สถานีคิดเลขที่12 : พ.ร.ก.เสียของ! : โดย จำลอง ดอกปิก

4.04.20 | 12:00 น.
สถานีคิดเลขที่12 : พ.ร.ก.เสียของ! : โดย จำลอง ดอกปิก

รัฐบาลชู พ.ร.ก.เป็นยาขนานเอก แก้ระบาดไวรัสโควิด-19 และถอนพิษ เยียวยา ฟื้นฟู เศรษฐกิจพังพินาศ

พ.ร.ก.บริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉิน ประกาศบังคับใช้ไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา

อีกฉบับที่จะออกตามมา คือ พ.ร.ก.ให้อำนาจกู้เงิน ที่รัฐเตรียมผลักดัน ใช้เป็นเครื่องมือแก้ปัญหา ควบคู่ไปกับการ บริหารจัดเม็ดเงิน ในระบบงบประมาณรายจ่ายประจำปี เพื่อนำมาใช้ในการนี้

พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ บังคับใช้มา 1 สัปดาห์เต็ม

แต่ตัวเลขผู้ป่วย ติดเชื้อ ยังไม่เป็นที่พอใจ

Advertisement

รัฐบาลเพิ่มความเข้มข้นอีกระดับ ประกาศเคอร์ฟิวทั่วราชอาณาจักร ห้ามออกจากเคหสถานระหว่าง 4 ทุ่มถึงตี 4

และหากประเมินผล 7 วัน สถิติไม่ดีขึ้น จะทบทวนขยายเวลาเคอร์ฟิว อาจถึงขั้นเต็มเพดาน ห้ามออกจากบ้าน 24 ชั่วโมง

หลายประเทศที่เผชิญปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสมรณะอยู่ในขณะนี้

มีวิธีบริหารจัดการแก้ปัญหา แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และบริบทของประเทศนั้นๆ

แต่การประกาศภาวะฉุกเฉิน ปิดเมือง ปิดประเทศ สถานที่เสี่ยง ห้ามออกจากบ้าน โมเดลนี้ ได้รับความนิยมแพร่หลาย ในการนำมาใช้ตัดวงจรระบาดจากคนสู่คน

เช่นเดียวกับการอัดฉีดเงินพิเศษเข้าไปในระบบ เพื่อช่วยประชาชน เยียวยา กอบกู้ความบอบช้ำ ฟื้นฟูเศรษฐกิจ

แต่ละประเทศวงเงินมากน้อย ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับการประเมินความเสียหาย และฐานะการคลังเป็นหลัก

ตัวเลขฮิต อยู่ที่ประมาณร้อยละ 10 ของจีดีพี

ในส่วนของไทย ครม.นัดพิเศษ ให้ความเห็นชอบชุดมาตรการเยียวยาและดูแลเศรษฐกิจในระยะที่ 3 ใช้ช่วง 6 เดือนข้างหน้า

มาตรการทั้งหมดมีขนาด 10% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (16 ล้านล้านบาท) มาจากการเกลี่ยงบประมาณ ของงบประมาณ 2563 บางส่วน และวงเงินหลักมาจากกู้ยืม โดยออกเป็น พ.ร.ก.กู้เงิน

เท่ากับว่า รัฐบาลใช้ พ.ร.ก.อย่างน้อย 2 ฉบับแก้ปัญหานี้

ฉบับแรกใช้ระงับยับยั้งแพร่ระบาดโดยตรง ฉบับที่สองใช้ถอนพิษความเสียหาย

การใช้กฎหมายพิเศษ 2 ฉบับในเวลาเดียวกัน มิได้ปรากฏบ่อยครั้งนัก

การเกิดขึ้นแต่ละครั้ง แน่นอนว่า แสดงว่ากลไกปกติ ใช้ไม่ได้ผล ไม่สามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ รัฐบาลจำเป็นต้องใช้เครื่องมือพิเศษ

แต่การเทหมดหน้าตัก ใช้เครื่องมือสูงสุด

โดยตัวของเครื่องมือ ไม่ได้แก้ปัญหาได้โดยอัตโนมัติด้วยตัวของมันเอง

จะเป็นอาวุธที่ทรงประสิทธิภาพหรือไม่ ขึ้นอยู่กับคนใช้เครื่องมือเป็นหลัก นั่นก็คือ รัฐบาล

ถามว่า พ.ร.ก.บริหาราชการฉุนเฉินจำเป็นหรือไม่ พ.ร.ก.กู้ยืมเงินจำเป็นหรือไม่

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ไม่จำเป็น

อาจอย่างยิ่งยวดด้วยซ้ำ

เพราะแทบไม่มีเสียงคัดค้านให้ได้ยิน

นั่นแสดงว่า ประชาชน นักการเมือง ฝ่ายวิชาการ ใครต่อใครต่างคาดหวังผลจากมาตรการยาแรง พ.ร.ก. 2 ฉบับ จึงให้โอกาสรัฐบาลอย่างเต็มที่

ไม่ขัดขวาง ไม่ทำตัวเป็นอุปสรรค

มองข้ามเรื่องการเมือง การบริหารแม้ในยามปกติแท้ๆ ก่อนเกิดวิกฤตโควิด ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก

แต่ฝากความหวังไว้กับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในการแก้ปัญหาโควิด และผลกระทบ

แม้แต่ใช้เครื่องมือสูงสุดแก้ปัญหา ก็ไม่มีใครตำหนิ โจมตี

จากนี้ไปจึงขึ้นอยู่กับรัฐบาล จะหยิบฉวยสถานการณ์นี้ มาพลิกฟื้นสร้างความนิยมให้บังเกิดขึ้นได้หรือไม่

หากแก้ปัญหาได้ ไม่เสียของซ้ำซาก

เทปเก่าความล้มเหลว นับเนื่องมาแต่ครั้งปฏิวัติ ก็อาจถูกลบทิ้งโดยปริยาย

วิกฤตเป็นวิกฤต หรือเป็นโอกาส แสดงความสามารถ ฝีไม้ลายมือ

ครั้งนี้เป็นบททดสอบที่สำคัญ