หน้าแรก การเมือง ตรวจแถวน้องรั...

ตรวจแถวน้องรัก-ลูกเลิฟ “บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม” “เทพพงศ์” ถึง “อภิรัชต์-กู้เกียรติ-ณัฐ”

1.02.16 | 20:20 น.

ตรวจแถวน้องรัก-ลูกเลิฟ “บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม” จาก “เทพพงศ์” ถึง ตท.20 “อภิรัชต์-กู้เกียรติ-ณัฐ” ชิงชัย จับตา “บิ๊กจุก” น้องรักทัพฟ้า กับชะตา ตท.16

สภาวการณ์อำนาจในกองทัพ ในยุครัฐบาล คสช. ภายใต้อำนาจสูงสุดของ บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. และภายใต้บารมีของ บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม พี่ใหญ่ คสช. และบูรพาพยัคฆ์เช่นนี้

ผู้ที่ได้ชื่อว่า เป็นน้องรัก ลูกเลิฟ ของบิ๊กตู่ และโดยเฉพาะบิ๊กป้อม ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ มอบอำนาจและให้เกียรติในการดูแลความมั่นคงและกองทัพ ก็ย่อมต้องได้ดี และคุมอำนาจและตำแหน่งสำคัญ เพื่อความมั่นใจและไว้วางใจว่า กองทัพ และ คสช. จะเป็นหนึ่งเดียว หนุนรัฐบาลและนายกฯ บิ๊กตู่ ตลอดไปอย่างมั่นคง

ส่วนใหญ่ คนที่เป็นน้องรักน้องเลิฟของบิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร พี่ใหญ่แห่งบูรพาพยัคฆ์ ก็มักจะเป็นทหารบก เป็นทหารเสือราชินี และบูรพาพยัคฆ์ ที่เคยรับราชการด้วยกันมาใน ร.21 รอ. และ ร.2 รอ. พล.ร.2 รอ.

แต่ทว่า ในกองทัพรู้กันดีว่า พล.อ.ประวิตร มีน้องรักที่เป็นทหารอากาศอีกคนหนึ่ง แถมเป็นคนสำคัญที่ พล.อ.ประวิตร ไว้วางใจสุดๆ

อย่าง บิ๊กจุก พล.อ.อ.ถาวร มณีพฤกษ์

Advertisement
ถาวร มณีพฤกษ์
พล.อ.อ.ถาวร มณีพฤกษ์

ถึงขั้นที่ พล.อ.ประวิตร ส่งไปนั่งเป็น รอง ผบ.สส. ได้ เมื่อการโยกย้ายปลายปี 2558 ที่ผ่านมา จากเดิมที่มาเป็นที่ปรึกษาของ พล.อ.ประวิตร และนั่งทำงานที่กระทรวงกลาโหม ในฐานะหัวหน้าสำนักงาน รมว.กลาโหม

แต่แม้ปัจจุบัน พล.อ.อ.ถาวร จะเป็น รอง ผบ.สส. แล้ว แต่ก็ยังมานั่งที่กระทรวงกลาโหม ทำหน้าที่หัวหน้าสำนักงานให้ พล.อ.ประวิตร ตามเดิม และเป็นนายทหารที่ดูแล กลั่นกรอง ตรวจสอบงานการทุกอย่างให้ พล.อ.ประวิตร

ว่ากันว่า พล.อ.อ.ถาวร นั้น ได้มารู้จักสนิทสนมกับ พล.อ.ประวิตร ตั้งแต่เป็นผู้การกองบิน 41 จ.เชียงใหม่ จนช่วงที่ย้ายมาอยู่ บก.กองทัพไทย พล.อ.อ.ถาวร ก็ได้ไปใกล้ชิด พล.อ.ประวิตร ผ่านบิ๊กทหารอากาศ เพื่อนร่วมรุ่น ตท.6 ของ พล.อ.ประวิตร จึงมีสายสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน จนบิ๊กจุกกลับมาเป็น รองเจ้ากรม ปคอ. และรอง เสธ.ทอ.

