เมื่อวันที่ 25 เมษายน นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงกรณีที่ประธานวิปรัฐบาลระบุไม่อยากให้มีการเปิดประชุมสภา เพราะกังวลเรื่องการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่าเท่าที่ฟังท่าทีของรัฐบาลรวมทั้ง ส.ว.ต่างก็ไม่เห็นด้วย ซึ่งก็ไม่ผิดไปจากที่คาดไว้ เพราะ ส.ว.ต้องท่องคาถาเดียวกับรัฐบาล อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ ขณะที่ ส.ส.ต้องดูธงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เราเชื่อว่านายกฯ ไม่ชอบสภาอยู่แล้วเพราะหนีสภาตลอด ยิ่งสภาปิดแบบนี้ยิ่งเข้าทาง หากจะให้เปิดประชุมสภาก็คงเป็นเรื่องยาก แต่ที่เราเสนอขอเปิดนั้นเพราะเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากการกู้เงินครั้งนี้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ ดังนั้น รัฐบาลควรรับฟังความเห็นของ ส.ส.เพื่อความรอบคอบ ชอบธรรม ซึ่งฝ่ายค้านกำลังหยิบยื่นความชอบธรรมให้กับรัฐบาลอยู่ หวังว่ารัฐบาลจะเปลี่ยนใจยอมเปิดประชุมสภา แต่เชื่อว่าแนวโน้มฝ่ายรัฐบาลคงไม่เอาด้วย อ้างแต่เรื่องของการแพรเชื้อ เป็นเหตุผลสิ้นคิด แบบนี้คงไม่ต้องทำอะไรกัน บ้านเมืองก็จะอยู่กันไปแบบนี้ ส่วนการประชุมของวิปรัฐบาลในวันที่ 27 เมษายนนี้ ก็คงเป็นเพียงแค่พิธีกรรมเท่านั้น เหมือนกับ พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่สุดท้ายก็คงต่ออายุออกไปอยู่ดี
นายสุทินกล่าวต่อว่า เราเสียดายโอกาสสำคัญที่ควรจะได้มีการตรวจสอบ เพราะการกู้เงินครั้งนี้ทั้ง พ.ร.ก.เงินกู้ที่จะให้แบงก์ชาติไปซื้อตราสารหนี้ หรือ พ.ร.ก.กู้เงินเพื่ออัดฉีดและเยียวยาเศรษฐกิจ ซึ่งหลายฝ่ายหวังว่าการเยียวยาครั้งนี้จะต้องฟื้นเศรษฐกิจด้วย แต่กลัวว่าจะไม่มีผลต่อจีดีพีเลย หรือการบริหารจัดการโดยคณะกรรมการชุดพิเศษอาจเป็นช่องทางทุจริตเพราะไม่ได้เป็นระบบสากลที่วางใจได้ ถือเป็นความล่อแหลมของประเทศเอามากๆ ตนมองว่ารัฐบาลกำลังฉวยโอกาสทำการไม่สุจริตมากกว่า มูลเหตุคือแม้ไม่ได้เกิดปัญหาโควิด-19 เศรษฐกิจในช่วงนั้นก็ไปไม่รอดอยู่แล้ว รัฐบาลก็คิดจะหาทางกู้เงินอยู่แล้ว แต่พอมีเรื่องโควิด-19 รัฐบาลจึงได้ข้ออ้างกู้เงินเพื่อจะมาฟื้นฟูเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังปิดปากฝ่ายค้านโดยอ้างความเดือดร้อนของประชาชน คง พ.ร.ก.ฉุกเฉินเอาไว้ ไม่ให้ฝ่ายค้านทำหน้าที่ตรวจสอบ สังคมต้องรู้ทันสถานการณ์
“ท้ายที่สุดการกู้เงินครั้งนี้ผมกลัวว่าจะเยียวยาไม่ครอบคลุม และไม่มีผลกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ แถมยังเป็นการสร้างหนี้ก้อนใหญ่ และจะเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ซ้ำรอยโดยแบงก์ชาติสร้าง ปรส.ภาค 2 รวมทั้งการปกป้องค่าเงินบาทภาค 2 สุดท้ายทุกฝ่ายจะต้องเสียใจ ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ก็ไม่อยู่แล้ว” นายสุทินกล่าว

