ส.ว.ดังหนุนรัฐบาลมาถูกทาง สู้สงครามโควิด อัดฉีดเงิน11%ของจีดีพี แก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้องปชช.

ส.ว.ดังหนุนรัฐบาลมาถูกทาง สู้สงครามโควิด อัดฉีดเงิน11%ของจีดีพี แก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้องปชช.

เมื่อวันที่ 6 เมษายน นายมหรรณพ เดชวิทักษ์ สมาชิกวุฒิสภา  ประธานคณะกรรมการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรมศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา ได้เขียนบทความ  เกี่ยวกับการ แพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 โดยระบุว่า

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่แพร่ระบาดไปทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยซึ่งถือเป็นประเทศแรกที่ถูกพบเชื้อไวรัส COVID-19 นอกประเทศจีนโดยคนจีนที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยถือเป็นระยะเวลากว่าสองเดือนที่ประเทศไทยยืนหยัดต่อสู้กับเชื้อไวรัส COVID-19 นี้ด้วยกำลังของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขของประเทศ ผู้นำรัฐบาลและผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆของประเทศได้ร่วมมือร่วมใจกันในการวางแผนคิดค้นวิธีที่จะรับมือและจัดการกับการระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19

จากสถิติที่ผ่านมาพบว่าประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มสูงขึ้นจากช่วงแรกโดยเกิดจากสาเหตุของการแพร่ระบาดที่มาจากกลุ่มผู้ชมที่อยู่ในสนามมวย ตามข่าวที่ออกมาอย่างแพร่หลายนั้นทำให้เกิดการแพร่ระบาดไปยังกลุ่มบุคคลอื่นในประเทศไทยซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ฝ่ายรัฐบาล ผู้เชี่ยวชาญคณาจารย์แพทย์ พร้อมทั้งทีมบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขของประเทศ อีกทั้งผู้ทรงคุณวุฒิในด้านต่างๆ ได้ออกมาร่วมกันวางแผนเพื่อวางแนวทางการแก้ไขปัญหาและการจัดการกับสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยอย่างเข้มแข็ง โดยได้ทุ่มเทกำลังแรงกาย แรงใจ สติปัญญาเพื่อให้คนไทยและประเทศไทยรอดพ้นจากสงครามการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 นี้ไปได้

ซึ่งบุคลากรทางการแพทย์เป็นกำลังหลักที่สำคัญในการต่อสู้กับสงครามเชื้อไวรัสครั้งนี้ ที่กำลังรุกรานประเทศไทยและประชาชนคนไทย แต่เนื่องด้วยนโยบายของรัฐบาลที่ได้มีนโยบายการจัดการกับการแพร่ระบาดของโรคโดยใช้นโยบายจากเบาไปหาหนัก  เริ่มตั้งแต่การขอความร่วมมือภาคประชาชน หน่วยงาน องค์กรทุกภาคส่วน ตามมาตรการต่างๆที่รัฐบาลได้ประกาศออกมาสู่สาธารณะซึ่งเป็นมาตรการที่ได้กลั่นกรอง มาจากผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศที่ได้ร่วมกันคิดแนวทางในการรับมือกับการแพร่ระบาดของโรค

ประกอบกับความร่วมมือของภาคประชาชนและสังคมที่ให้ความร่วมมือกับนโยบายต่างๆที่ออกมาเพื่อต่อสู้กับสถานการณ์การแพร่ระบาด มาตรการการให้ประชาชนเว้นระยะห่างทางสังคม  นโยบายอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ นโยบายการจำกัดการเดินทางในการเคลื่อนย้ายของประชาชนได้เป็นอย่างดี  ข้อสั่งการให้กระทรวงมหาดไทยจัดสรรงบประมาณในการฝึกการทำหน้ากากอนามัยใช้ในพื้นที่ท้องถิ่นทั่วประเทศ การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์พิษภัยของโรคระบาดดังกล่าวให้ประชาชนตระหนัก แต่ไม่ตระหนก ให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจในการป้องกันตนเองจากโรค ลดการติดต่อกันเพื่อไม่ให้ผู้ติดเชื้อนำเชื้อไปแพร่ให้กับผู้อื่น

ทำให้ ณ วันนี้ตัวเลขสถิติผู้ติดเชื้อในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรากฏตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลงอย่างมี   นัยยะสำคัญ เป็นภาพที่สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือร่วมใจกันของประชาชนคนไทยในทุกภาคส่วน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องซึ่งนโยบายที่สั่งการออกมาจากรัฐบาลเป็นนโยบายที่ได้รับการกลั่นกรองและเผยแพร่ออกมาจากมาตรการเบาไปหาหนักเพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อภาพรวมของประเทศ ระบบเศรษฐกิจของประเทศ จนเมื่อรัฐบาลประกาศพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินรวมทั้งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ ที่ได้บังคับใช้เพื่อปิดช่องทางการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19

