กต.เผย ยอดคนไทยขอกลับประเทศเกือบแตะหลักหมื่นแล้ว ยันไม่ย่อหย่อนมาตรการป้องกันตัวเลขติดเชื้อเพิ่ม
เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 20 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค.กล่าวถึงกรณีปลัดกระทรวงการต่างประเทศรายงานข้อมูลคนไทยประสงค์ขอกลับประเทศช่วงหลังวันที่ 30 เมษายน มีประมาณ 8,998 คน มี 14 ประเทศ ประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา 1,950 คน ออสเตรเลีย 786 คน นิวซีแลนด์ 600 กว่าคน อินเดีย 600 กว่าคน ญี่ปุ่น 280 คน ซาอุดีอาระเบีย 290 กว่าคน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 335 คน เมียนมา 600 กว่าคน กัมพูชา 500 กว่าคน อินโดนีเซีย 500 กว่าคน เกาหลีใต้ 400 คน ฟิลิปปินส์ 331 คน ศรีลังกา 40 คน มัลดีฟส์ 160 คน และคาดว่าหลังจากเปิดลงทะเบียนในวันที่ 25 เมษายนนี้ จะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะมีมาตรการควบคุมดูแลอย่างดีเพื่อไม่ให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น โดยมาตรการต่างๆ จะต้องไม่ย่อหย่อนแน่นอน ทั้งนี้ ผู้ที่จะเดินทางกลับเข้าประเทศต้องมีเอกสารใบรับรองแพทย์ fit-to-fly การรับรองจากกระทรวงต่างประเทศ ส่วนคนไทยที่อยู่ในประเทศเพื่อนบ้านแต่ไม่สามารถหาใบรับรองแพทย์ได้ ทางกระทรวงการต่างประเทศจะประสานทางแพทย์ช่วยดำเนินการให้
นพ.ทวีศิลป์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ทางกระทรวงมหาดไทยที่ดูแลมาตรการการเดินทางเข้าออกทางบกและจัดหาสถานที่กักกันโดยรัฐกำหนดให้นั้น ทางปลัดกระทรวงมหาดไทยรายงานว่า มีการเตรียมไว้ 796 แห่ง สามารถรองรับได้ 20,941 คน แต่ขณะนี้มีคนเข้าพัก 2,339 คนเท่านั้น
ส่วนความพร้อมด้านการรักษาพยาบาล อุปกรณ์เวชภัณฑ์ ความก้าวหน้าทางด้านวิจัย ทางปลัดกระทรวงสาธารณสุขรายงานว่า หากมีการระบาด ตัวเลข 1 คน สามารถแพร่เชื้อให้ 1.12 คน ไม่น่ามีปัญหาทั้งเตียง หน้ากากอนามัย ชุด PPE และยา สามารถดูแลได้ นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยการใช้ฟ้าทลายโจรเพื่อต้านไวรัส พัฒนาวัคซีนที่ไทยร่วมมือกับต่างประเทศและสถาบันวิทยาศาสตร์ชั้นนำ การนำพลาสมามาใช้รักษาผู้ป่วย การศึกษาการใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ ซึ่งเป็นยาที่มีความสำคัญมากๆ อย่างไรก็ตาม สำหรับสถานการณ์หน้ากากอนามัย ที่ประชุมพึงพอใจมาตรการจัดการแก้ไขทำให้การขาดแคลนหน้ากากอนามัยลดน้อยลง โดยนายกฯได้ขอบคุณทั้งภาครัฐและเอกชนที่ร่วมมือและช่วยเหลือกัน

