“ธนกร” แจงยึด9ฐานข้อมูล ตรวจลงทะเบีบน”เราไม่ทิ้งกัน” รับเยียวยา 5พันบ.

14.04.20 | 17:23 น.
แฟ้มภาพ

“ธนกร” แจงยึด9ฐานข้อมูล ตรวจลงทะเบีบน”เราไม่ทิ้งกัน” รับเยียวยา 5พันบ.

เมื่อวันที่ 14 เมษายน นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยกรณีจะเปิดให้ประชาชนที่ไม่ได้รับเงินเยียวยาผลกระทบโควิด-19 เดือนละ 5,000 บาท ยื่นอุทธรณ์ผ่านเว็บไซต์เราไม่ทิ้งกัน.com.วันที่ 19 เมษายน ว่า หลังจากยื่นอุทรณ์แล้ว กระทรวงการคลังจะใช้กลไกของกระทรวงมหาดไทยส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เช็คข้อมูลกับผู้ที่ยื่นอุทธรณ์ตัวต่อตัว เมื่ออุทธรณ์ผ่านก็จะจ่ายเงินเยียวยาทันที ขอให้พี่น้องประชาชนใจเย็นๆ กระบวนการต่างๆ นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สั่งการให้ทำให้เร็ว เพื่อให้เงินถึงมือชาวบ้านโดยเร่งด่วน

เชื่อมฐานตรวจสอบ9หน่วยงาน
นายธนกร กล่าวว่า ในการตรวจสอบข้อมูลนั้น เชื่อมโยงฐานข้อมูลอาชีพอิสระจากหน่วยงานต่าง ๆ หรือเรียกว่า บิ๊กดาต้า โดยจะใช้เลขบัตรประชาชน 13 หลักในการตรวจสอบถึงฐานข้อมูลจาก 9 หน่วยงาน ประกอบด้วย 1. ฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ของกรมการปกครอง 2.ฐานข้อมูลผู้ประกันตนของสำนักงานประกันสังคม 3.ฐานข้อมูลข้าราชการของกรมบัญชีกลาง
4.ฐานข้อมูลเกษตรกรของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร 5.ข้อมูลเกษตรกรจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 6.ข้อมูลเกษตรกรจากสำนักงานอ้อยและน้ำตาล 7.ฐานข้อมูลนักเรียนนักศึกษาจากศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศของกระทรวงศึกษาธิการ 8.ฐานข้อมูลใบอนุญาตขับขี่สาธารณะของกรมการขนส่งทางบก 9.ฐานข้อมูลผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล เป็นต้น

 

นายธนกร กล่าวต่อว่า ในการจ่ายเงินนั้น เน้นเฉพาะคนที่จำเป็นก่อน ซึ่งงบประมาณที่ใช้ทั้งหมดเป็นเงินกู้ จะมีผลต่อภาระทางการคลังในอนาคต เดิมมาตรการนี้ มุ่งช่วยเหลือเฉพาะ กลุ่มอาชีพอิสระที่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม เช่น หาบเร่แผงลอย รถจักรยานยนต์รับจ้าง แท็กซี่ เป็นต้น ซึ่งมีอยู่ประมาณ 3 ล้านคน แต่เมื่อผลกระทบของโควิด-19 ขยายวงออกไป

กระทรวงการคลังจึงไม่ได้จำกัดผู้ที่ลงทะเบียนไว้ที่ 3 ล้านคน หากแต่เปิดโอกาสให้กับทุกคนที่คิดว่าตนเองได้รับผลกระทบ และจะเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงก่อน ไม่ใช่ใครก็ได้มาลงทะเบียนแล้วรับเงินไป แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ผ่านการคัดกรองแล้วว่าได้รับผลกระทบจริง รัฐบาลจะพยายามช่วยเหลือทุกคน ส่วนผู้ที่เป็นเกษตรกร รัฐบาลไม่ได้ทิ้ง แต่ได้เตรียมมาตรการช่วยเหลือไว้แล้ว

แจงช่วยทั้งหมดใช้เงิน 6.6 แสนล.
นายธนกร กล่าวต่อว่า จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่า ประเทศไทยมี 22 ล้านครัวเรือน ถ้าให้ครัวเรือนละ 5,000 เป็นระยะเวลา 3 เดือน ต้องใช้งบประมาณทั้งสิ้น 3.3 แสนล้านบาท ถ้าเป็นระยะเวลา 6 เดือน ต้องใช้งบประมาณทั้งสิ้น 6.6 แสนล้านบาท ผู้ที่ไม่ได้รับผลกระทบจะได้รับเงินเยียวยาไปด้วย แทนที่จะนำเงินไปใช้ในด้านอื่น ๆ ที่มีความจำเป็นตาม หลักเศรษฐศาสตร์นอกจากนี้ ประเทศไทยไม่ได้มีฐานะทางการเงินดีเหมือนฮ่องกงและมาเลเซียเหมือนที่ผู้วิจารณ์ยกตัวอย่าง การดำเนินมาตรการนี้จึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงการกู้เงิน และแน่นอนว่าจะเป็นภาระทางการคลังในอนาคต

Advertisement

ทั้งนี้ที่มีผู้มาวิจารณ์เรื่องการแก้ปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำ เป็นการแก้ปัญหาระยะยาวนั้นมองว่าเป็นคนละประเด็นโดย สามารถใช้นโยบายสวัสดิการเพื่อบรรเทาปัญหาได้ ซึ่งต้องคำนึงถึงความเสมอภาคเป็นสำคัญ แต่ปัญหาวิกฤตโควิด-19 ในปัจจุบันมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะเป็นเรื่อง เร่งด่วนและส่งผลกระทบโดยตรงกับบางกลุ่มอาชีพเท่านั้น ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน จึงไม่ควรเอามาปนกัน