไปนอนพักที่คอนโดมิเนียมที่กรุงเทพฯ ตนก็มองว่าเห็นแก่ตัวเกินไป เพราะจะทำให้สังคมในกรุงเทพฯ เดือดร้อน เพราะลูกตนก็ไม่ได้เป็นอะไร

“ตอนนั้นก็ยังไม่ทราบว่าเป็นโรคโควิด-19 แต่แพทย์ที่ รพ.พญาไท ก็แนะนำและก็ป้องกันเอาไว้ก่อนแล้ว จึงพาลูกสาวนั่งตอนหลังของรถยนต์ โดยที่ผมขับรถตอนหน้าคนเดียว จากนั้นก็ได้โทรศัพท์ไปที่บ้านที่พิษณุโลกว่ากำลังกลับไปที่พิษณุโลก ให้จัดเตรียมห้องไว้ ซึ่งปกติก็แยกห้องอยู่แล้ว ส่วนการพบปะญาติๆ ก็ไม่ได้ใกล้ชิด เนื่องจากได้พักแยกห้องตามปกติอยู่แล้ว กระทั่งกรมควบคุมโรคโทรศัพท์แจ้งว่าลูกสาวติดเชื้อโควิด-19 เตรียมจะมารับไปโรงพยาบาล จึงบอกว่าลูกสาวผมกลับมาอยู่ที่พิษณุโลกแล้ว จึงมีความประสงค์เข้ารับการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพุทธชินราช ซึ่งอาการล่าสุดก็ยังไม่หนักหรือรุนแรงใดๆ” นายนิยมกล่าว

นายนิยมกล่าวว่า วันนี้ตนก็พักอยู่ที่บ้านแถบ ต.หัวรอ อยู่คนเดียว โดยไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร เพื่อไม่ให้แพร่ระบาด รอเวลาแพทย์นัดไปตรวจหาเชื้อโควิด-19 ว่าพบเชื้อหรือไม่ ซึ่งนัดไว้ช่วงวันที่ 5-6 เมษายนนี้ เพราะช่วงนี้ตรวจหาเชื้อยังไม่พบแน่ ยอมรับว่าตนเป็นผู้ใกล้ชิดกับลูกสาวมากที่สุด เพราะเป็นคนไปรับกลับจากสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งช่วงนั้นไม่ทราบเลยว่าลูกตนเป็น กระทั่งไปตรวจที่ รพ.พญาไท แพทย์ได้แนะนำห้ามอยู่ใกล้ชิด ตนจึงได้แต่ขับรถกลับอย่างเดียวโดยไม่แวะไหน ส่วนลูกสาวตนก็นั่งตอนหลังของรถยนต์ ยอมรับสภาพ และไม่ขอทำร้ายคนในสังคม ตนระมัดระวังตนเอง ขออยู่กักตัวตนเองอยู่ภายในบ้านพัก วันนี้ไม่ได้สัมผัสกับคนในครอบครัวเลย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้อบจ.โคราช ร่วมกับไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ บริจาคมาม่า แก่ รพ.มหาราชนครราชสีมา
บทความถัดไปพยาบาลติดโควิด ดีใจ ได้ของขวัญเซอร์ไพรส์จากเจนนิเฟอร์ อนิสตัน