‘ศรีสุวรรณ’ ติง ป.ป.ช.แจงปมยกข้อกล่าวหา ‘วัฒนา’ คดีทุจริตที่ดินบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน

26.04.20 | 09:06 น.

‘ศรีสุวรรณ’ ติง ป.ป.ช.แจงปมยกข้อกล่าวหา ‘วัฒนา’ คดีทุจริตที่ดินบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน

วันที่ 26 เมษายน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงชี้แจงผ่านเอกสารข่าวถึงกรณี ป.ป.ช.ยกข้อกล่าวหานายวัฒนา อัศวเหม กับพวก นั้น จากการตรวจสอบพบว่าเอกสารข่าวดังกล่าว กลับกล่าวก้าวล่วงว่าการกระทำของนายวัฒนา ไม่เกี่ยวกับกรณีกับการที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ ที่ อม.2/2550 คดีหมายเลขแดงที่ อม.2/2551 จำคุกนายวัฒนาเป็นเวลา 10 ปี ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 ซึ่งได้กระทำเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ระหว่าง พ.ศ. 2531-2535 ได้ใช้อำนาจข่มขืนใจหรือจูงใจเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองและเจ้าพนักงานสำนักงานที่ดิน จ.สมุทรปราการ สาขาบางพลี ให้ร่วมกันดำเนินการออกโฉนดที่ดินในเขตพื้นที่สงวนหวงห้าม ทับที่สาธารณประโยชน์ ให้แก่นายวัฒนา ในนามของบริษัท ปาล์มบีช ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด โดยมิชอบ เพื่อก่อสร้างโครงการโรงบำบัดน้ำเสียคลองด่าน

“เอกสารระบุอีกว่าไม่เกี่ยวกับกรณีที่ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษา ที่ 8064/2560 เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 จำคุกนายวัฒนาเป็นเวลา 3 ปี ในความผิดฐานฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 นายวัฒนา กับพวกได้ร่วมกันรวบรวมที่ดิน แล้วนำมาเสนอขายกรมควบคุมมลพิษ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2540 โดยหลอกลวงและปกปิดข้อเท็จจริงที่ว่าที่ดินที่มีเนื้อที่ไม่ครบ เนื่องจากมีการออกโฉนดโดยมิชอบออกทับคลองและถนนสาธารณะ ข้อเท็จจริงที่ ป.ป.ช ชี้แจงนั้นสวนทางกับข้อเท็จจริงในส่วนเกี่ยวข้องกับนายวัฒนา ผิดพลาดคลาดเคลื่อน ที่แจ้งว่านายวัฒนาบังคับข่มขืนใจเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด สาขาบางพลี ให้ร่วมกันดำเนินการออกโฉนดที่ดินในเขตพื้นที่สงวนหวงห้าม ทับที่สาธารณประโยชน์ ให้แก่นายวัฒนา ในนามของบริษัท ปาล์มบีชฯ” นายศรีสุวรรณกล่าว

เลขาธิการสมาคมฯ กล่าวอีกว่า สำหรับข้อเท็จจริงปรากฏว่ากรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท ปาล์มบีชฯ ตามกฎหมาย คือนายรอย อิศราพร ชุตาภา ซึ่งเป็นผู้มอบอำนาจให้ นายกิติชัย พิมพาภรณ์ เป็นผู้ยื่นขอรังวัดออกโฉนด ในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม 2533 ซึ่งนายเฉลา ทิมทอง ผู้นำการคัดค้านการก่อสร้างโครงการบำบัดน้ำเสีย และเป็นต้นเรื่องในการเป็นผู้กล่าวหานายวัฒนา ก็ยืนยันเช่นเดียวกัน หลังจากนั้นในปี 2535-2536 จึงออกโฉนดเสร็จสิ้น สำนักงานที่ดินจังหวัดก็มอบโฉนดให้บริษัท ปาล์มบีชฯ และนายวัฒนาไม่ได้เป็นกรรมการบริษัท ปาล์มบีชฯ ส่วนกรณีที่ ป.ป.ช.ชี้แจงว่านายวัฒนา กับพวกได้ร่วมกันรวบรวมที่ดิน แล้วนำมาเสนอขายให้กรมควบคุมมลพิษ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2540 โดยหลอกลวงและปกปิดข้อเท็จจริงที่ว่าที่ดินที่มีเนื้อที่ไม่ครบ เนื่องจากมีการออกโฉนดโดยมิชอบออกทับคลองและถนนสาธารณะนั้น ข้อเท็จจริงปรากฏว่า บริษัท ปาล์มบีชฯเป็นผู้รวบรวมที่ดิน ต่อมาขายที่ดินให้กับบริษัท คลองด่านมารีน จำกัด เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2537 ซึ่งในขณะนั้นยังไม่มีโครงการโรงบำบัดน้ำเสียคลองด่าน และบริษัท คลองด่านฯได้เสนอขายให้กับกรมควบคุมมลพิษเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2541 ซึ่งนายวัฒนาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง

“สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลว่า เนื่องจากไม่มีพยานหลักฐานใดที่ยืนยันว่านายวัฒนาเข้ามาเกี่ยวข้องกระทำการใดใดให้คณะกรรมการคัดเลือกของกรมควบคุมมลพิษ ที่เลือกที่ดินของบริษัทคลองด่านฯปรากฏตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำที่ 2794 /2553 หมายเลขแดงที่ 14544 /2556 วันที่ 19 กรกฎาคม 2556 กรณีข้อเท็จจริงที่คลาดเคลื่อนดังกล่าว จึงเป็นเหตุที่นายวัฒนา ได้แจ้งกับคนใกล้ชิดว่าพร้อมที่จะกลับมาขอศาลเพื่อรื้อฟื้นคดีใหม่ ถือเป็นสิทธิที่สามารถทำได้หากพบว่ามีหลักฐานข้อมูลใหม่ที่มีน้ำหนักเพียงพอ ดังนั้น เอกสารแถลงข่าวของ ป.ป.ช.ที่ออกมาจึงเป็นการแจ้งข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนและนอกเหนือไปจากส่วนที่ร้องเรียน เป็นการสร้างความสับสนให้กับสังคมไทย ที่ต้องการให้ความจริงปรากฏผ่านกระบวนการทางศาล” นายศรีสุวรรณกล่าว