09.00 น.INDEX บทบาท การเมือง พลังประชารัฐ บทบาท โครงการ คนไทยไม่ทิ้งกัน
เหตุใดท่าทีของพรรคพลังประชารัฐต่อคนที่แสดง “ปฎิกิริยา”ต่อการแจกเงินในโครงการ”คนไทยไม่ทิ้งกัน”จึงกลายเป็นเรื่องละเอียดอ่อนในทางการเมือง
เพราะว่าท่าทีของพรรคพลังประชารัฐเป็นท่าทีในท่วงทำนอง แบบ “ล้นเกิน”
อย่างที่เรียกว่า “โอเวอร์ รีแอ็ค”
นั่นก็คือ เป็นท่าทีในแบบ “ล่าแม่มด” อันเป็นกระบวนการทาง การเมืองซึ่งติดมาจากท่วงทำนองก่อนรัฐประหารไม่ว่าเมื่อเดือนกันยายน 2549 ไม่ว่าเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
เพราะสังคมเห็นว่าเป็นท่าทีที่มิได้ลดความขัดแย้งหากแต่มีโอกาสขยายความขัดแย้งออกไป
ที่ละเอียดอ่อนเพราะพรรคพลังประชารัฐเป็นพรรครัฐบาล
สถานะแห่งความเป็นพรรครัฐบาล เป็นพรรคอันเป็นแกนนำรัฐบาลเหมือนกับทำให้พรรคพลังประชารัฐมีอำนาจ แต่ภายในอำ นาจที่มีอยู่ในมือก็ต้องระมัดระวัง
เพราะท่าทีอันออกมาจากพรรคพลังประชารัฐจะถูกตีความและประเมินว่าเป็นท่าทีของรัฐบาลไปด้วย
พลันที่คนของพรรคพลังประชารัฐออกมาแสดงท่าทีสังคมก็จะมองและประเมินว่าเป็นท่าทีที่แสดงออกแทนบางคนที่อยู่ในรัฐ บาล ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่าจะเป็น พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ
ยิ่งกว่านั้น ท่วงทำนองในแบบ”ล่าแม่มด” ยังเป็นท่วงทำนองที่รัฐบาลซึ่งมีอำนาจอยู่ในมือจำเป็นต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง
เพราะเสี่ยงต่อการขยาย “ความขัดแย้ง”มากกว่าจะยุติ
ประเด็นแห่งความขัดแย้งในเรื่องความเห็นต่างต่อโครงการ “คนไทยไม่ทิ้งกัน” ก็ดำเนินไปเหมือนกับความเห็นต่างต่อทุกนโยบายที่ ริเริ่มมาจากรัฐบาล
เป็นประเด็นอันสัมพันธ์กับปัญหาในเรื่อง “เสรีภาพ” เป็นพื้นที่ที่อยู่ในพรมแดนของสิทธิ “ประชาธิปไตย”
พรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตยจึงต้องให้ความสนใจในเรื่องสิทธิและเสรีภาพอย่างเป็นพิเศษ ตราบใดที่กระทำโดยไม่ละเมิดก็ควรต้องเคารพ
พรรคการเมืองไม่ควรดำเนินการในลักษณะ”ละเมิด”ต่อสิทธิและเสรีภาพของ”พลเมือง”โดยพลการ