ทั้งนี้ถึงแม้จะประกาศใช้กฎหมายดังกล่าวแต่ก็ยังคงคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจึงใช้มาตรการจากเบาไปหาหนักจึงแสดงให้เห็นว่าเป็นแนวทางที่ถูกต้องเหมาะสมสามารถลดการแพร่ระบาดในประเทศและลดจำนวนผู้ติดเชื้อได้อย่างต่อเนื่องมาในสัปดาห์ที่ผ่านมา อีกทั้งรัฐบาลยังได้แก้ปัญหาปากท้องของประชาชนโดยอัดฉีดเงินช่วยเหลือประชาชนในทุกกลุ่มทุกระดับที่ได้รับผลกระทบจากสงครามไวรัส COVID-19 ในครั้งนี้โดยอัดฉีดเงินลงไปสู่ประชาชนไม่น้อยกว่า 11% ของ GDP ของประเทศ จากนโยบายต่างๆ เพื่อช่วยแก้ปัญหาให้กับประชาชนที่เดือนร้อนทุกหย่อมหญ้า ได้มีชีวิตต่อสู้กับสถานการณ์ต่อไปได้ เป็นนโยบายเร่งด่วนที่ช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที

แต่เรื่องที่ต้องเฝ้าระวังอีกเรื่องหนึ่งก็คือในช่วงก่อนหน้านี้ได้มีการเผยแพร่ข่าวสารข้อมูลอันเป็นเท็จที่ต้องการจะทำให้เกิดความสับสนและเกิดความตื่นตระหนกในประชาชนคนไทยซึ่งไม่เป็นผลที่ดีต่อประเทศ รวมถึงข่าวลือที่ว่ารัฐบาลจะประกาศเคอร์ฟิวตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นข่าวปลอมที่ไม่มีความเป็นจริงอย่างยิ่ง เนื่องจากสถานการณ์ในขณะนี้ปรากฏว่ามีทิศทางที่ดีขึ้นเหมือนเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ที่เคยมืดมิดแล้ว ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นจะต้องประกาศในเรื่องดังกล่าวได้

ซึ่งข่าวสารดังกล่าวรัฐบาลก็ได้เข้าไปจัดการแก้ไข และแถลงชี้แจงเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องเป็นจริงให้กับประชาชนทุกภาคส่วนได้รับทราบข้อมูลจึงทำให้สถานการณ์ดีขึ้นประชาชนเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง เกิดความร่วมมือในการเฝ้าระวังตนเองและคนใกล้ชิดเพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรคนี้ จึงอยากขอให้ประชาชนได้กลั่นกรองข้อมูลต่างๆ ที่ได้รับมาให้ดี เป็นข้อมูลที่มีที่มา น่าเชื่อถือจึงจะแชร์ออกไปสู่ผู้อื่นได้ หากเป็นข้อมูลข่าวสารที่ไม่เป็นความจริง ไม่มีที่มา ไม่น่าเชื่อถือ ไม่มีข้อเท็จจริง ขอโปรดประชาชนหยุดแชร์ หยุดส่งต่อไปเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในประเทศได้

สุดท้ายนี้อยากให้ประชาชนคนไทยทุกคนที่กำลังเผชิญกับสงครามไวรัสระบาดในขณะนี้ได้ปฏิบัติตามแนวทางข้อปฏิบัติที่ฝ่ายรัฐบาลได้ประกาศเผยแพร่ออกมาเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดโดยเร็วและลดจำนวนผู้ติดเชื้อให้ได้มากที่สุดซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือของประชาชนเราจะเห็นได้ว่าบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขทั่วประเทศทำงานอย่างหนักเพื่อให้ประชาชนทุกคนปลอดภัยจากเชื้อไวรัสดังกล่าวฝ่ายรัฐบาลผู้นำรัฐบาลทีมรัฐบาลทำงานอย่างหนักเพื่อสกัดกั้นเชื้อไวรัสไม่ให้แพร่กระจายไปยังประชาชนได้โดยง่ายโดยบุคลากรที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนข้าราชการพลเรือนข้าราชการทหารตำรวจ

อีกทั้งฝ่ายค้านโดยผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรก็ได้เข้ามาร่วมมือร่วมใจกับรัฐบาลเพื่อที่จะได้ทำงานให้กับประชาชน ทุกองคาพยพต้องร่วมมือร่วมใจกันเพื่อต่อสู้กับสงครามเชื้อไวรัสนี้ ไม่มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายทุกคนในชาติร่วมมือร่วมใจกันเพื่อทำสงครามนี้อย่างสุดกำลังความสามารถให้ประเทศไทยและคนไทยผ่านผลวิกฤตการณ์นี้ไปได้ โดยสูญเสียเลือดเนื้อและชีวิตให้น้อยที่สุด

#คนไทยร่วมใจ ต่อสู้มหันตภัย COVID-19

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ ทรงวางพุ่มดอกไม้ เนื่องในวันจักรี
บทความถัดไปฟังพระสุรเสียง ‘พระราชินี’ ทรงห่วงแพทย์-พยาบาล มีพระราชดำรัส ‘เป็นกำลังใจให้’