เด็ก ปชป. บี้ ‘อนุทิน’ เร่งเอาผิดลูกพรรค หลัง 2 ส.ส.ภูมิใจไทย กลับ กทม.ไม่ยอมกักตัว

อดีตรองโฆษก ปชป. บี้ “อนุทิน” เอาผิด ลูกพรรค หลัง 2 ส.ส.ภท. ไม่กักตัว 14 วัน

เมื่อวันที่ 6 เม.ย.นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความเรื่อง “158 คนไทย กับ 2 ส.ส.ภูมิใจไทย ที่ปฏิเสธไม่ยอมกักตัว จิตสำนึกและมาตราฐานทางกฎหมายที่ทุกคนต้องเท่าเทียม” ว่า ปัญหาการปฏิเสธกักตัวของ 158 คนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ จนเกิดความวุ่นวายที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา สะท้อนถึงปัญหาการบริหารจัดการของภาครัฐที่ยังมีช่องโหว่ และการบังคับใช้กฎหมายยังไม่เคร่งครัดอย่างที่ควรจะเป็น ซึ่งรัฐบาลต้องเร่งแก้ไขโดยด่วน เพื่อให้การบริหารสถานการณ์ในภาวะฉุกเฉินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

นายเชาว์ระบุว่า ก่อนหน้านี้ 2-3 วันก็มีข่าวว่า นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย เดินทางกลับจากกรุงเทพฯ เข้าพื้นที่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนั้นมีหนังสือเวียนของอธิบดีกรมควบคุมโรคแจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานโรคติดต่อจังหวัดว่าใครกลับภูมิลำเนาจากพื้นที่เสี่ยงกรุงเทพมหานครและปริมณฑลต้องกักตัว 14 วัน แต่นายณัฏฐ์ชนนท์กลับไม่กักตัว แถมยังลงพื้นที่พบปะชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนที่ไปสัมผัสใกล้ชิดตกอยู่ในความเสี่ยง นอกจากนี้ ยังมีกรณีของนายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่ พรรคภูมิใจไทย ที่ปรากฏคลิปวิดีโอถ่ายทอดสดในเฟซบุ๊กคนภูมิใจไทยวันที่ 3 เม.ย.ว่าอยู่ที่กระทรวงการคลัง กับนายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และเดินทางกลับ จ.กระบี่ ในวันที่ 4 เม.ย.แล้วลงพื้นที่ทันที โดยไม่มีการกักตัว 14 วันแต่อย่างใดเช่นกัน

“จริงอยู่การไม่กักตัวเป็นเรื่องการขอความร่วมมือ ใครจะไม่ทำตามก็ไม่มีบทลงโทษ นอกจากจะฝ่าฝืนมีคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าพนักงานควบคุมโรคเป็นรายบุคคลถึงจะมีความผิด แต่อย่าลืมว่าขณะนี้บ้านเมืองกำลังอยู่ระหว่างวิกฤตต่อสู้กับโรคติดต่อร้ายแรง ซึ่งนับวันทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกคน ทุกฝ่ายจึงจะชนะโรคนี้ได้ จิตสำนึกและความรู้สึกรับผิดชอบต่อสังคมจึงถือเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะคนที่อยู่ในตำแหน่งสำคัญ ต้องเป็นเยี่ยงอย่าง ที่สำคัญ เจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจในการสอดส่องดูแลคนในพื้นที่ต้องดำเนินการเรื่องนี้อย่างเคร่งครัด ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรี ส.ส. ข้าราชการระดับสูง หรือประชาชนธรรมดา ทุกคนเท่าเทียมกัน ถ้ามาจากพื้นที่เสี่ยงต้องกักตัว 14 วัน” นายเชาว์ระบุ

นายเชาว์ระบุต่อว่า กรณีของนายณัฏฐ์ชนน ทราบว่านายศิริโชค โสภา อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ได้ทำจดหมายเปิดผนึกถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และส่งจดหมายผ่านทางไลน์ส่วนตัวไปแล้ว ส่วนกรณีนายสฤษฏ์พงษ์ ข้อมูลปรากฏชัดในเฟซบุ๊กของพรรคภูมิใจไทยเอง แต่นายอนุทิน ในฐานะ รมว.สาธารณสุข กลับไม่ดำเนินการใดๆ เพื่อจัดการให้ลูกพรรคตัวเองปฏิบัติตามกฎการควบคุมโรค แล้วจะมีความน่าเชื่อถือที่จะไปบอกให้ประชาชนให้ความร่วมมืออย่างเคร่งได้อย่างไร ที่สำคัญกรณีอาจหมิ่นเหม่ต่อการปฎิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เพราะนายอนุทินในฐานะรัฐมนตรีผู้รักษาการตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ ทราบเรื่องร้ายแรงแล้วกลับนิ่งเฉย ไม่ยอมสั่งการหรือดำเนินการใดๆให้เจ้าพนักงานควบคุมโรคในท้องถิ่นออกคำสั่งกักตัว 14 วัน 2 ส.ส.เหมือนกับกรณีประชาชนทั่วไปที่เดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยงที่ทุกคนต้องถูกกักตัวไม่มีข้อยกเว้น

“ผมจึงขอเรียกร้องไปยังนายอนุทิน อีกครั้งให้รีบดำเนินการกับ 2 ส.ส.ในสังกัด อย่างน้อยเพื่อเป็นเยี่ยงอย่างให้ประชาชนปฏิบัติตาม แต่หากยังไม่มีการดำเนินการใดๆ ผมถือว่านายอนุทินละเมิดกฎหมายที่ตนเองเป็นผู้รักษาการเสียเองอย่างไม่น่าอภัย ถึงเวลานั้นผมจะร้องทุกข์กล่าวโทษกับนายอนุทินให้เป็นคดีตัวอย่าง เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาการเมือง แต่เป็นเรื่องบ้านเมืองที่ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม สังคมจึงจะอยู่รอดปลอดภัยในสถานการณ์วิกฤตโควิด-19” นายเชาว์ระบุ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้พายุฤดูร้อนถล่มเมืองช้างยับกว่า 100 หลังคาเรือน ทั้งชาวบ้านและช้างไร้ที่อยู่
บทความถัดไปส.ส.ปชป.เสนอพักหนี้ “ใน-นอกระบบ” 1 ปี – ทุกอปท.เปิดครัวบริการอาหารปชช.