สถานีคิดเลขที่12 : ‘โควิด-19’กับ‘ความเหลื่อมล้ำ’ : โดย ปราปต์ บุนปาน

13.04.20 | 13:00 น.
สถานีคิดเลขที่12 : ‘โควิด-19’กับ‘ความเหลื่อมล้ำ’ : โดย ปราปต์ บุนปาน

สถานีคิดเลขที่12 : ‘โควิด-19’กับ‘ความเหลื่อมล้ำ’ : โดย ปราปต์ บุนปาน

หลายเสียงเห็นตรงกันว่าโรค “โควิด-19” ที่กำลังแพร่ระบาดหนักนั้น ได้คลี่เผยความเหลื่อมล้ำที่ซ่อนแฝงอยู่ในสังคม/โลก ให้ปรากฏแก่สายตาทุกคน

รายงานข่าวชิ้นหนึ่งของ “เดอะ การ์เดียน” ซึ่งอาจแปลชื่อเรื่องเป็นภาษาไทยได้ว่า “เรื่องเล่าจากสองนัคราในนิวยอร์ก” ช่วยย้ำให้เห็นภาพดังกล่าวชัดเจนขึ้น

รายงานชิ้นนี้เจาะลึกลงไปยังสถานการณ์ที่นครนิวยอร์ก ซึ่ง ณ ปัจจุบัน จำนวนผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในมหานครแห่งนี้ มีสูงกว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุก่อการร้าย 9/11 เสียอีก

และยิ่งเมื่อพิจารณารายละเอียด ก็จะยิ่งค้นพบสังคมสองแบบ-ผู้คนสองกลุ่ม ท่ามกลางการเผชิญหน้ากับโรคระบาด

Advertisement

สังคมหนึ่งประกอบด้วยผู้คนซึ่งสามารถหลีกหนีโรคภัยไปใช้ชีวิตพักผ่อนนอกเมือง หรือสามารถนั่งทำงานอยู่ในบ้าน แล้วกดสั่งอาหารประเภทต่างๆ ให้มาส่งถึงที่พัก

อีกสังคมหนึ่งประกอบด้วยผู้คนที่ถูกนิยามว่าเป็น “แรงงานสำคัญ” (หรือที่เราเคยเรียกขานพวกเขาว่า “แรงงานภาคบริการ”) ซึ่งยังต้องออกไปทำงานนอกบ้านทุกวัน โดยไม่มีมาตรการช่วยเหลือป้องกันหรือการตรวจสอบภาวะติดเชื้อที่ดีพอจากทางภาครัฐ

เท่ากับว่า ณ ขณะนี้ นครนิวยอร์กมีสองโลกที่ดำรงอยู่แยกขาดกัน

โลกหนึ่งคือย่านที่พักอาศัยของประชากรผิวขาวผู้ร่ำรวย ซึ่งถนนหนทางและที่จอดรถในแถบนั้นต่างมีสภาพรกร้างว่างเปล่าสวนทางกับสภาวะปกติ

อีกโลกหนึ่ง เช่น ย่านบร็องซ์ ซึ่งท้องถนนยังคงคลาคล่ำหนาแน่นไปด้วยประชากรคนผิวดำ, คนเชื้อสายละติน และกลุ่มเชื้อชาติอื่นๆ ที่ต้องออกไปทำงานนอกบ้านกันเป็นปกติ

สภาพการณ์ข้างต้นสอดคล้องกับสถิติที่บ่งชี้ว่า 79 เปอร์เซ็นต์ของแรงงานแถวหน้าหรือแรงงานสำคัญในมหานครแห่งนี้ ซึ่งหมายถึงผู้ประกอบวิชาชีพพยาบาล, พนักงานรถไฟใต้ดิน, คนเก็บขยะ, คนขับรถขนส่ง และพนักงานเก็บเงินในร้านชำร้านสะดวกซื้อ เป็นต้น ล้วนเป็นคนเชื้อสายแอฟริกันอเมริกันและลาติโน

จึงไม่แปลกที่จะมีข้อค้นพบลำดับถัดมา ซึ่งระบุว่า ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ส่วนใหญ่ในมหานครนิวยอร์กนั้นก็คือแรงงานสำคัญเหล่านี้นี่เอง

ย้อนกลับมาที่เมืองไทยของเรา แม้ภาพความเหลื่อมล้ำอันเกี่ยวเนื่องกับสถานการณ์โรคระบาดจะไม่ถูกนำเสนอหรือบอกเล่าต่อสาธารณชนมากนัก

แต่หากพินิจพิเคราะห์กันให้ดี การตั้งคำถามต่อมาตรการเยียวยา ที่ไม่ครอบคลุม-มีความตกหล่น, การหลุดปากของคุณหมอโฆษก ศบค. ว่าคนเราสามารถมีชีวิตที่ดีได้ด้วยเงินห้าพันบาท

เรื่อยไปถึงการประกาศเคอร์ฟิวช่วงสี่ทุ่มถึงตีสี่ และการห้ามจำหน่ายสุรา ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าข้องเกี่ยวกับการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอย่างไร? แค่ไหน?

นั้นล้วนมีมิติเรื่องความเหลื่อมล้ำแฝงอยู่ลึกๆ ทั้งสิ้น

ปราปต์ บุนปาน