เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 17 กรกฎาคม ที่ห้องประชุมห้องประชุมวรรณไวทยากร ตึกโดม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ น.ส.อัสมา หลีเยาว์ นายกองค์การนิสิตนักศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ ร่วมกับกลุ่มเครือข่ายภาคีผู้นำนิสิตนักศึกษา 11 สถาบัน อาทิ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมแถลงการณ์ถึง เสรีภาพการแสดงความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2559 และบทบาทนิสิตนักศึกษาในปัจจุบัน
น.ส.อัสมา แถลงว่า จากที่รัฐบาลได้กำหนดลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญวันที่ 7 สิงหาคม 59 ซึ่งรัฐธรรมนูญในฐานะกฎหมายสูงสุดของประเทศ ทำให้การวางมาตรการต่างๆ ล้วนมีผลกระทบต่อประชาชน ทั้งนี้ ทางผู้นำนิสิตนักศึกษาได้มีความห่วงใยในการลงประชามติ 3 ประการ คือ
1. ความเข้าใจในเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญยังไม่มีความเพียงพอ เนื่องจากการประชาสัมพันธ์ที่ขาดความน่าสนใจ และเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญที่ยากต่อความเข้าใจของประชาชน ทำให้การตัดสินใจลงประชาประชามติไม่ได้มาจากความเข้าใจของประชาชนอย่างแท้จริง
2. ความชัดเจนในการดำเนินงานภายหลังผลการลงประชามติ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้มีการอธิบายว่าหากประชามติผ่านก็จะเกิดการปฏิรูป แต่ไม่ได้ให้ความชัดเจนว่า ในส่วนของ กรธ. รวมถึงรัฐบาลจะมีมาตรการอย่างไรถ้าประชามติไม่ผ่าน ซึ่งเป็นการให้น้ำหนักไปในทิศทางเดียว เปรียบเหมือนการโน้มน้าวให้ประชาชนเลือกในสิ่งที่ กรธ. ต้องการ
3. เสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน โดยที่ผ่านมามีความพยายามปิดกั้นการแสดงออกในเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญอยู่บ่อยครั้ง โดยการปิดกั้นการแสดงออกของประชาชนที่เห็นต่าง เป็นการเลือกปฏิบัติเพียงข้างเดียว ถือเป็นการลิดรอนสิทธิภาพของรัฐธรรมนูญไทย
“ภาคีฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อคิดเห็นแลข้อห่วงใยนี้จะได้รับการรับฟังและนำไปปรับปรุงจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ไม่เห็นด้วยต่อการจำกัดการแสดงออกของคนที่เห็นต่าง ต้องการให้ กรธ. และรัฐบาลรับฟังความเห็นที่แตกต่าง เพื่อให้การลงประชามติเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นประชาธิปไตย รวมถึงเป็นประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน” น.ส.อัสมา กล่าวและว่า ที่ผ่านมานิสิตนักศึกษาไม่มีบทบาททางการเมือง เพราะผู้ใหญ่ไม่เปิดพื้นที่ให้ รวมถึงถูกสกัดกั้นทั้งภายในและภายนอก ซึ่งความเป็นจริงพวกเราพยายามที่จะจัดกิจกรรมทางการเมืองอยู่เสมอ