จากนั้นมา ในช่วงของการรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 พล.อ.อ.ถาวร ก็ช่วยประสานงานดูแลในส่วนของ ทอ. จนหลังการตั้งรัฐบาล คสช. พล.อ.ประวิตร ก็ชวน พล.อ.อ.ถาวร มาช่วยงานที่กลาโหม และเป็นหัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำ รมว.กลาโหม ได้เป็น พล.อ.อ. ก่อนที่ พล.อ.ประวิตร จะดันข้ามไปเป็น รอง ผบ.สส. ครองอัตราจอมพล ที่ บก.กองทัพไทย

จากเดิมที่คาดหมายกันว่า บิ๊กโป่ง พล.อ.อ.ศิวเกียรติ์ ชเยมะ จาก ผช.ผบ.ทบ. เพื่อน ตท.16 จะข้ามมาเป็น รอง ผบ.สส. เลยทำให้ พล.อ.อ.ศิวเกียรติ์ ต้องมาลงเก้าอี้รองปลัดกลาโหม แทน

พล.อ.อ.ถาวร หรือบิ๊กจุก จึงสร้างความฮือฮาในแง่ที่ว่า มีพลังอย่างแรง ที่สามารถขึ้นมาเสียบเป็น รอง ผบ.สส. ได้ แม้ว่าจะเป็นโควต้าของกองทัพอากาศ ก็ตาม

แต่ที่สำคัญ และฮือฮากว่า ก็คือ การที่เขาเป็นเตรียมทหารรุ่น 16 ถูกมองว่ามีส่วนผลักดันให้เพื่อนๆ ในรุ่นได้ขึ้นสู่ตำแหน่งสำคัญ และโดยเฉพาะในการโยกย้ายครั้งต่อไป ที่จะมีการเปลี่ยน ผบ.เหล่าทัพ

อย่างน้อย ในการโยกย้ายใหญ่ปลายปี 2558 ที่ผ่านมา ก็เชื่อกันว่า เขาเป็นแรงหนุนสำคัญที่ช่วยสนับสนุน บิ๊กเจี๊ยบ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท เพื่อน ตท.16 ได้ขยับจาก ผบ.หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (ผบ.นสศ.) ขึ้นห้าเสือ ทบ. นั่งเป็น ผช.ผบ.ทบ. กลายมาเป็นแคนดิเดตชิง ผบ.ทบ. คนต่อไป ในการโยกย้ายกันยายน 2559 นี้เสียด้วย แถม พล.อ.เฉลิมชัย มีอายุราชการถึงกันยายน 2561 เลยทีเดียว

แม้ว่าพลังสำคัญที่ทำให้ได้ขึ้นมาเป็น ผช.ผบ.ทบ. เพราะ พล.อ.เฉลิมชัย อยู่ในไลน์ จาก ผบ.นสศ. 3 ปี ก็ควรขึ้นห้าเสือ ทบ. แถมเป็นนายทหารที่ได้ชื่อว่า เป็นคนดี และเป็นทหารอาชีพ และอาจมีแรงผลักดันจากสายป๋าเปรม เพราะเป็นน้องรักของ บิ๊กแอ้ด พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี อีกด้วยก็ตาม

ไม่แค่นั้น ใน ตท.16 ยังมี บิ๊กโชย พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์ เป็น ผช.ผบ.ทบ. และเป็นน้องรักอีกคนของ บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ด้วยอีกคนอีกแรง

จนจับตามองกันว่า พล.อ.อ.ถาวร และ พล.อ.กัมปนาท จะสามารถช่วยเคลียร์ทางให้ พล.อ.เฉลิมชัย ขึ้นเป็น ผบ.ทบ. ได้หรือไม่ แม้จะยาก เพราะต้องสู้กับ บิ๊กแกละ พล.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาร เสธ.ทบ. ที่ได้ชื่อว่าเป็นน้องรักของ พล.อ.ประวิตร ในสายบูรพาพยัคฆ์ จาก ตท.17 แต่ทว่า เกษียณราชการก่อน คือกันยายน 2560

