“สุวพันธุ์” เผยผลหารือเจ้าคณะใหญ่หนกลาง “ธัมมชโย” ไม่พร้อมมอบตัว อ้างอาพาธ ยันทุกฝ่ายพยายามเดินหน้าให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ระบุนายกฯ สั่งประสาน “ไพบูลย์” กำชับยึดกฎหมายเป็นหลัก ขณะที่การรุกพื้นที่ป่าของพระสงฆ์ ต้องดูเป็นรายกรณีและเจตนา
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 15 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้พบหารือกับสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง พระราชวิสุทธิเวที เจ้าคณะภาค 1 ถึงกรณีการดำเนินคดี กับพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายแล้ว เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นการหารือถึงแนวทางที่จะให้ทุกอย่างเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งในชั้นต้นพยายามทำให้วัดพระธรรมกายเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่ได้ข้อสรุปว่า พระธัมมชโย ยังไม่พร้อมที่จะมอบตัว โดยให้เหตุผลว่ามีอาการอาพาธ แต่พร้อมให้ความร่วมมือ และข้อมูลในการสอบสวนในคดีเพิ่มเติม ตามที่กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการอยู่ ดังนั้นในประเด็นพระธัมมชโย จึงยังไม่มีใครสามารถตอบได้ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ซึ่งทางคณะสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ได้มีความพยายามทำงานอย่างเต็มที่แล้ว โดยตนเองได้นำเรื่องนี้ รายงานให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้รับทราบแล้ว โดยนายกฯ มอบหมายให้ไปประสานการทำงาน กับพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งรัฐบาลจะดำเนินการตามกฎหมายเป็นหลัก
นายสุวพันธุ์กล่าวว่า สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ได้บอกกับทางวัดพระธรรมกายให้ยึดหลักกระบวนการยุติธรรมที่ถูกต้อง เพราะคณะสงฆ์ก็ต้องการให้ดำเนินการในทางที่ถูกต้องและเหมาะสม ดังนั้น คณะสงฆ์จะต้องหารือกับทางวัดพระธรรมกาย ต่อไป ขณะเดียวกันยังคงมีการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องเพื่อหาทางออก โดยยึดหลักตามกระบวนการยุติธรรม ส่วนกรณีผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาจะเข้าไปขอพบพระธัมมชโย ส่วนตัวไม่ทราบรายละเอียด แต่ก็อาจจะมีความเป็นไปได้ เพราะสำนักงานพระพุทธศาสนา ก็ต้องทำหน้าที่ของตนเองในฐานะเลขาธิการมหาเถรสมาคม และทำงานร่วมกับคณะสงฆ์ด้วย
เมื่อถามถึงการที่พระธัมมชโย ยังไม่เข้ามอบตัวนั้น นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ไม่น่าจะเกี่ยวกับ กับการที่อัยการเลื่อนการสั่งคดีพระธัมมชโย พร้อมพวกอีก 5 คน ข้อหาร่วมกันฟอกเงิน สมคบกันฟอกเงินและรับของโจร เนื่องจากอัยการต้องการที่จะมีการสอบ ประเด็นที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมเท่านั้น ส่วนพระเมธีธรรมาจารย์ เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ยังคงเดินหน้าเตรียมออกมาเคลื่อนไหว นั้นเห็นว่า ต้องดูเจตนา ของพระเมธีธรรมาจารย์ ที่พูดซึ่งเหมือนจะเป็นการบอกว่า จะเป็นการประชุมสงฆ์เท่านั้น โดยวันเดียวกันนี้ (15 ก.ค.) ตนจะร่วมกับ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเพื่อที่จะกำชับการดำเนินงาน ทั้งเรื่องการปฏิรูป รวมทั้งปัญหาที่ดินที่เกี่ยวข้องกับวัด ซึ่งจะมีการสั่งการให้สำนักพุทธเพิ่มเติม โดยเน้นการทำงาน ในช่วง 3 เดือนสุดท้ายในช่วงปีงบประมาณนี้ และเตรียมทำงานในปีงบประมาณถัดไป เพื่อให้สอดคล้องกับการปฏิรูป และการแก้ปัญหาของคณะสงฆ์ ซึ่งอยากให้มีการทำงานให้สอดคล้องกัน ส่วนกรณีที่พระสงฆ์เข้าไปรุกพื้นที่ป่า ซึ่งล่าสุดในพื้นที่ อ.ภูเรือ จ.เลย ที่มีชื่อพระธัมมชโย เข้าไปเกี่ยวข้องนั้น ต้องดูเป็นรายกรณี และเจตนาด้วย

