เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานพิพิธภัณฑ์และหอสมุดสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้โพสต์ในเฟซบุ๊ค Panadda Diskul ระบุว่า “ภายหลังการพบปะสนทนาในรูปแบบการสัมมนาเชิงหวังผลสัมฤทธิ์ ณ วังวรดิศว่า ทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม ครูอาจารย์ ลูกหลานเยาวชน ในยามนี้พยายามร่วมมือร่วมใจกันเต็มที่ ด้วยความห่วงใยปัญหาของสังคมที่เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาประมาณกว่า 10 ปีที่ผ่านมา พยายามร่วมกันคิดค้นระบบวิธีและรณรงค์กันอย่างกว้างขวาง ในเรื่อง ‘การใช้ โซเชียลเน็ตเวิร์ค อย่างสร้างสรรค์’ ด้วยการไม่โพสต์หรือแชร์ข้อความ-รูปภาพ-เอกสาร อันเป็นเท็จ ใส่ร้ายป้ายสีบุคคล องค์กร ประเทศชาติ หรือมิตรประเทศใดๆ รวมถึงรูปภาพที่สร้างความน่าสะพึงกลัวแก่ลูกหลานเยาวชน การใช้ถ้อยคำที่เป็นการหลอกลวงผู้คนที่ใครต่อใครบริโภค อันเป็นข้อมูลข่าวสารที่ปราศจากข้อเท็จจริง สร้างความเสียหายแก่บุคคลในแวดวงโซเชียลเน็ตเวิร์ค องค์กร สังคม และประเทศชาติ ต่อการให้ยูเซอร์(User) บริโภคข้อมูลข่าวสารอันปราศจากคุณภาพ ขัดต่อหลักนิติธรรมและจริยธรรม ครู-อาจารย์ นักวิชาการทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศผู้รักเมืองไทย นักการทูต ข้าราชการ กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ลูกหลานเยาวชน ตลอดจนพี่น้องประชาชน จึงร่วมใจกันถกแถลงอย่างกว้างขวางในยามนี้ พยายามทุกวิถีทางในการศึกษาและขบคิดหากระบวนวิธีเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ ความร่วมมือร่วมใจตามแนวทางประชารัฐ และในหลักคิดและความเชื่อมั่นศรัทธาทางพระพุทธศาสนาและทุกๆ ศาสนา คือ เรื่องบาปบุญคุณโทษ ในการกล่าวคำเท็จและหลอกลวงบุคคลให้เชื่อหรือบริโภคในสิ่งซึ่งไม่ใช่ความจริง
หลายฝ่ายถามว่า สังคมไทยมาถึงจุดนี้ได้อย่างไรกัน ทั้งที่คนไทยในอดีตถือมั่น-ยึดมั่นเรื่องความสัตย์ซื่อสุจริต เสียชีพอย่าเสียสัตย์ เป็นหัวใจของการดำรงชีวิตในทุกผู้ทุกฝ่ายทุกครอบครัวทุกองค์กรอย่างเคร่งครัด ซึ่งประธานพิพิธภัณฑ์และหอสมุดสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพกล่าวว่า ทุกๆ ฝ่ายเห็นพ้องต้องกันว่าเราทุกคนต้องไม่ย่อท้อ ไม่หมดความเพียรพยายามใดๆ แม้แต่วันเดียว เพราะความย่อท้อ คือ ความแพ้ กลายเป็นแนวร่วมของผู้ไม่ประสงค์ดีต่อชาติบ้านเมือง ประเทศไทยเป็นแผ่นดินแห่งความร่มเย็น พี่น้องชาวไทยล้วนมีอัธยาศัยไมตรีจิต ถือเป็นแบบอย่างในความเป็นชนชาติแห่งอารยะ มีความรู้รักสามัคคีมาช้านาน”