อีกทั้ง พล.อ.ประวิตร เองก็มีเรื่องคาใจกับ พล.อ.สุรยุทธ์ เมื่อครั้งที่ พล.อ.สุรยุทธ์ เป็น ผบ.ทบ. แล้วเด้ง พล.อ.ประวิตร เข้ากรุ ทั้งๆ ที่อยู่ในไลน์ที่จะขึ้นแม่ทัพภาคที่ 1 และสู่เก้าอี้ ผบ.ทบ. จนที่สุด พล.อ.ประวิตร ก็ได้กลับเข้าไลน์ ในยุครัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี จนขึ้นเป็น ผบ.ทบ. นั่นเอง

แม้จะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่อาจมองข้าม พล.อ.เฉลิมชัย ที่นายทหารสายรบพิเศษ และหลายขั้ว กลุ่ม กำลังช่วยเชียร์ เพราะเห็นว่าบูรพาพยัคฆ์ และทหารเสือฯ ยึดเก้าอี้ ผบ.ทบ. มายาวนานต่อเนื่องเกือบสิบปีแล้ว

แต่ที่เชื่อกันว่า อาจมีผลสำคัญในการเลือก ผบ.ทอ.คนใหม่ ที่จะมาแทน บิ๊กตู่ พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ที่จะเกษียณกันยายน 2559 นี้หรือไม่ เพราะแคนดิเดต ผบ.ทอ. ล้วนแต่เป็น ตท.16 เพื่อนร่วมรุ่นของ พล.อ.อ.ถาวร ทั้งสิ้น

แต่ทว่า เต็งหนึ่งในเวลานี้คือ บิ๊กจอม พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง เสนาธิการทหารอากาศ ที่จบจากโรงเรียนนายเรืออากาศญี่ปุ่น และมีอายุราชการถึงกันยายน 2561 เลยทีเดียว ส่วนอีกคนคือ บิ๊กเจี๊ยบ พล.อ.อ.สุทธิพันธุ์ กฤษณคุปต์ ประธานที่ปรึกษา ทอ. ที่เกษียณกันยายน 2560 แต่ทว่า ครองอัตราจอมพล ชิงอาวุโสกว่า พล.อ.อ.จอม แล้ว

แต่ก็เชื่อกันว่า จากการวางหมากของ พล.อ.อ.ตรีทศ ที่ให้ พล.อ.อ.จอม มาเป็น เสธ.ทอ. ก็น่าจะเป็นดัชนีชี้แล้วว่า เขาเลือก พล.อ.อ.จอม เป็น ผบ.ทอ.คนต่อไป เพราะ เสธ.ทอ. ดูแลโครงการสำคัญต่างๆ ของ ทอ. ทั้งหมด และสามารถสานงานต่อได้ และว่ากันว่า บิ๊กจิน พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกฯ และอดีต ผบ.ทอ. ก็มีส่วนในการตัดสินใจนี้ด้วย

แม้ว่าจะมีกองเชียร์ที่เป็นนักบินไฟเตอร์ ทั้ง เอฟ 5 และเอฟ 16 จำนวนไม่น้อย ที่สนับสนุน พล.อ.อ.สุทธิพันธุ์ แต่ในภาพรวมแล้ว ทุกคนก็ยอมรับ พล.อ.อ.จอม ที่จะขึ้นเป็น ผบ.ทอ. ได้ อีกทั้งความเป็นเพื่อน ตท.16 ด้วยกัน ก็ทำให้ไม่ได้เกิดศึกชิงเก้าอี้ทัพฟ้าขึ้นใน ทอ.

