พท.จวก คสช.ให้อำนาจ กสทช.กว้างเกินไป
เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณที่ คสช.ออกคำสั่ง มาตรา44 ให้อำนาจ กสทช.สามารถปิดทีวี หรือ วิทยุได้ว่า เป็นคำสั่งกว้างเกินไป การแสดงความคิดเห็นช่วงจะลงประชามติ ดูเหมือนจะถูกปิดกั้นไปหมด ลำพัง ม.61 ใน พ.ร.บ.ประชามติฯ ก็เกินพอแล้ว แต่นี่ออกคำสั่งคุ้มครององค์กรที่ทำหน้าที่ควบคุมสัญญาณเพิ่มอีก ทั้งนี้ บรรยากาศการลงประชามติตามต่างจังหวัดนั้น เป็นบรรยากาศเงียบงัน ชาวบ้านไม่กล้าออกความเห็นอะไร เพราะข่าวออกมาจากทั้งรัฐบาลหรือ กรธ.สร้างความกังวล ทำให้ขาดการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ร่างรัฐธรรมนูญก็ยังส่งไม่ถึงชาวบ้าน แต่มีเจ้าหน้าที่ไปบอกให้รับก็มี และชาวบ้านจะอ่านรัฐธรรมนูญเข้าใจได้อย่างไรในเมื่อคนที่มีตำแหน่งใหญ่โต ยังบอกว่าอ่านไม่รู้เรื่อง
“ทั้งนี้ ขอร้องมายัง กกต.โดยเฉพาะนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ควรดำเนินการเสวนาหรือดีเบตออกสื่อ เชิญทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยไปพูดสักสามสี่ครั้งก่อนถึงวันออกเสียง ท่านเคยทำมาแล้วในร่างรัฐธรรมนูญปี 50 และได้ผลอย่างดี ประชาชนคนดีเขาตัดสินใจได้เองไม่ต้องมีใครไปชี้นำได้เลย ท่านเป็น กกต.เป็นหน้าที่โดยตรงของท่าน ทำเรื่องดีๆ เพื่อสร้างชื่อให้ กกต. และสร้างความเชื่อมั่นกลับคืนมา เพราะที่ผ่านมาท่านรู้ดีว่าท่านทำอะไรถูกอะไรผิด” นายสมคิด กล่าว
ด้าน นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า การที่ คสช. โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ใช้คำสั่ง ม.44 เข้มงวดกวดขันในการกำกับ ควบคุมสื่อต่างๆ ทั้งทางวิทยุและโทรทัศน์ ในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่อาจจะถูกโยงเข้าข่ายได้ว่าจะเป็นภัยต่อความมั่นคงในช่วงนี้นั้น ตนคิดว่ามันค่อนข้างจะดูไม่ดีเลยในสายตาชาวต่างชาติ และยิ่งเมื่อสื่อต่างชาติ นำเสนอข่าวสารไปในทำนองว่า มีการปิดกั้นการวิพากษ์วิจารณ์ในเนื้อหาสาระในร่างรัฐธรรมนูญในช่วงการทำประชามติที่จะมีขึ้นในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ ไม่ได้เปิดกว้างและให้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นในแง่มุมต่างๆ ที่ประชาชนพึงกระทำได้ต่อร่างรัฐธรรมนูญได้ตามสิทธิที่ได้กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.ประชามติ ของ กกต.ได้ตามวิถีทางที่ควรจะเป็นอย่างเช่นในโลกประชาธิปไตยด้วยแล้ว ตนคิดว่าจะยิ่งทำให้ดูแย่ไปใหญ่ ในสายตาต่างชาติ และโดยเฉพาะทาง ยูเอ็น ก็คงเฝ้ามองในเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพราะอย่าลืมว่าล่าสุดทางผู้ช่วยเลขาฯยูเอ็น ก็ได้ฝากเรื่องนี้ให้ท่านนายกฯประยุทธ์ ได้เปิดกว้างให้พื้นที่แก่ฝ่ายที่เห็นต่างได้ออกมาแสดงความคิดเห็นได้ด้วย ก็อยากให้ท่านนายกฯประยุทธ์ ได้กรุณาไตร่ตรองให้ดีและควรคิดทบทวนคำสั่งในเรื่องนี้ให้รอบคอบ และถ้าเป็นไปได้ท่านก็น่าจะยกเลิกคำสั่งนี้เสีย เพราะการปิดกั้นเสรีภาพของสื่อนั้น ต่างชาติเขาถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มากๆ ในมุมมองของโลกเสรี

