เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 25 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ตอบข้อซักถามจากผู้ผลิตละคร และรายการทีวีถึงเกณฑ์ของรัฐบาลในการคลายล็อกดาวน์ว่า ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมอะไรก็ต้องดูจากสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้ว โดยเฉพาะสถิติและชุดข้อมูลที่ทางกระทรวงสาธารณสุขที่ได้ย้ำชุดพฤติกรรมที่ทำให้มีการติดเชื้อ ทั้งการสังสรรค์ อยู่ในสถานบังเทิง หรือสนามมวย เหล่านี้เป็นภาพชัดที่ทั่งโลกคงยอมรับว่ายังไม่น่าจะเปิดได้ แต่กิจกรรมใดที่รูปแบบของกิจกรรมมีระยะห่างทางกายทางการก็ยินยอมให้เปิดได้ โดยผู้ประกอบกิจการต่างๆ อาจรวบรวมตัวกันเป็นสมาคมเพื่อเสนอได้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ ว่า ถ้าจะให้คลายล็อกให้จะมีการกำหนดชุดพฤติกรรมเพื่อดูแลการบริการกันอย่างไร หากมั่นใจว่า เสนอมาตรการต่างๆ เหล่านี้แล้วปฏิบัติได้อย่างแข็งขัน และที่สำคัญพร้อมที่จะยอมรับการเข้ารับการตรวจสอบเป็นระยะๆ ด้วย เชื่อว่าการประกอบกิจการก็จะสามารถเปิดได้
เมื่อถามถึงข้อกำชักของ ศบค.ไปยังจังหวัดต่างๆ ที่มีการเตรียมการปลดล็อกบางมาตรการไปแล้วอย่างไร นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า เกณฑ์หลักใหญ่จะเป็นไปตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยมีข้อกำหนดใหญ่ๆ ขึ้นมา ขณะเดียวกันภาพย่อย เป็นเรื่องของรายจังหวัดที่จะกำหนดขึ้นมา แต่ต้องไม่ย่อหย่อนไปกว่ามาตรการใหญ่ที่ประกาศออกมา แต่ถ้าจะตึงกว่า จะเข้มกว่าก็สามารถทำไปตามหลักการ โดยแต่ละจังหวัดสามารถสถิติต่างๆ ไปปรับใช้ตามสถานการณ์ได้ ส่วนตัวเลขที่ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น 53 คนในวันนี้ จะมีการผลต่อการผ่อนปรนมาตรการต่างๆของทั้งประเทศหรือไม่นั้น คิดว่าสถานการณ์เหล่านี้ได้สะท้อนภาพความเป็นจริง เพราะในประเทศสิงคโปร์ก็เกิดสถานการณ์ขึ้นเช่นนี้ จากตัวเลขผู้ติดเชื้อที่ไม่สูงมากกลับมามีผู้ติดเชื้อในหลักหมื่นคน เพราะการแพร่กระจายของแรงงานต่างด้าวที่อยู่ในประเทศ สิ่งต่างเหล่านี้ได้เกิดขึ้นในไทยด้วย จึงจำเป็นต้องเรียนรู้ตัวอย่างจากต่างประเทศ เพื่อทำการค้นหาเชิงรุกเพื่อนำตัวมารักษา ยืนยันว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อในแต่ละวันเป็นตัวเลขจริงทั้งหมดโดยไม่มีการปกปิด
“การเผยแพร่ตัวเลขที่เป็นจริง เป็นสิ่งนี้เรายึดถือมาโดยตลอด จะนำมาซึ่งการให้ความร่วมมือให้ได้มากที่สุด ถึงได้ประสบความสำเร็จมาถึงวันนี้ โดยสิ่งต่างๆ ที่ประชาชนได้รับรู้ล้วนเป็นตัวเลขเดียวกับที่ทางผู้บริหารของเราได้รับรู้ เปิดเผยทั้งหมดเพื่อจะได้จัดสรรพกำลังเข้าไปดูและได้อย่างพอเพียงและทันกาล โดยที่ผ่านมาท่านนายกฯ ในฐานะ ผอ.ศบค.ได้ขอบคุณทุกภาคส่วน ทุกหน่วยงานที่ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อลดลงมาถึงเลขสองหลักได้ และเพียงหลักสิบกว่าคนเท่านั้น แม้วันนี้จะมียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นถึง 53 คนก็เป็นเรื่องที่ต้องดูแลกัน แม้ส่วนใหญ่ที่พบจะเป็นแรงงานต่างด้าวถึง 42 คนที่อยู่ในศูนย์กักกันในจังหวัดสงขลา โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะขีดวงดูแลกันอย่างดี และยืนยืนว่าจะไม่ให้มีความเสี่ยงในการแพร่ออกไปเชื้อเด็ดขาด จึงต้องขอขอบคุณพี่น้องชาวจังหวัดสงขลาที่มีความเมตตากัยมนุษยชาติ ได้ทำบุญต่อชีวิตของคน แม้จะไม่ไช่คนไทย ให้เขาได้มีพื้นที่ได้พักอาศัยรักษาตัว” นพ.ทวีศิลป์กล่าว