แต่อย่างไรก็ตาม มีกระแสข่าวในกลาโหมสะพัดว่า อย่ามองข้าม พล.อ.อ.ศิวเกียรติ์ ที่ถูกเตะจาก ผช.ผบ.ทอ. มาเป็นรองปลัดกลาโหม เพราะเขามีอายุราชการถึงกันยายน 2560 เขาก็มีโอกาสที่จะกลับไปชิงเก้าอี้ ผบ.ทอ. ด้วยเช่นกัน แม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องง่ายนักก็ตาม

แต่ท้ายที่สุด ในส่วนของ ทอ. แม้จะมี บิ๊กจุก พล.อ.อ.ถาวร แต่ทว่า พล.อ.ประวิตร ก็ย่อมต้องให้น้ำหนักกับ พล.อ.อ.ตรีทศ ผบ.ทอ. ในการเลือก ผบ.ทอ. คนต่อไปนั่นเอง

แต่ที่ดูเหมือนกองทัพกำลังฮือฮา คือการที่ พล.อ.ประวิตร สั่งให้เตรียมจัดทำบัญชีรายชื่อโยกย้ายทหารกลางปี เพราะต้นมีนาคมนี้ จะต้องถึงมือ ดังนั้น เวลาที่ผ่านไปรวดเร็ว แป๊บเดียว จะเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์แล้ว

ท่ามกลางการจับตามองว่า กระแสทหารเสือฯ และบูรพาพยัคฆ์ ผสมกับพลังของ ตท.20 จะแรงมากพอที่จะสนับสนุน ผลักดันให้ บิ๊กเข้ พล.ท.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ แม่ทัพน้อยที่ 1 ขึ้นเป็น พลเอก ที่ปรึกษาพิเศษ ทบ. หรือผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ทบ. ได้หรือไม่ เพื่อเตรียมชิงเก้าอี้ ผบ.ทบ. ในโยกย้ายกันยายนปีนี้ แทน บิ๊กหมู พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ที่จะเกษียณ

เทพพงศ์ ทิพยจันทร์
พล.ท.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์

จากเดิมที่รอวัดใจ พล.อ.ประยุทธ์ ว่าจะปรับคณะรัฐมนตรี หรือทำให้กองทัพบกมีตำแหน่งห้าเสือ ทบ. ว่างลง ด้วยการดึง พล.อ.กัมปนาท น้องรัก ไปเป็นรัฐมนตรี หรือไม่ แต่เมื่อกระแสปรับ ครม. ยังเงียบ ก็รอดูว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะตกลงใจกับ พล.อ.ประวิตร อย่างไร ว่าจะให้ใครเป็น ผบ.ทบ.

เพราะถ้าต้องการให้ พล.อ.พิสิทธิ์ ซึ่งไม่เคยเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 หรือแม่ทัพภาคใดๆ เลย ขึ้นเป็น ผบ.ทบ. ดังนั้น การโยกย้ายเมษายนนี้ก็ไม่จำเป็นต้องดัน พล.ท.เทพพงศ์ ขึ้นมา ไว้รอโยกย้ายกันยายน ค่อยขยับจากแม่ทัพภาคที่ 1 เป็นห้าเสือ ทบ. ตอนนั้น เพื่อจ่อเป็น ผบ.ทบ. ในกันยายน 2560 ก็ยังทัน

แต่นั่นย่อมหมายถึง การต้องส่ง พล.อ.เฉลิมชัย จาก ผช.ผบ.ทบ. ไปเป็น รอง ผบ.สส. หรือรองปลัดกลาโหม เพื่อไม่ให้กลายเป็นคู่แข่งที่อาวุโสกว่า พล.ท.เทพพงศ์ รุ่นน้อง ตท.18 อีกทั้งเกษียณราชการกันยายน 2561 พร้อมกันด้วย ดับฝันทหารแบเร่ต์แดง

แต่หาก พล.อ.ประยุทธ์ ตัดสินใจขยับ พล.ท.เทพพงศ์ น้องรักที่เขารักและเอ็นดูมาตั้งแต่เป็นทหารเด็กๆ จนเป็นคนตั้งชื่อเล่นให้ว่า “เข้” แทนชื่อเล่นเดิมว่า “จิ๋ว” นั้น ขึ้นมาเป็น พลเอก

