นายสุพจน์ อาวาส โฆษกพรรคประชาชาติ เปิดเผยว่า ไม่เห็นด้วยกับการที่ตำรวจตามล่าตัวและจะดำเนินคดีแหม่มโพธิ์ดำฐานนำเข้าข้อมูลเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ เพราะเพจเฟซบุ๊กชื่อแหม่มโพธิ์ดำได้นำข้อมูลอันเป็นพฤติการณ์ฉ้อฉลเกี่ยวกับการกักตุนและการขายหน้ากากอนามัยจำนวนมากซึ่งโยงใยไปถึงคนในรัฐบาล ต่อมาขบวนการดังกล่าวก็ถูกเปิดโปง มีการยึดของกลางและจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวนมาก
นายสุพจน์กล่าวว่า แหม่มโพธิ์ดำเคยได้รับคำชมจากนายกรัฐมนตรีตอนเกิดเรื่องใหม่ๆ ว่าเป็นเพจน้ำดี แล้วเหตุใดตอนนี้ ตำรวจถึงมาเล่นงานเธอให้ต้องเดือดร้อน แหม่มโพธิ์ดำมีบทบาทสำคัญในการเปิดโปงการทุจริตผิดกฎหมาย หากินกับหน้ากากอนามัยและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ในภาวะวิกฤตไวรัสกำลังระบาดหนัก แต่หน้ากากกลับขาดตลาดเพราะมีการกักตุนไว้ขายตลาดมืดเพื่อแสวงหากำไร หากไม่ได้ข้อมูลจากเพจเฟซบุ๊กแหม่มโพธิ์ดำ คนกระทำผิดก็อาจลอยนวลและหากินบนความเดือดร้อนและเสี่ยงอันตรายของแพทย์และคนไทยจากไวรัสระบาดต่อไป
รู้สึกเห็นใจแหม่มโพธิ์ดำอย่างมากที่เขียนระบายความรู้สึกผิดหวังในเฟซบุ๊กที่ถูกตำรวจตามหาตัวเพื่อดำเนินคดีโดยใช้คำว่า “นี่คือการตอบแทนความเสี่ยง…เหรอ คือจะให้…เป็นเหี้ยให้ได้ …ผิดหวัง… จะมาตามหา…ทำไม ไปตามหาคนที่โกงชาติ โกงแผ่นดิน” ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของตำรวจควรจะลงมาตรวจสอบกรณีนี้แล้วรีบแก้ไขก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลายออกไปซึ่งไม่เป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ของตำรวจ
“ขอเรียกร้องให้สังคมช่วยการแสดงออกปกป้องแหม่มโพธิ์ดำที่กล้าตีแผ่ข้อมูลขบวนการหากินกับหน้ากากอนามัย แต่กลับจะต้องเดือดร้อน เพื่อมิให้คนดีถูกกลั่นแกล้งรังแกอย่างไม่เป็นธรรม เพราะไม่เช่นนั้น เราจะหาคนดี คนกล้าที่เสียสละเพื่อส่วนรวมไม่ได้ เนื่องจากทัอแท้สิ้นหวังเสียก่อน” นายสุพจน์กล่าว

