วันที่ 15 กรกฎาคม นพ.เหวง โตจิราการ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. โพสต์ข้อความกล่าวถึงกรณีคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ให้อำนาจ กสทช.ปิดทีวีและวิทยุที่ขัดต่อความมั่นคงของชาติ โดยระบุว่า คำสั่ง 41/2559 ที่ออกโดยอาศัยอำนาจมาตรา 44 เนื้อหาไม่ต่างอะไรไปจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉินเลย เพียงแต่ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คุ้มครองทหารที่เข้าสลายปราบปรามควบคุมประชาชนทั้งหมด แต่คำสั่งนี้ คุ้มครอง องค์กร ที่ควบคุมสื่อ (กสทช. กสท. เจ้าหน้าที่ขององค์กรเหล่านี้ และบุคคลที่องค์เหล่านี้มอบอำนาจ) ให้ทำการลงโทษ ปรับ ปิด ยกเลิก พัก ริบคืนใบอนุญาต สื่อ ได้โดยไม่ถูกฟ้องแพ่ง อาญา วินัย
เรื่องนี้เริ่มจาก กรณีพิพาทของ กสท. กสทช. กระทำกับพีซทีวี
แล้ว กสท. กสทช.เห็นทิศทางว่าจะต้องรับผิดทางแพ่งและทางอาญา ที่พีซทีวีต้องดำเนินการตามกฎหมายจากการที่โดนกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฏหมายเท่านั้น
คสช.ถึงกับต้องประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินทางสื่อเลย (คำสั่งที่ 41/2559)
นั่นหมายความว่า สื่อกระจายเสียง สื่อโทรทัศน์ สื่อโทรคมนาคม อาทิ ทีวีดาวเทียม ทีวีดิจิตอล วิทยุทั้งประเทศ เป็นต้องโดนหมดครับ
ต่อไปนี้ กสท. กสทช.เมื่อพิจารณาอะไรเห็นว่าชอบด้วยกฎหมายตามอำเภอใจของตนก็ลงมือเลยครับ
ไม่ต้องกลัวว่าจะต้องรับผิด (Accountability) ตามกระบวนการกฎหมายแพ่ง อาญา และวินัยอีกต่อไป นั่นเท่ากับให้อำนาจล้นฟ้ากับ กสท. กสทช.แม้จะมีติ่งเขียนห้อยไว้ว่า ต้องรับผิดทางละเมิดไว้เล็กน้อยก็ตาม
อย่าลืมนะครับสัจธรรมของโลกที่ได้รับการพิสูจน์ว่าถูกต้องมายาวนานและคงตลอดไปแล้วว่า
“อำนาจนั้นฉ้อฉล (คอร์รัป) อำนาจที่สัมบูรณ์นั้นก็ฉ้อฉล (คอร์รัป) อย่างสัมบูรณ์” ครับ
แล้วสื่อทั้งประเทศ ประชาชนทั้งประเทศที่ได้รับความคุ้มครอง เรื่องศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ เสมอภาค ที่เขียนไว้ในมาตรา 4 รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ของคณะรัฐประหาร ก็จะหายวับไปกับตาในทันที
นี่ไม่รู้ว่าจะเป็นการ “เขียนด้วยมือ ลบด้วยเท้า” ของคณะรัฐประหารครั้งสุดท้ายหรือเปล่า?