นั่นย่อมหมายถึงว่า การทำให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ที่ ผบ.ทบ. จะขึ้นมาจากตำแหน่งประจำ ไม่ใช้ ห้าเสือ ทบ. ไม่ใช่ตำแหน่งหลัก

เพราะเมื่อครั้งรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ที่ นายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ตั้ง พล.อ.สุรยุทธ์ อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 และอดีต ผบ.นสศ. ที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ทบ. อยู่ ขึ้นเป็น ผบ.ทบ. เลย ทั้งๆ ที่เหลืออายุราชการในเวลานั้นอีกถึง 5 ปี

นั่นเป็นการเมือง แต่ครั้งนี้ หาก พล.อ.ประยุทธ์ ตัดสินใจเช่นนั้น ย่อมหมายถึง

1. ได้หารือและตกลงใจกับ พล.อ.ประวิตร พี่ใหญ่ ซึ่งเป็น รมว.กลาโหม แล้วว่า จะให้ใครเป็น ผบ.ทบ.

2. ย่อมหมายถึง การเลือกคนที่ไว้วางใจได้มากที่สุด ขึ้นมาเป็น ผบ.ทบ. เพื่อดูแลสถานการณ์ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ที่จะมีการเลือกตั้ง และหลังจากการเลือกตั้ง

และ 3. หมายถึง การต้องอ้างว่า “สถานการณ์ไม่ปกติ” จึงต้องเลือก ผบ.ทบ. ที่แม้อาจไม่ได้มาจากตำแหน่งหลัก แต่ทว่า เดินมาในเส้นทางเหล็ก ตลอดจนเป็นแม่ทัพภาคที่ 1

แต่ทว่า ปัญหาที่จะตามมานี่ต่างหาก ที่อาจทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องคิดหนักว่า จะให้ใครขึ้นมาเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 คนใหม่แทน หาก พล.ท.เทพพงศ์ น้องรัก ขยับขึ้นมาจ่อ

แม้ที่ผ่านมา จะมีใครๆ เล็งไปที่ บิ๊กแดง พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ที่จ่อเป็นแม่ทัพน้อยที่ 1 อยู่ตอนนี้ ว่าจะขยับเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 คนใหม่ เมื่อตำแหน่งว่าง เพราะเขาคือน้องรัก ในสายวงศ์เทวัญ ของ พล.อ.ประยุทธ์

แต่ ณ เวลานี้ กระแสข่าวที่สะพัดในกองทัพภาคที่ 1 และในบูรพาพยัคฆ์ คือ โอกาสที่ พล.อ.ประวิตร พี่ใหญ่ และเป็น รมว.กลาโหม จะเลือก บิ๊กตู่(เล็ก) พล.ต.กู้เกียรติ ศรีนาคา รองแม่ทัพภาคที่ 1 ที่เป็นน้องรักสายบูรพาพยัคฆ์ของทั้งบิ๊กป้อม และบิ๊กตู่ ที่ดูแลผลักดันกันมานาน และเป็นดาวรุ่งอีกดวงจาก พล.ร.2 รอ. อาจจะขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 เลย

ส่วน พล.ท.อภิรัชต์ นั้น อาจถูกขยับไปเป็น รองเสนาธิการทหารบก ตำแหน่งที่เคยมีความพยายามก่อนหน้านี้ ในการดันให้เขาไปลงนั่ง แต่ พล.ท.อภิรัชต์ พึงใจที่จะเป็น พลโท ในตำแหน่งแม่ทัพน้อยที่ 1 ที่เป็นสายคอมแมนด์ มากกว่าที่จะไปเป็น รอง เสธ.ทบ. ที่เป็นฝ่ายอำนวยการ

อีกทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ ก็ดูแล โดยให้ พล.ท.อภิรัชต์ มาเป็นประธานบอร์ดกองสลากฯ ที่ถือว่าเป็นการตอบแทนไปแล้ว ส่วนตำแหน่งในกองทัพ อาจเลือก พล.ต.กู้เกียรติ แม้ว่า การแก้ปัญหาลอตเตอรี่นั้น จะเป็นผลงานสำคัญของ พล.ท.อภิรัชต์ และเป็นการสะท้อนความไว้วางใจของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่มีต่อบิ๊กแดง ก็ตาม

นอกจากนี้ ยังมี บิ๊กณัฐ พล.ต.ณัฐ อินทรเจริญ รองแม่ทัพภาคที่ 1 ที่ไม่ใช่เป็นน้องรัก แต่ทว่า เป็น ลูกเลิฟ ของ พล.อ.ประวิตร เลยทีเดียว ขึ้น พลโท เป็นแม่ทัพน้อยที่ 1 จ่อคิวเอาไว้ก่อน เพราะเขาก็เป็น ตท.20 แต่มีอายุราชการถึงปี 2564 เลยทีเดียว

ส่วน พล.ท.อภิรัชต์ และ พล.ต.กู้เกียรติ นั้น มีอายุราชการถึงกันยายน 2563 พร้อมกัน แถมเป็นเพื่อนรัก ตท.20 ที่สนิทซี้ปึ้กกันมากอีกด้วย จนทำให้ถูกจับตามองว่า จะส่งผลต่อความสัมพันธ์ และคำว่าเพื่อนรัก หรือไม่ เพราะเก้าอี้แม่ทัพภาคที่ 1 และเก้าอี้ ผบ.ทบ. มีแค่ตัวเดียว

ว่ากันว่า ประเด็นนี้เป็นเรื่องที่เพื่อนๆ ใน ตท.20 ไม่มีใครอยากให้วันที่ผู้ใหญ่ต้องตัดสินใจ และต้องเลือกมาถึงเลย เพราะความเป็นเพื่อนนั้น แม้จะเหนียวแน่นยาวนาน แต่เมื่อมีเรื่องตำแหน่ง อำนาจเข้ามาเกี่ยวข้อง จะทำให้แปรเปลี่ยนหรือไม่

เพราะ ณ ตอนนี้ ต้องยอมรับว่า ใครๆ ก็เล็งไปที่ พล.ท.อภิรัชต์ ว่าเป็นเต็งหนึ่ง แม่ทัพภาคที่ 1 และตัวเต็ง ผบ.ทบ. ในอนาคต แถมตอนนี้ ครองยศ พลโท อาวุโสกว่า พล.ต.กู้เกียรติ แล้วด้วย

แต่ก็อย่ามองข้ามประเด็นที่ว่า พล.ท.อภิรัชต์ ได้ชื่อว่าเป็นนายทหารในสายวงศ์เทวัญ ที่เติบโตมาใน พล.1 รอ. และกองทัพภาคที่ 1 มาตลอด ตั้งแต่โตมาใน ร.11 รอ. เป็นทั้งผู้พัน ผู้การกรม และเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 1 จนเป็นแม่ทัพน้อยที่ 1

แน่นอนว่า สายวงศ์เทวัญ ย่อมสนับสนุน พล.ท.อภิรัชต์ ให้เป็นแม่ทัพภาคที่ 1 และ ผบ.ทบ. ในอนาคต เพื่อที่จะให้สายวงศ์เทวัญ กลับมาเรืองอำนาจบ้าง หลังจากที่บูรพาพยัคฆ์ ยึดเก้าอี้ ผบ.ทบ. มา 4 คนต่อเนื่องกัน แถมทั้งทหารเสือฯ และบูรพาพยัคฆ์ ก็ขึ้นคุมตำแหน่งสำคัญในระดับต่างๆ ทั้งใน พล.1 รอ. และ พล.ร.9 ด้วยซ้ำ ไม่นับ พล.ร.2 รอ.

