นับถอยหลังจากวันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม ไปยังวันอาทิตย์ที่ 7 สิงหาคม
เหลืออีก 21 วันจะถึง “ประชามติ”
เวลาที่เหลือ 21 วัน หากนับเป็นวันก็ยาว แต่หากนับเป็นสัปดาห์ก็ไม่ยาวนัก
เพราะเหลืออีกเพียง 3 สัปดาห์
เป็น 3 สัปดาห์ที่บรรยากาศในการถกเถียงแทบมิได้อยู่ที่ “เนื้อหา”ของร่างรัฐธรรมนูญ
หากยังอยู่ที่ “ประเด็น” ทำอะไรได้ ทำอะไรไม่ได้
ความน่าสนใจก็เหมือนกับที่ 20 ชาติแห่ง”สหภาพยุโรป”กับอีก 2 ชาติจากทวีปอเมริกา (แคนาดา สหรัฐ) นำเสนอ
นั่นก็คือ
“ข้อเรียกร้องให้มีการอภิปรายการลงประชามติได้อย่างเปิดกว้าง”
ตกลง”เปิดกว้าง”ได้หรือไม่
ความน่าสนใจอย่างหนึ่งของ“ประชามติ”อยู่ที่การนำเสนอ”ร่างรัฐธรรมนูญ” ฉบับ “ปลอม”ขึ้นมา
นำเสนอโดย “โฆษก” ของ “กรธ.”
กลายเป็นเรื่องอึกทึกครึกโครมเพราะว่าได้รับการขานรับอย่างทันทีโดย “ประธาน” ของ”กรธ.”
เหมือนกับเป็นเรื่อง “ลี้ลับ”
เพราะว่าทาง”กรธ.”ไม่ยอมนำเอาสิ่งที่เรียกว่าร่างรัฐธรรมนูญ”ปลอม”ออกมาอ้างว่าเกรงจะเสียรูปคดี
แต่ในอีกด้าน”ขบวนการประชาธิปไตยใหม่”ก็ออกมายอมรับ
ยอมรับว่า ที่เรียกว่าร่างรัฐธรรมนูญ”ปลอม”นั้นไม่ถูกต้องเนื่องจากเป็น”เอกสารแย้ง”
แย้งต่อ”ร่างรัฐธรรมนูญ”ของ”กรธ.”
มีการพิจารณาเนื้อหาใน“เอกสารแย้ง”โดยคณะอนุกรรมการของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)
นายเธียรชัย ณ นคร ซึ่งเป็นกรธ.ออกมาแถลงว่า
กรธ.”ส่วนใหญ่”เห็นว่า “เอกสารแย้ง” เป็นการนำเสนอความเห็นที่แตกต่าง ไม่เข้าข่ายบิดเบือนข้อเท็จจริง
เป็นอันว่า “เอกสารแย้ง” ไม่ผิดพ.ร.บ.ประชามติ
ไม่มี “ความเห็น” จาก นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ไม่มี “ความเห็น”จาก นายอมร วาณิชวิวัฒน์
2 คนนี้ “เงียบกริบ”
ทั้งๆ ที่บทสรุปในเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ”ปลอม”นำไปสู่การจับกุม 4 นักศึกษา 1 นักข่าว ที่สภ.บ้านโป่ง ราชบุรี
ติดคุก “ฟรี” 1 วัน
ไม่ว่าจะมองในด้านของ “นักกฎหมาย” ไม่ว่าจะมองในด้านของ “นักวิชาการ” สังคมเริ่มถามถึงความรับผิดชอบของ
นายมีชัย ฤชุพันธุ์ และ นายอมร วาณิชวิวัฒน์

