ความขัดแย้งและแตกแยกในทาง”ความคิด”อันสะท้อนกลายเป็น ความขัดแย้งและแตกแยกในทาง”การเมือง”ในขณะนี้ดำเนินไปใน ลักษณะซึมลึกและแตกกระจาย
1 เป็นความขัดแย้งและแตกแยกที่ดำรงอยู่โดยรากฐานจากตั้งแต่ก่อนรัฐประหาร
ไม่ว่ารัฐประหาร 2549 ไม่ว่ารัฐประหาร 2557
1 เป็นความขัดแย้งและแตกแยกที่ดำรงอยู่ตั้งแต่ภายหลังการเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2562 และการจัดตั้งรัฐบาลในเดือน มิถุนายน 2562
1 เป็นความขัดแย้งและแตกแยกภายหลังสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 นับแต่เดือนมีนาคม 2563
ดำรงอยู่ทั้ง”ภายใน”รัฐบาล และจาก”ภายนอก”รัฐบาล
การยืดและขยายเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินออกไปอีก 1 เดือนเหมือนกับจะเป็นประโยชน์ให้กับรัฐบาล เพราะเท่ากับยืดและขยายเวลาของการแตกหักออกไปอีก
แต่ในความเป็นจริงผลจากการประกาศภาวะฉุกเฉินตลอด 1 เดือนที่ผ่านมาได้ทำให้มีความแจ่มชัดมากยิ่งขึ้น
แจ่มชัดในผลงานของชุมชน”สาธารณสุข” อันเป็นผลงานของบุคคลากรไม่ว่าจะเป็นแพทย์ พยาบาลและโดยเฉพาะอย่างยิ่งอาสาสมัครสาธารณสุข
แต่ในอีกด้านได้ฉายให้เห็นความเละเทะ กระจัดกระจายของสิ่งที่เรียกว่า”รัฐราชการรวมศูนย์” นับแต่โครงการ”เราไม่ทิ้งกัน”ซึ่งยิ่งทำให้ความขัดแย้งและแตกแยกขยาย ยิ่งทำให้เกิดความไม่พอใจต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มากยิ่งขึ้น
กระทั่งมีเสียงเรียกร้องจาก”ภายใน”เรื่องปรับครม. ปรับพรรคพลังประชารัฐ
สัญญาณอันเด่นชัดยิ่งจาก #MobFromHome อันส่งผ่าน # ส.ว.มีไว้ทำไม บ่งบอกสถานการณ์ภายหลังปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19
1 ไม่เพียงแต่เสียงเรียกร้องในเรื่อง”ปรับครม.”จะดังกระหึ่มจาก “ภายใน”ของรัฐบาล
ไม่ว่าพรรคพลังประชารัฐ และพรรคร่วมรัฐบาลเท่านั้น
หากแต่ 1 มีแนวโน้มสูงอย่างยิ่งที่จะนำไปสู่การเปล่งเสียงตะโกน “ออกไป ออกไป”ให้กระหึ่มจนกลายเป็น”กระแส”ในทาง สังคม
เป้าหมายย่อมอยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