แต่สายบูรพาพยัคฆ์ ก็ย่อมต้องหนุน พล.ต.กู้เกียรติ และ พล.ต.ณัฐ ที่ก็โตมาจาก พล.ร.2 รอ. ทั้งสิ้น แม้ว่า พล.ต.ณัฐ จะเคยไปเป็น ผบ.มทบ.14 และ ผบ.พล.ร.9 เป็นทหารพระสุรสีห์ มาก่อนที่จะขึ้นรองแม่ทัพภาคที่ 1 ก็ตาม แต่ก็ถือว่าเป็นบูรพาพยัคฆ์

แม้ พล.ท.อภิรัชต์ จะเป็นน้องรักของ พล.อ.ประยุทธ์ แต่ทว่า ก็ไม่ใช่น้องรักของ พล.อ.ประวิตร พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ แม้ว่า พล.ท.อภิรัชต์ จะเป็นที่รู้จักคุ้นเคยของ พล.อ.ประวิตร และเป็นนายทหารที่เข้า-ออก มูลนิธิป่ารอยต่อฯ ของ พล.อ.ประวิตร ใน ร.1 รอ. เป็นประจำก็ตาม

แต่ที่สำคัญคือ บิ๊กแป๊ะ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. นั้น ก็เป็น ตท.20 แต่ทว่า ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนรักของ พล.ท.อภิรัชต์ ที่ก็ย่อมต้องช่วยพูดคุยกับ พล.อ.ประวิตร ได้บ้าง

เพราะบิ๊กแป๊ะ ก็ได้ชื่อว่าเป็นลูกรักสีกากีของบิ๊กป้อมเลยทีเดียว

เพราะหลายคนเชื่อว่า พล.ท.อภิรัชต์ น่าจะเป็นผู้นำทหารที่เหมาะกับสถานการณ์ในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวาน ที่ใกล้จะมาถึงนี่มากที่สุด

พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์
พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์

แถมมี “ราบ 11 คอนเน็กชั่น” อย่าง บิ๊กหนุ่ย พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เพื่อนรัก ตท.12 ของนายกฯ และ บิ๊กต๊อก พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา คีย์แมนปฏิวัติ น้องรักของนายกฯ หนุนด้วยอีกแรง

ในสถานการณ์เช่นนี้ ตท.20 ซึ่งถือว่าเป็นกำลังหลักของ ทบ. ในอนาคต จำต้องตั้งหลักและกลมเกลียวกันให้ดีๆ ในเมื่อตำแหน่งมีจำกัด อีกทั้งในกองทัพภาคที่ 1 ตอนนี้ ก็เรียกได้ว่า เป็นกองทัพภาคที่ 1 ภาค ตท.20 เพราะรองแม่ทัพภาคที่ 1 ทั้ง 3 คน ก็เป็น ตท.20 ทั้ง พล.ต.กู้เกียรติ พล.ต.ณัฐ และ บิ๊กโอ พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ และ พล.ท.อภิรัชต์ เป็นแม่ทัพน้อยที่ 1

และเชื่อกันว่า แกนนำ ตท.20 เหล่านี้ ไม่อยากที่จะคิดไปถึงวันนั้น แต่เชื่อกันว่า พวกเขาต่างนับถือ และยอมรับในการตัดสินใจของ พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.ประยุทธ์ ในทุกกรณี ยิ่งในช่วงที่สถานการณ์ไม่ประเทศไม่ปกติเช่นนี้

เพราะในเวลานี้ ทหารในกองทัพรู้กันว่า ไม่ว่าจะเป็นทหารเสือราชินี บูรพาพยัคฆ์ หรือวงศ์เทวัญ ก็สู้เป็น วงษ์สุวรรณ-จันทร์โอชา ไม่ได้

การเป็นน้องรัก ลูกเลิฟ บิ๊กตู่ บิ๊กป้อม นั้นดีที่สุด ที่นอกจากจะเติบโตด้วยกันมา วัดใจ ซึ้งใจกันมา แล้ว ความสามารถต้อง “เข้าตา” อีกด้วย